Events

Published on November 6th, 2017 | by anaras

0

พระเมรุมาศพิมานนฤมิต

เมื่อพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผ่านพ้นไป เป็นที่แน่นอนว่าสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยฝีมืออันประณีตของช่างศิลป์ไทยทุกแขนง จะเปิดกว้างต้อนรับการเข้ามาเยี่ยมชมความงามจากสาธารณชนเฉกเช่นเดียวกับพระเมรุของพระบรมวงศ์ที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่ปีนี้ จนดูกลายเป็น “ประเพณี” ที่จะต้องมีนิทรรศการบางอย่างจัดขึ้นตามหลังงานพระราชพิธีเหล่านี้ไปเสียแล้ว

การเปิดให้เข้าชมพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในครั้งนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่งในสังคมไทย ด้วยว่าประเทศไทยว่างเว้นจากการจัดพระราชพิธีที่ใหญ่ขนาดนี้มานานมากจนเกินกว่าความทรงจำของคนรุ่นปัจจุบันแล้ว งานออกพระเมรุของพระมหากษัตริย์ครั้งล่าสุดจัดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2493 เหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกบันทึกเอาไว้ในรูปแบบของภาพยนตร์สั้นและภาพถ่ายขาวดำ แม้จะสามารถแสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่ได้ แต่ก็ไม่อาจเทียบเท่าได้กับการได้มาชมพระเมรุมาศอันวิจิตร ณ ใจกลางท้องสนามหลวง ด้วยตาตนเอง

นอกจากตัวพระเมรุมาศแล้ว บริเวณโดยรอบในอาคารประกอบต่างๆ กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดทำการสื่อความหมายเรื่องราวทั้งที่เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศและพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปริมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เอาไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยจะเปิดให้เข้าชมพร้อมพระเมรุมาศ ตั้งแต่วันที่ 2 – 30 พฤศจิกายน 2560 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พระเมรุมาศพิมานนฤมิต :
นิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

“พระเมรุมาศ 9 ยอด เป็นอาคารทรงบุษบก 9 องค์ ตั้งอยู่บนฐานชาลาสี่เหลี่ยมจัตุรัส 4 ชั้น บันไดลทางขึ้น 4 ทิศ บุษบกประธานมีชั้นเชิงกลอน 7 ชั้น ยอดบนสุดประดิษฐานพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ภายในมีพระจิตกาธานประดิษฐานพระโกศพระบรมศพ ผนังสี่ด้านติดตั้งฉากบังเพลิงเขียนรูปนารายณ์อวตารและภาพโครงการตามพระราชดำริ มุมทั้งสี่ของฐานชั้นที่ 3 เป็นที่ตั้งซ่างหรือสำซ่างทรงบุษบกชั้นเชิงกลอน 5 ชั้น 4 องค์ ถัดลงมาบนฐานชาลาชั้นที่ 2 มีหอเปลื้องทรงบุษบกชั้นเชิงกลอน 5 ชั้น 4 องค์ ขนาดย่อมลง ตั้งอยู่ที่มุมทั้งสี่ สำหรับเก็บอุปกรณ์พระราชพิธี บริเวณฐานชาลาทั้งสามชั้นประดับประติมากรรม เสาครุฑ ท้าวจตุโลกบาล เทพยดา ราชสีห์ คชสีห์ นาคราวบันได ฐานชาลาชั้นล่างมีสัตว์มงคลประจำทิศราอบฐานพระเมรุมาศ มีสระอโนดาต เขามอ ประดับด้วยสัตวห์หิมพานต์ชนิดต่างๆ”

ในส่วนแรก จะเป็นนิทรรศการที่นำเสนอองค์ความรู้และความงามของงานประณีตศิลป์ต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นพระเมรุมาศ ตลอดจนองค์ประกอบต่างๆ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยแบ่งส่วนของนิทรรศการจัดแสดงตามศาลาลูกขุน 1 และ 2 ทั้งหกอาคาร

เริ่มด้วย สมมติเทวพิมาน จัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ ไล่เรียงตั้งแต่การอธิบายองค์ประกอบต่างๆ ของมณฑลพิธี และแนวคิดในการก่อสร้างตั้งแต่แรกเริ่ม จุดเด่นของนิทรรศการส่วนนี้คือแบบจำลองพระเมรุมาศขนาดย่อมที่สวยงาม และแบบจำลองพระจิตกาธาน ทั้งสองดูสมจริงและแสดงให้เห็นภาพรวมของสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

เมื่อมีการออกแบบสถาปัตยกรรมจนครบถ้วนแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการขยายแบบจากกระดาษสู่การก่อสร้างในสถานที่จริง ณ วิธานสถาปกศาลา คือชื่อของโรงขยายแบบของกรมศิลปากรที่พระราชทานโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในส่วนนี้จะแสดงกรรมวิธีและตัวอย่างของแบบสถาปัตยกรรมในส่วนโครงสร้างต่างๆ ตลอดจนเครื่องไม้เครื่องมือช่าง เสมือนการยกพื้นที่ทำงานจริงมาให้เราได้สัมผัสทุกขั้นตอน ซึ่งนิทรรศการส่วนนี้จะเหมือนกันกับนิทรรศการ ‘ศาสตรา – สถาปัตย์ไทย: พระเมรุมาศ จุดเชื่อมจักรวาลและการออกแบบ’ ที่กำลังจัดแสดงอยู่ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)

สำหรับสิ่งที่ประกอบเข้ากับตัวสถาปัตยกรรม สร้างความหมายให้กับคติจักรวาลของเขาพระสุเมรุแห่งนี้ก็คืองานประติมากรรมต่างๆ ประติมาสร้างสรรค์ ได้หยิบเอางานประติมากรรมทั้งตัวต้นแบบและตัวจริงที่ประกอบพระเมรุมาศจำนวนมาก มาจัดแสดงเอาไว้ให้เราได้ชมกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประติมากรรมครุฑและเทพขนาดเท่าของจริง ทั้งหมดเต็มไปด้วยรายละเอียดอันประณีตบรรจง นอกจากนี้ยังมีการนำพิมพ์สำหรับหล่อและเครื่องมือช่างที่มีการใช้งานจริงมาจัดแสดงไว้ด้วยกันอีกด้วย ในขณะที่งานจิตรกรรมก็มีบทบาทเช่นกันในส่วนของฉากบังเพลิง ที่เราคงจะได้เห็นความสวยงามตระการตากันมาแล้ว ภาพวาดบนบานพับทั้งสี่ทิศนี้เป็นการผสมผสานระหว่างภาพพระนารายณ์และโครงการตามพระราชดำริที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รายละเอียดของการสร้างสรรค์ในส่วนนี้สามารถชมได้ใน สวรรค์บรรจงวาด

นิทรรศการส่วนต่อไป คือ ยาตรากฤษฎาธาร นำเสนอกระบวนการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศสำหรับประกอบริ้วขบวนพระราชพิธี ได้แก่ พระมหาพิชัยราชรถ ราชรถน้อย ราชรถปืนใหญ่ พระยานมาศสามลำคาน พระเสลี่ยงกลีบบัว พระที่นั่งราเชนทรยาน และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย การตกแต่งราชรถและพระยานมาศเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงคติของเทวราชาตามหลักประคติมานวิทยาฮินดูได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกันกับการตกแต่งพระเมรุมาศ อาทิ พระมหาพิชัยราชรถ ที่สะท้อนแนวคิดของการเคลื่อนพระบรมศพทางชลมารค ด้วยการสลักรูปพญานาคเอาไว้

และในส่วนสุดท้าย ตระการวิจิตรศิลปกรรม งานประณีตศิลป์อันละเอียดอ่อนก็เป็นอีกองค์ประกอบที่สำคัญของงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แบ่งออกเป็น (1) พระจิตกาธาน ที่มีเครื่องสดต่างๆ ทำจากดอกไม้และดอกไม้ประดิษฐ์ โดยเฉพาะงานแทงหยวกอันเป็นภูมิปัญญาช่างเก่าแก่ประดับส่วนฐาน สำหรับพระราชพิธีครั้งนี้ได้ใช้กล้วยตานีจำนวน 108 ต้น แกะสลักด้วยช่างฝ่มือจากราชสำนักและช่างจากทั่วทุกภูมิภาค ของประเทศไทย (2) พระโกศ ทั้งพระโกศพระบรมศพ หีบพระบรมศพ และพระโกศพระบรมอัฐิ เครื่องประกอบพระอิสริยยศเหล่านี้เป็นงานช่างอันประณีตที่สร้างจากโลหะประดับอัญมณี ตรงกันข้ามกับพระโกศและหีบพระบรมศพไม้จันทน์ ที่แกะสลักจากไม้จันทน์หอมเพื่อใช้ประกอบพระอิสริยยศบนพระจิตกาธาน


About the Author

anaras

นักโบราณคดีที่ชอบใช้เวลาในแกลเลอรีมากกว่าหลุมขุดค้น



Back to Top ↑