Events

Published on November 8th, 2017 | by anaras

0

ภูมิทัศน์ของจิตใจท่ามกลางความมืด

แม้ว่างานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ผลงานศิลปะเพื่อถวายความอาลัยก็ยังคงมีการจัดแสดงอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นนิทรรศการ ‘The Dark Paintings’ โดย สมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์ จัดแสดง ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ตั้งแต่วันที่ 1 – 29 พฤศจิกายน 2560

“The Dark Paintings เป็นพัฒนาการ แนวการวาดภาพแบบนามธรรม ที่ผมตั้งใจเน้นการใช้สีดำ และสีที่มีระดับความเข้มจัด…”

จากความเชี่ยวชาญในการวาดภาพจิตรกรรมนามธรรมอยู่แล้ว ทำให้สมศักดิ์เลือกที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างออกไปจากจิตรกรรมถวายความอาลัยอื่นๆ ที่เราคุ้นชินว่าต้องเป็นภาพของในหลวง รัชกาลที่ 9 แต่เพียงอย่างเดียว ศิลปินได้เทคนิคการระบายสีอย่างรวดเร็วเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่เขามีต่อการสูญเสียพระองค์ โดยเน้นสีดำเพื่อสร้างบรรยากาศอันมืดหม่น สื่อสารถึงความโศกเศร้า และด้วยการใช้ฝีแปรงหยาบ ใหญ่ และรวดเร็ว ปราศจากการร่างล่วงหน้า ก็สะท้อนถึงพลวัตของความรู้สึกนั้นที่ได้ปะทุขึ้นและดำเนินไปในแต่ละทิศทาง ทั้งนี้ สื่อสีสันที่เขาเลือกใช้นั้นก็มีความหลากหลาย ทั้งหมึกดำ สีน้ำมัน สีอะคริลิค และถ่านเกรยอง

สมศักดิ์นิยามภาพนามธรรมกลุ่มนี้ว่าเป็นการนำเสนอ “ภูมิทัศน์ของจิตใจ” (landscape of Mind) ที่ไม่ได้จำกัดกรอบการรับรู้ของผู้ชม ซึ่งนั่นก็เป็นลักษณะพื้นฐานของศิลปะนามธรรมอยู่แล้ว ที่ศิลปินไม่อาจควบคุมความหมายอย่างตรงไปตรงมาของผลงานได้ แต่ความช่ำชองของศิลปินที่สามารถถ่ายทอดผ่านองค์ประกอบของภาพอย่างรูปทรง เส้นสาย หรือฝีแปรง จะเป็นตัวกำหนดอารมณ์ของภาพด้วยตัวของมันเอง ซึ่งก็อาจจะเหมือนหรือแตกต่างไปจากความรู้สึกตั้งต้นของศิลปินก็ได้

อย่างไรก็ตาม อารมณ์ความรู้สึกที่ผู้ชมจะสัมผัสได้จากผลงานนามธรรมของสมศักดิ์กลับเป็นไปในทางเดียวกันได้ไม่ยากนัก เพราะผู้ชมได้รับทราบตั้งแต่ต้นแล้วว่าที่มาของจิตรกรรมเหล่านี้คือการถวายความอาลัยรักต่อพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่เราต่างรับรู้และรู้สึกกันทั่วไปอยู่แล้ว การได้มาชมงานศิลปะดังกล่าว จึงเปรียบเสมือนการส่องกระจกสะท้อนจิตใจของผู้ชมไปด้วย และภาพ “ภูมิทัศน์ของจิตใจ” ที่ผู้ชมได้เห็นนั้นก็เป็นภาพอันคมชัดไม่ต่างกันกับของศิลปิน ด้วยว่าความอาลัยนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่ครอบคลุมปวงชนชาวไทย แทรกซึมและตกตะกอนอยู่ภายในจิตใจมาตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปี

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการรับภาพในกลุ่มนามธรรมนี้จะแตกต่างออกไปจากผลงานอีกกลุ่มหนึ่งที่สมศักดิ์ใช้เทคนิคการนำเสนอภาพแทน (representation) หรือการวาดภาพที่ประกอบไปด้วยเนื้อหาอันจับต้องได้ และมีความหมายที่ตรงประเด็นภาพเหล่านี้ได้ใช้เทคนิคหลากหลายเช่นเดียวกัน แต่ชุดภาพที่ดูจะมีจำนวนมากและน่าสนใจมากที่สุดก็คือ ภาพวาดลายเส้นดินสอและเกรยอง ภาพกลุ่มที่สองนี้มีเนื้อหาเดียวกันทั้งหมด นั่นคือเป็นการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในและรอบพระบรมมหาราชวัง ต่อเนื่องไปยังท้องสนามหลวง ที่ภายหลังจากการสวรรคต ก็มีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ดึงดูประชาชนทุกหมู่เหล่าให้มารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นการต่อแถวรอเข้าสักการะพระบรมศพ หรือการร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อมวงออร์เคสตรา ต่างกรรมต่างวาระของแต่ละเหตุการณ์ สิ่งที่เหมือนกันคือใบหน้าของแต่ละบุคคลในภาพ ที่แสดงความเศร้าได้อย่างชัดเจน

ไม่เฉพาะผู้คนที่แสดงออกถึงความเศร้าโศก ศิลปินได้มองเห็นอะไรอีกอย่างหนึ่งในบริเวณท้องสนามหลวงที่ดูเหมือนจะเศร้าไม่แพ้กัน ‘มะขามอาลัย’ ทั้งสามภาพ เป็นภาพของต้นมะขามรอบสนามหลวงที่แตกต่างกัน เริ่มจากภาพลายเส้นต้นมะขามที่ลำต้นโอนอ่อนเสมือนจริง กิ่งใบพลิ้วไหวตามแรงลม กับฉากด้านหลังที่เป็นภาพพระบรมมหาราชวัง ต่อมาในภาพที่สอง ศิลปินได้ใช้สีอะคริลิคเพิ่มเติมสีสันของฉากหลังและใบมะขามลงไป ก่อนที่องค์ประกอบทั้งหมดจะหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นภาพนามธรรมที่เต็มไปด้วยฝีแปรงหยาบหนาในภาพที่สาม

พัฒนาการของภาพต้นมะขามอาลัยทั้งสามภาพนั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง นัยหนึ่งเราอาจมองได้ว่ามันคือเปลี่ยนแปลงอารมณ์ความรู้สึกของความเศร้า จากต้นมะขามที่ครบถ้วนสมบูรณ์สู่สิ่งที่เราไม่อาจทราบได้ว่าเป็นต้นมะขามหากไม่ได้อ่านชื่อผลงาน การเคลื่อนคล้อยจากภาพแทนความจริงสู่ภาพนามธรรมเปรียบเสมือนการเดินทางของจิตจากการรับรู้โลกแห่งความจริงเข้าสู่โลกส่วนตัว โดยการคลี่คลายรูปทรงองค์ประกอบศิลป์ และการเปลี่ยนผันเทคนิคที่ใช้ในการสร้างสรรค์

ผลงานทั้งสองรูปแบบดังกล่าวคือสิ่งที่ศิลปินเปรียบเทียบกับ “การบันทึกเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของบ้านเมือง และภาวะจิตใจ” จะเห็นได้ว่าสมศักดิ์ยังคงเอกลักษณ์ของงานแนวนามธรรมเอาได้อย่างชัดเจน พร้อมๆ กับการถ่ายทอดเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความรักและความอาลัยที่มีต่อรพะบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช บรมนาถบพิตร.


About the Author

anaras

นักโบราณคดีที่ชอบใช้เวลาในแกลเลอรีมากกว่าหลุมขุดค้น



Back to Top ↑