News

Published on May 10th, 2019 | by Nina NTK

0

บทสัมภาษณ์ ผศ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ผู้อำนวยการหอศิลป์กรุงเทพฯ กับโครงการ EARLY YEARS PROJECT #4: ‘PRAXIS MAKES PERFECT’

โครงการบ่มเพาะและสร้างเครือข่ายศิลปินรุ่นใหม่ ปีที่ 4

9 พฤษภาคม 2562 เวลา 18:30 น.
นิทรรศการจัดแสดง 10 พฤษภาคม – 28 กรกฎาคม 2562
ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
พอใจ อัครธนกุล (ภัณฑารักษ์) และศิลปินทั้ง 8 คน

ผ่านไปกับงานเปิดช่วงหัวค่ำเมื่อวานที่ผ่านมา EARLY YEARS PROJECT #4 โครงการบ่มเพาะศิลปินและสร้างเครือข่ายศิลปินรุ่นใหม่ ภายใต้หัวข้อการจัดงาน ‘PRAXIS MAKES PERFECT’ ในแนวคิดที่เน้นความสำคัญไปที่ ‘กระบวนการ’ การสร้างสรรค์ชิ้นงานมากกว่าตัวผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ด้วยแนวคิดนี้จึงทำให้โครงการของ EYP #4 มีความน่าสนใจ และเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ศิลปินทั้ง 8 ได้ฝึกฝนทักษะ และพัฒนาไปยังเป้าหมายของตัวเองได้อย่างมีศักยภาพ ด้วยรูปแบบนี้จึงทำให้พื้นที่จัดแสดงเสมือนกับห้องทดลองขนาดย่อมๆ ในการเรียนรู้ ฝึกฝน และการพัฒนาอย่างไม่หยุดของศิลปินรุ่นใหม่ สมกับธีมงานที่ว่า ‘ความสำเร็จเกิดจากการฝึกฝน’  

ในเมื่อความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากความสมบูรณ์ของตัวชิ้นงาน แต่เกิดขึ้นจากการพัฒนาตัวงาน รูปแบบของนิทรรศการ EYP ในช่วงปีหลังๆ ของโครงการจึงมีความโดดเด่น และแตกต่างไปจากนิทรรศการศิลปะทั่วไป ซึ่โครงการในปีนี้ นอกจากศิลปินจะต้องใช้ไอเดียเพื่อปรับปรุงการสร้างสรรค์ชิ้นงานอยู่ตลอดเวลาแล้ว ผู้ชมยังจะได้เห็นพัฒนาการของชิ้นงานที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละเดือนจนจบนิทรรศการ จากข้อเสนอแนะของคณะกรรมการทั้ง 3 คน (พอใจ อัครธรกุล, พงศกรณ์ ญาณะณิสสร และณัฐ ศรีสุวรรณ) ด้วยเกณฑ์การตัดสินทั้ง 6 (Potentiality, Relevance, Process, Criticality/Self-Criticality, Practicality/Execution, Commitment)

ภาพบรรยากาศภายในงานกับผลงาน ‘Identity’ ของปานวัตร เมืองมูล

โดยในงานเปิดครั้งนี้ Fine Art Magazine ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ผศ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ผู้อำนวยการหอศิลปฯ เกี่ยวกับรายละเอียดของตัวโครงการ จึงขอเอามานำเสนอให้กับผู้อ่าน มาฝากไว้ในบทความนี้

“ไม่ได้มุ่งเน้นงานที่สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว แต่มุ่งเน้นไปที่กระบวนการการทำงาน” – ปวิตร มหาสารินันทน์

โครงการ Early Years Project ในปีนี้มีจุดเด่นอย่างไร

ผศ.ปวิตร: โครงการ EYP เป็นโครงการที่สนับสนุนศิลปินที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ ได้ไม่กี่ปี หรืออย่างในปีนี้ก็ยังมีผู้เข้าร่วมโครงการที่ยังเรียนอยู่ในเทอมสุดท้ายของมหาลัย ทางหอศิลป์กรุงเทพฯ ให้พื้นที่ในการจัดแสดงงานแล้วก็ให้ทุนจัดแสดงงาน แล้วก็การจัดตั้งแต่ปีที่แล้วและในปีนี้จะโดดเด่นชัดเจนมาก ตรงที่ว่าทางทีมงานฝ่านนิทรรศการ แล้วก็คนที่เป็นหัวหน้าโครงการ คือคุณพิชญา ศุภวานิชได้วางคอนเซปต์ที่โดดเด่นกว่าลักษณะของงานที่สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ๆ งานอื่นๆ ก็คือว่าไม่ได้มุ่งเน้นงานที่สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว แต่มุ่งเน้นไปที่กระบวนการการทำงาน เพราะฉะนั้นงานที่เราเห็นในวันเปิดกับงานที่จะพัฒนาต่อไปในช่วงสองเดือนที่จะถึงนี้มันก็จะมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะจะมีการเชิญอาจารย์หรือศิลปินมืออาชีพเข้ามาให้คำแนะนำกับศิลปินที่เราคัดเลือกมาทั้ง 8 คน เพราะฉะนั้นจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวงานตลอดเวลา สำหรับตัวผู้ชมเองถ้ามาดูวันนี้ เดือนหน้า หรือเดือนกรกฎาก็จะแตกต่างกัน มันก็เป็นนิทรรศการศิลปะที่คุณสามารถมาดูได้หนึ่งครั้งและคุณก็ต้องมาดูมากกว่าหนึ่งครั้ง เพื่อจะได้เห็นพัฒนาการของศิลปิน ที่สำคัญอีกอย่างที่ผมคิดก็คือว่า พอตอนจบโครงการแล้วเนี่ยครับ กรรมการทั้งสามคนที่มาจาก เจริญคอนเทมโพลารี่ ก็จะคัดเลือกงานที่มีความโดดเด่นสองงานของศิลปินสองคน  คนหนึ่งจะได้ทุน Artist in residency ที่ต่างประเทศ ส่วนอีกคนจะได้ทุนไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศเหมือนกัน ซึ่งจะไปดูงานประเทศไหนหรือด้านไหนนั้น เป็นรายละเอียดที่จะต้องปรึกษาทาง BACC ต่อไป

ผลงาน ‘PART’

การคัดเลือกศิลปินและชิ้นงานใช้เกณฑ์อะไร

ผศ.ปวิตร: เราเปิด open call ให้ทุกคนที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายครับ แล้วก็มีคนสมัครมา ผมเข้าใจว่าจะเป็นร้อยกว่าคน ส่วนสิทธิในการคัดเลือกก็จะอยู่ที่กรรมการทั้งสามทั้ง ซึ่งก็เป็นบุคคลภายนอกที่มาจากเจริญคอนเทมโพลารี่ ซึ่งกรรมการเราจะเปลี่ยนทุกปีนะครับ ส่วนที่เป็นเมนทอร์ที่เราเชิญมาเนี่ยก็เปลี่ยนทุกปีเหมือนกัน 

หลังจากจบโครงการแล้ว มีการติดตามผู้เข้าร่วมโครงการ และผลตอบรับเป็นเป็นยังไงบ้าง

ผศ.ปวิตร: คือจะบอกว่า EPY ก็เหมือนกับเป็นแบรนด์ๆ นึง แต่แน่นอนว่าคงไม่ได้เป็นแบบ AF หรืออะไรขนาดนั้น ที่เราจะต้องจับมาเซ็นสัญญาหรือขายลิขสิทธิ์งานต่อ แต่ว่าเราก็เห็นเค้าพัฒนาไปในทางต่างๆ แล้วเวลาที่มีงานอะไรที่เราจะร่วมงานกันได้อีก เราก็ชวนเค้ามา แต่การสนับสนุนหลังจากที่เค้าจบจากมหาวิทยาลัยมันก็เป็นพันธกิจอย่างนึงของ BACC ครับที่เราต้องทำ ที่ผ่านมาผลงานของศิลปิน EYP ก็ได้รับการคัดเลือกให้ไปแสดงงาน Bangkok Art Biennale ด้วย เราจึงมีความรู้สึกว่าดีใจและก็ภูมิใจ ที่เรามีส่วนในการพัฒนาศิลปินในบ้านเรา

วรวุฒิ ช้างทองกับผลงาน ‘Day Barber Shop’

ทิศทางของโครงการในอนาคตจะเป็นยังไง

ผศ.ปวิตร: ตอนนี้กำลังวางแผน EYP #5 อยู่นะครับแต่ว่าตอนนี้ยังไม่ชัดเจน แต่ก็มีความคิดคร่าวๆ ว่าอาจจะเป็นแชมป์ออฟเอะแชมป์ หรืออะไรทำนองนี้ คือเอาคนที่เคยได้รางวัล Residency Funding แล้วก็รางวัล Mobility Funding เนี่ยมาร่วมงานกันอีกครั้งนึง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าหลังจาก EPY #5 แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่จริงๆ แล้วเวลาที่เรามาที่นี่เราก็จะเห็นงานที่มีความหลากหลาย ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่มีความหลากหลายอย่างหนึ่ง

ภาพศิลปินทั้ง 8 ที่ผ่านเข้าสู่การคัดเลือก

วิรดา บรรเจิดรุ่งขจร
photo: หอศิลป์กรุงเทพฯ
วรวุฒิ ช้างทอง
photo: หอศิลป์กรุงเทพฯ
ปานวัตร เมืองมูล
photo: หอศิลป์กรุงเทพฯ
นัทธมน เปรมสำราญ
photo: หอศิลป์กรุงเทพฯ
ทิวไพร บัวลอย
photo: หอศิลป์กรุงเทพฯ
เดชา ดีวิเศษ
photo: หอศิลป์กรุงเทพฯ
จัน เพ็ญจันทร์ ลาซูส
photo: หอศิลป์กรุงเทพฯ
กรธนัท พิพัฒน์
photo: หอศิลป์กรุงเทพฯ

Tags: ,


About the Author

Nina NTK

นัก(อยาก)เขียนที่ชอบเป็นนักอ่านมากกว่า ชอบเรื่องราวลี้ลับ นวนิยายสืบสวน และรักการตระเวนดูงานศิลปะทุกแขนง



Back to Top ↑