Events

Published on July 31st, 2019 | by anaras

0

ตาฝาด: Reality as it isn’t

อัฐพร นิมมาลัยแก้ว เป็นหนึ่งในศิลปินร่วมสมัยรุ่นใหม่เพียงไม่กี่คนที่ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินชั้นเยี่ยม (ประเภทจิตรกรรม)ในเวทีการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ เนื่องจากได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง 2 ครั้ง และรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 2 เหรียญเงิน 2 ครั้ง เขาจบการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาจิตรกรรม จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันเขาทำงานเป็นอาจารย์ประจำที่ภาควิชาวิจิตรศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

On the Buddha Hand, 2017

อัฐพรเริ่มต้นสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมสามมิติโดยใช้ผ้ามุ้งเป็นสื่อในการสร้างงาน ด้วยลักษณะอันพลิ้วไหวและรางเลือนของใยผ้าอันบอบบาง ทำให้เขาเล็งเห็นว่ามันน่าจะสามารถนำมาสร้างเป็นงานที่แปลกใหม่และมีพลวัต ประกอบกับความโปร่งแสงเมื่อนำมาทับซ้อนกันหลายๆ ชั้นก็ก่อให้เกิดภาพลวงตาที่จิตรกรรมแบบสองมิติบนผ้าใบทั่วไปไม่สามารถทำได้ องค์ประกอบศิลป์ที่ศิลปินเลือกนำมาสื่อสารคือรูปทรงของมนุษย์ทั่วไป ที่เน้นการแสดงออกของสีหน้าและร่างกายอันเต็มไปด้วยความรู้สึกตามหลักมนุษยนิยม และแฝงไปด้วยหลักธรรมทางพุทธศาสนา

หลังจากห่างหายจากการแสดงนิทรรศการเดี่ยวในเมืองไทยไประยะหนึ่ง ปีนี้อัฐพรกลับมาอีกครั้งกับผลงานชุดใหม่เอี่ยมซึ่งใช้เวลาสร้างสรรค์มากกว่าสองปี ในนิทรรศการ “ตาฝาด” (reality as it isn’t)จัดแสดงที่ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ โดยยังคงเลือกใช้ผ้ามุ้งบางเบาเป็นสื่อรองรับจิตรกรรมของเขาเหมือนเคย เนื่องจากมองว่าแม้การเปลี่ยนไปใช้วัสดุอื่นอาจจะง่ายกว่า แต่เมื่อเขาได้ใช้เวลาอยู่กับวัสดุประเภทนี้มานับสิบปี การพัฒนาผลงานด้วยวัสดุเดิมจึงเป็นเรื่องที่น่าจะท้าทายกว่า กระบวนการทำงานในครั้งนี้จึงมีลักษณะเป็นการทดลองอะไรใหม่ๆ เพื่อค้นหาขีดจำกัดในแง่ของวัสดุเป็นสำคัญ

นัยภวังค์ของสองพี่น้อง, 2019 [รายละเอียด]

สิ่งที่อัฐพรค้นพบปรากฏอย่างชัดเจนเมื่อเราก้าวเข้ามาในห้องนิทรรศการ ผลงานทุกชิ้นรอบตัวต่างเต็มไปด้วยสีสันวิบวับโดดเด่นอยู่ท่ามกลางแสงสลัวรางของห้องจัดแสดง สีสันหลากหลายเหล่านี้เกิดจากการที่ศิลปินใช้สีน้ำมันปาดป้ายลงไปบนบนผ้ามุ้ง เกิดเป็นร่องรอยเล็กๆ กระจายตัวอยู่ทั่วไป สร้างความแปลกใหม่ต่างผลงานเก่าๆ ของเขาเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาอัฐพรมักใช้ผ้ามุ้งสีดำปราศจากการแต่งแต้มสีสันมากนัก หรืออาจมีวัตถุอื่นๆ มาประกอบ เพื่อสื่อสารกระบวนการใคร่ครวญถึงสัจธรรมของชีวิตและความทุกข์ตามหลักพุทธศาสนา ผลงานเหล่านั้นจึงดูเงียบขรึมและสงบนิ่ง ทว่าผลงานชุดใหม่นี้กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาอันแสดงออกผ่านสีสันและรูปทรงของผู้คนอันหลากหลาย

ทุกวันนี้โลกของเราล้วนเต็มไปด้วยมายาภาพที่ฉาบเคลือบอยู่เหนือการรับรู้ เป็นสิ่งที่ไม่อาจจับต้องหรือควบคุมได้ นำมาซึ่งความเข้าใจผิด หรืออาจขยายผลไปสู่การกระทำผิด สภาวะดังกล่าวคือสิ่งที่อัฐพรตกผลึกจากการได้รับรู้เรื่องราวความเป็นไปของคนรอบตัว จนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับผลงานชุดนี้ในที่สุด เพราะฉะนั้น เราจึงสามารถสรุปได้ในเบื้องต้นว่าภาพบุคคลที่ปรากฏอยู่ในผลงานทุกชิ้นมีตัวตนอยู่จริง และมีเรื่องราวเบื้องหลังบางอย่างซ่อนอยู่

ในบรรยากาศสีชมพู (กำลังร่วงโรย), 2019

อย่างไรก็ดี เรื่องราวเฉพาะบุคคลก็ไม่ใช่สิ่งที่อัฐพรต้องการจะสื่อ ทว่าเป็นสภาวะในภาพรวมของสังคมร่วมสมัยมากกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาพบว่าสามารถสื่อความหมายผ่านทัศนธาตุที่เขาถนัดได้เป็นอย่างดี ผ้ามุ้งในที่นี้ได้กลายมาเป็นเสมือนมิติรองรับเรื่องราวต่างๆ ซึ่งแทนค่าเชิงสัญลักษณ์ด้วยร่องรอยสีสันสดใส 

เส้นเอ็นเล็กๆ ช่วยเสริมมิติลวงตาให้กับผลงาน

ในขณะเดียวกัน สีและรูปทรงทั้งหลายก็วางตัวอยู่บนผ้าหลายชั้นที่ซ้อนทับกัน เสริมด้วยการปักเส้นเอ็นใสๆ เส้นเล็กเส้นน้อยจำนวนมาก เชื่อมต่อระหว่างผ้าแต่ละชั้น หากมองใกล้ๆ ก็จะดูยุ่งเหยิง แต่หากมองไกลๆ ก็จะเห็นเป็นประกายระยิบระยับ ความซับซ้อนทางทัศนมิติเหล่านี้เองได้ส่งผลโดยตรงต่อทัศนวิสัยของผู้ชม กล่าวคือ การสังเกตผลงานจากต่างมุมมองจะให้ภาพที่ต่างกัน เป็นต้นว่าใบหน้าของเด็กสาวในชุดนักเรียนอาจดูมีความสุขหรืออมทุกข์ก็ได้ แสดงให้เห็นถึงลูกเล่นแบบใหม่ที่อัฐพรนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Flowers in Social, 2018 [รายละเอียด]

และนี่จึงเป็นที่มาของชื่อนิทรรศการ “ตาฝาด” จะเป็นอย่างไรหากสิ่งที่เราได้เห็นกลับไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่จริง หรืออันที่จริงมันอาจมีมุมมองอื่นๆ ที่ “จริง” มากกว่าหนึ่งมุมมอง ณ ที่ที่เรายืนอยู่ ผลงานในนิทรรศการนี้จึงเป็นเสมือนการตั้งคำถามถึงสภาวะอันหลากหลายของผู้คนในสังคมร่วมสมัยผ่านเทคนิคแปลกใหม่ที่ศิลปินคิดค้นขึ้น ซึ่งสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี

นิทรรศการ “ตาฝาด: Reality as it isn’t” จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 15 กันยายน 2562 ที่ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์

อัฐพร นิมมาลัยแก้ว

__________________
ขอบคุณภาพประกอบจาก Subhashok The Arts Centre (S.A.C.)


About the Author

anaras



Back to Top ↑