Events

Published on October 25th, 2017 | by anaras

0

ประติมากรรมในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 63

“ประติมากรรม” เป็นงานทัศนศิลป์ที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม มรดกสุดท้ายจากคณะราษฎรชิ้นนี้สามารถสืบย้อนที่มาไปได้ไกลถึงการแสดงผลงานของนักเรียนฝ่ายประติมากรรมภายในซุ้มกรมศิลปากร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานฉลองรัฐธรรมนูญที่มักจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ระหว่าง พ.ศ. 2475 – 2500 ประติมากรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยนักเรียนรุ่นแรกๆ ของโรงเรียนประณีตศิลปกรรมนั้นมักมีลักษณะเหมือนจริง (realistic) นำเสนอภาพของวิถีชีวิตผู้คนธรรมดา อันสอดคล้องกับแนวคิดการสร้างชาติของสามัญชนภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

ต่อมาเมื่อการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติได้รับการจัดขึ้นอย่างเป็นทางการช่วงต้นทศวรรษ 2490 ประติมากรไทยเริ่มสร้างสรรค์ผลงานที่เปิดทางไปสู่ความเป็นศิลปะสมัยใหม่มากขึ้น เกิดการลดทอนความเหมือนจริงทางกายวิภาคเพื่อมุ่งถ่ายทอดอารมณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเริ่มแพร่หลาย อย่างเช่นผลงานของเขียน ยิ้มศิริ “เสียงขลุ่ยทิพย์” และอีกหลายต่อหลายชิ้น ตลอดระยะเวลากว่าหกสิบปี ผลงานประติมากรรมของไทยมีการพัฒนารูปแบบและวิธีคิดไปอย่างมากมาย นับจากงานเสมือนจริงไปสู่งานนามธรรม ศิลปินร่วมสมัยได้รังสรรค์ผลงานอันน่าสนใจและนำมาส่งประกวดในเวทีระดับชาติแห่งนี้กันมากมาย

สำหรับการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 63 ประจำปี พ.ศ. 2560 ในส่วนของผลงานประติมากรรมนั้น มีงานที่ได้รับรางวัลทั้งหมดสี่ชิ้น โดยไม่มีผู้ใดได้รับรางวัลประกาศเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ดังนี้

 

รางวัลประกาศเกียรตินิยม อันดับ 2 เหรียญเงิน
สุกัญญา สอนบุญ, แปร-รูป, ประกอบไม้ด้วยเดือยกลม, 130 x 280 x 180 ซม.

ประติมากรรมที่ได้รับรางวัลสูงสุดของสาขาประติมากรรมในปีนี้ คืองานประกอบไม้ด้วยเดือยกลมของ สุกัญญา สอนบุญ “แปร-รูป” คือแผ่นไม้อัดที่ถูกบิดจนโค้งเว้าดูอ่อนนุ่มผิดธรรมชาติของความเป็นไม้ที่ควรจะตรงและแข็งแกร่ง ซึ่งศิลปินยังได้ใช้แท่งเหล็กที่มีตัวยึดเข้ามาประกอบจนดูคล้ายกับมันเป็นตัวการที่ยืดและบิดแผ่นไม้เหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย

ผลงานของสุกัญญาแสดงให้เห็นการเล่นกับเงื่อนไขเฉพาะตัวของวัสดุได้อย่างน่าสนใจ ศิลปินได้นำเสนอสุนทรียะอันเรียบง่ายจากรูปทรงและเทคนิคที่แปลกใหม่โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงเนื้อแท้ของมันเลย เทคนิคการสร้างสรรค์ดังกล่าวปรากฏขึ้นเช่นเดียวผ่านผลงานที่ได้รับรางวัลรองลงมา สายโซ่และตรวนที่เหมือนห้อยจกลงมาจากอากาศธาตุอันว่างเปล่าคือผลงานที่มีชื่อตรงตัว

รางวัลประกาศเกียรตินิยม อันดับ 3 เหรียญทองแดง
กิตติพันธุ์ ชินวรรณโชติ, พันธนาการ, แกะสลักหินอ่อน, 200 x 165 x 246 ซม.

“พันธนาการ” เป็นผลงานการแกะสลักหินอ่อนสีขาวของ กิตติพันธุ์ ชินวรรณโชติ โดยเขาอธิบายถึงแนวคิดดังกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับมโนทัศน์ของการจำกัดเสรีภาพทางสังคมที่มนุษย์ทุกคนจะต้องประสบพบเจอ ปัจจัยที่มองไม่เห็นนี้ได้ถูกอุปมาเป็นรูปทรงของโซ่ตรวนที่มีลักษณะเหมือนจริง แต่อยู่ในสภาะของหิน สื่อถึงความหนักแน่นและมั่นคงไปพร้อมๆ กัน

ผลงานของทั้งสองแสดงให้เห็นถึงความสามารถของศิลปินในการทำความเข้าใจลักษณะทางกายภาพของวัสดุ ศึกษาคุณสมบัติต่างๆ ของมัน จนสามารถนำมาแปรสภาพให้กลายเป็นงานประติมากรรมที่ดู “ย้อนแย้ง” กับลักษณะทางกายภาพดั้งเดิม อย่างการกลายสภาพไม้ไปเป็นผ้าของสุกัญญาและการใช้หินแทนเหล็กของกิตติพันธุ์

รางวัลประกาศเกียรตินิยม อันดับ 3 เหรียญทองแดง
พิชิต สอนก้อม, เด็กบ้านนอกกลายพันธุ์, เชื่อมเหล็ก,น็อต, ประกอบไม้ไผ่, 90 x 160 x 185 ซม.

แตกต่างจากงานสองชิ้นข้างต้นที่ยึดมั่นในการสำรวจสภาวะความจริงแท้ของวัสดุเป็นหลัก ผลงานที่ได้รับรางวัลอีกสองชิ้นที่เหลือคือประติมากรรมสื่อผสมซึ่งเลือกใช้สื่อวัสดุหลายประเภทเข้ามาประกอบเป็นรูปทรงที่มีเอกภาพ ก็เป็นแนวทางที่พบได้ทั่วไปในศิลปะร่วมสมัย สำหรับในประเทศไทยเริ่มปรากฏขึ้นอย่างแพร่หลายตั้งแต่ทศวรรษ 2530 เป็นต้นมา

การรวมของวัสดุที่แตกต่างกันสองชนิดอย่างไม้และเหล็กคือเทคนิคที่ พิชิต สอนก้อม นำมาใช้ในงานสร้างสรรค์ของเขา “เด็กบ้านนอกกลายพันธุ์” คืออุปมาของการประยุกต์ใช้วัสดุในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ที่เริ่มจากการดัดแปลงธรรมชาติอย่างง่ายๆ มาจนถึงการสร้างวัสดุอันซับซ้อนเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตในแต่ละสังคมวัฒนธรรม

ศิลปินได้ถักทอวัสดุทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว การปรากฏขึ้นของรูปทรงเรขาคณิตบนพื้นผิวนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องกันเป็นเนื้อเดียวแล้ว เมื่อมองในภาพรวมก็แสดงให้เห็นลักษณะของร่างมนุษย์ “เด็กบ้านนอก” ของพิชิตมีขนาดเล็ก งอตัวในท่าที่ดูไม่ค่อยสบายนัก สอดคล้องไปกับอารมณ์ความรู้สึกที่แทรกอยู่ในทรรศนะของศิลปินที่มีต่อบริบทของสังคมอันสับสนวุ่นวายอีกด้วย

รางวัลประกาศเกียรตินิยม อันดับ 3 เหรียญทองแดง
อิสรีย์ บารมี, จมปลัก, ไฟเบอร์กลาส สังกะสี ดินเหนียว, 280 x 190 x 87 ซม.

เรือนร่างกลายมาเป็นองค์ประกอบหลักของผลงานที่ได้รับรางวัลเดียวกันอีกชิ้นหนึ่ง อิสรีย์ บารมี สร้างสรรค์ร่างมนุษย์ผู้ “จมปลัก” ด้วยไฟเบอร์กลาส สังกะสี และดินเหนียว ลักษณะเป็นรูปคนกำลังมุดส่วนหัวไว้ใต้วัสดุบางอย่าง งอกออกมาจากกระดูกสันหลังและต่อยาวออกไปเหมือนหางคือลวดหนามหลายเส้นมัดร้อยกัน มีดอกกุหลาบผุดขึ้นมาเป็นระยะ ผลงานเหนือจริงนี้ให้อารมณ์อันน่าขนลุก พร้อมๆ กับถ่ายทอดสาระของหลักธรรมพุทธศาสนา

ศิลปินกล่าวว่า เธอได้ใช้แนวคิดของการยึดมั่นถือมั่นในวัตถุและสิ่งต่างๆ ในชีวิตของมนุษย์ ทำให้เกิดการขาดสติจนต้องหลงอยู่ในห้วงของกิเลสตัณหา อันเป็นความทุกข์แบบหนึ่ง เข้ามาสร้างเป็นภาพลักษณ์ของมนุษย์ที่เต็มตกอยู่ในสภาวะอันน่าอึดอัด ทั้งจากท่าทางการปกปิดใบหน้า อาการงอตัว และหนามแหลมที่ดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย การประกอบวัสดุหลากหลายประเภทเข้าด้วยกันสะท้อนให้เห็นแนวคิดดังกล่าวได้อย่างน่าสนใจ

 


About the Author

anaras



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives