Events

Published on October 27th, 2017 | by anaras

0

หลง/วง/กต

การเดินชมงานศิลปะในแกลเลอรีมีจุดสังเกตที่หลายคนคงเคยประสบกันมาบ้าง หากพื้นที่ภายในห้องจัดแสดงมิใช่ระเบียงทางเดินที่มุ่งตรงไปในทิศทางเดียวอันมีชิ้นงานประดับบนผนังอย่างเป็นระเบียบ แต่เป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมสีขาวทรงลูกบาศก์ (white cube) ก็ย่อมจะเกิดปัญหาว่า แล้วเราจะเลือกชมภาพไหนก่อนดี เนื้อหาของแต่ละผลงานจำเป็นต้องเรียงลำดับอย่างไรหรือไม่ หรือภาพไหนควรจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ หากแผนผังของนิทรรศการไม่ได้มีการระบุให้ชัด การชมผลงานศิลปะก็จะเปรียบเสมือนการผจญภัยในพื้นที่จำกัดทางกายภาพ แต่กว้างขวางออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในแง่ของเนื้อหา

เพราะนอกจากปัญหาข้างต้นแล้ว เมื่อสารจากศิลปินซึ่งถ่ายทอดผ่านผลงานเดินทางเข้ามาสู่การรับรู้ของเรา ก็ทำให้เราต้องคิดพิจารณาสิ่งที่บ้างก็อาจเข้าใจได้ยาก หรือบ้างก็ง่ายจนไม่อาจทำความเข้าใจ

แกลเลอรีจึงอาจกลายเป็นเขาวงกตในเชิงนามธรรม สำหรับผู้ชม (แน่นอนว่าไม่ใช่สำหรับผู้ที่เข้ามาพบเพื่อเพียงผ่านไปเฉยๆ) ต้องทำการค้นหาความเป็นเหตุเป็นผลที่จะก่อให้เกิดการตีความผลงานอันเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ขวัญชัย ลิไชยกุล ตระหนักถึงสภาวะเหล่านี้ จนกลายมาเป็นการนำเสนอภาพเขาวงกตแห่งแกลเลอรี บนเฟรมผ้าใบเล็กๆ ‘The Art Gallery’ เป็นภาพเขาวงกตของห้องจัดแสดงภาพจิตรกรรมหลากหลาย มีผู้คนมากมายเดินวนไปมาเพื่อชมผลงาน ภาพดังกล่าวประดับอยู่เดียวดาย ณ ทางเข้าห้องจัดแสดงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์สีขาวแบบประเพณีของนำทองแกลเลอรี เสมือนการกล่าวต้อนรับผู้มาเยือน และสื่อสารถึงสิ่งที่พวกเขาจะได้พบกันต่อไปในนิทรรศการ ‘Metrospection’

“metrospection” เป็นการผสมกันระหว่างคำว่า “metropolis” และ “introspection” ที่หมายถึง “มหานคร” และ “การทบทวนความคิด” ภาพวาดสีอะคริลิกขาวดำขนาดใหญ่ชิ้นแรกที่ผู้ชมจะได้เห็น มหานครแห่งโลกสมัยใหม่อันเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตในภาพ ‘The Lineament of Metrosphere’ โลกทั้งใบก่อร่างขึ้นจากจินตนาการผสานการสังเกตการณ์ของจริง เราจะพบองค์ประกอบของวัตถุมากมายจากหลากหลายวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ โรงงานอุตสาหกรรม พระราชวัง คอนโดมิเนียม วัด โบสถ์ จตุรัสกลางเมือง บ้านคน อนุสาวรีย์ น้ำพุ และอีกมากมายหลายหลาก มหานครของขวัญไชยจึงไม่ได้เป็นภาพแทนของเมืองหนึ่งเมืองใดโดยเฉพาะ หากแต่เป็นการผสมผสานทุกสิ่งทุกอย่างที่ศิลปินนึกถึงเมื่อพูดถึงเมือง หรือในมุมมองที่กว้างกว่านั้น คืออารยธรรมมนุษย์

The Lineament of Metrosphere

The Lineament of Metrosphere, 2016, Acrylic on canvas, 250 x 500 cm

สถาปัตยกรรมหลากรูปแบบไม่ได้มีอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ประกอบไปด้วยคนตัวเล็กๆ กำลังทำกิจกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องไปกับหน้าที่ของสถานที่นั้นๆ อย่างโรงงานเราก็จะเห็นคนจำนวนมากกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นหน้าสายพานที่ยาวไปไม่มีที่สิ้นสุด ในคฤหาสน์หรูหรา คนรวยกำลังปาตี้เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน หรือภายในอาคารหลายๆ หลังที่ศิลปินตัดผนังออกเผยให้เห็นด้านใน ก็เต็มไปด้วยการใช้ชีวิตปกติของผู้คน มหานครแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวอันเป็นพลวัตชัดเจน สื่อถึงความเป็นเมืองที่มีชีวิต เน้นย้ำด้วยรางรถไฟฟ้าที่ทอดตัวไปทั่วทั้งเมือง งูยักษ์ที่เลื้อยเข้าซอกนี้เพื่อไปออกรูนั้น ตัดผ่านตึกรามบ้านช่อง ข้ามสะพาน ลอดอุโมงค์ต่างๆ อาจเปรียบได้กับเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเมืองให้ยังคงมีชีวิตอยู่ได้ อำนวยความสะดวกให้กับผู้คนที่ต้องเดินทางไปยังที่ต่างๆ ไล่เรียงตั้งแต่เขตชานเมืองที่เต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม จนถึงศูนย์กลางอันเจริญรุ่งเริองเต็มไปด้วยตึกสูง

ในภาพรวมจึงเป็นมหานครที่สมบูรณ์เหมือนจริงในเชิงแนวคิด ซึ่งเต็มไปด้วยกระบวนการอันขัดแย้งกันเองต่างๆ ที่เรามักพบได้ทั่วไปในชีวิตจริง คนรวยก็มีวิถีชีวิตอีกแบบหนึ่งที่แตกต่างจากคนจน แต่ทั้งหมดต้องใช้ชีวิตร่วมกันในพื้นที่อันจำกัด ภายใต้หมอกควันมลพิษทางอากาศและน้ำ แต่ทุกชีวิตก็ยังต้องต่อสู้ดิ้นรนกันไป และที่แทรกตัวอยู่ในความวุ่นวายของเมือง ก็คือสิ่งที่ศิลปินถ่ายทอดมาตั้งแต่แรก เขาวงกตหลายๆ แบบปรากฎในรูปลักษณ์แตกต่างกัน ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียนในภูมิประเทศแบบต่างๆ ก็ช่วยตอกย้ำประเด็นด้านแนวคิดอันสับสนวุ่นวายภายใต้ความเจริญทางวัตถุได้เป็นอย่างดี

The Garden of Knight Statues

The Garden of Knight Statues, 2016, Acrylic on canvas, 145 x 250 cm

จากเขาวงกตแห่งแกลเลอรี และเขาวงกตที่เป็นส่วนประกอบของเมืองใหญ่ ขวัญชัยได้ขยายแนวคิดดังกล่าวออกมาเป็นภาพขนาดใหญ่สามภาพต่อเนื่องกัน โดยแต่ละภาพเป็นหัวข้อเดียวกันทั้งหมด แต่มีการสื่อความหมายออกมาด้วยองค์ประกอบที่แตกต่างสามแบบ เริ่มจากภาพทางด้านซ้ายสุดของผู้ชม เป็นฉากเขาวงกตในสวนกว้างที่ประดับด้วยอนุสาวรีย์อัศวิน ส่วนล่างของประติมากรรมอัศวินในท่าทางต่างๆ ล้วนจมอยู่ใต้กระแสน้ำของลำธารที่ไหลเอื่อยๆ เต็มไปด้วยฝูงเป็ดลอยล่อง ตรงเกือบกึ่งกลางของภาพคือหอคอยสูงตระหง่านที่ภาพตัดให้เผยให้เห็นภายในชั้นล่างที่เสารองรับพังทลายแทบไม่เหลือ ในขณะที่ผู้คนยังคงสนุกสนานกันอยู่ชั้นบน บรรยากาศทั้งหมดของสวนเขาวงกตแห่งนี้กำลังตกอยู่ภายใต้พายุฝน เมฆก้อนใหญ่หลายก้อนลอยตัวอยู่ด้านบนอย่างน่ากลัว

สำหรับอัศวินคือบุคคลที่มีภาพลักษณ์สื่อถึงผู้ช่วยเหลือดังสำนวน “อัศวินม้าขาว” อย่างไรก็ตาม สำหรับสวนเขาวงกตแห่งนี้ ประติมากรรมอัศวินแต่ละตัวหากมองดีๆ แล้วจะพบว่าล้วนอยู่ในสภาพทรุดโทรม บางตัวแตกหัก บางตัวมีรอยร้าวไปทั่วร่าง ดูไม่น่าจะกลายมาเป็นผู้ช่วยเหลืออะไรใครได้อีกต่อไป จนต้องยืนจมอยู่ในน้ำ การอุปมาดังกล่าวมาจากแนวคิดที่ว่าหากอัศวินไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้แม้แต่ตัวเขาเอง ก็คงมีเพียงตัวเราที่ต้องช่วยเหลือตัวเอง หากแต่ ณ จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการมองเห็นปัญหา ซึ่งเราหลายคนอาจไม่ตระหนักถึงมัน ดังผู้คนที่เต้นรำในงานฉลองบนชั้นสองของหอคอยที่รากฐานแทบจะไม่เหลือแล้วนั่นเอง ศิลปินได้ใช้สัญลักษณ์ต่างๆ แทนแนวคิดดังกล่าว โดยเฉพาะเขาวงกตซึ่งเปรียบเสมือนปัญหาที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญนั่นเอง

The Garden of Bird Statues

The Garden of Bird Statues, 2016, Acrylic on canvas, 145 x 250 cm

หากเรียงตามลำดับการสร้างสรรค์ ภาพต่อมาคือภาพทางด้านขวาสุด ซึ่งมีบรรยากาศโดยรวมเหมือนกับภาพแรก แต่เปลี่ยนเป็นภาพของอนุสาวรีย์นกยักษ์ที่สอดส่ายสายตาลงมายังเขาวงกตเบื้องล่าง แฝงตัวอยู่ในเขาวงกตคือกระต่ายน้อยที่เปรียบเสมือนเหยื่อของผู้ล่า ศิลปินกล่าวว่าการเป็นนกเท่ากับการได้บินบนท้องฟ้า และมองลงมายังเบื้องล่าง จึงสามารถมองเห็นภาพรวมของเขาวงกตได้ทั้งหมด เปรียบดั่งการมองเห็นแนวทางการแก้ไขปัญหาในภาพรวม

และสำหรับภาพสุดท้ายประกอบไปด้วยอนุสาวรีย์นักปรัชญาที่เราอาจจะคุ้นหน้าคุ้นดี เพราะศิลปินได้ใช้เค้าโครงหน้าของนักคิดผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์โลกหลายๆ คนมาเป็นแบบของประติมากรรมซึ่งตั้งกระจายท่ามกลางเขาวงกต ภาพนี้คือการสื่อถึงภูมิปัญญาที่นักปรัชญาในหลายยุคหลายสมัยได้คิดค้นขึ้นโดยตรง การเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ก็อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาที่มองไม่เห็นทางออกก็ได้ จุดแตกต่างของภาพนี้กับอีกสองภาพคือศิลปินได้วาดอาคารที่ด้านในคือความมืดมิดเอาไว้หลายหลัง ตั้งแต่ห้องสมุดที่มีเพียงไฟฉายกระบอกเดียวสาดแสงไปยังชั้นหนังสือ หรือภายในหอคอยที่มีกล้องดูดาวตั้งอยู่ เป็นการกล่าวถึงภูมิปัญญาบางอย่างที่ยังคงอยู่แต่เพียงในความมืด รอการค้นพบจากผู้ที่ฝ่าฝันเขาวงกตออกมาได้ เพื่อเรียนรู้เพื่อนำไปสู่พัฒนาการครั้งใหม่อีกครั้ง

The Garden of Philosopher Statues

The Garden of Philosopher Statues, 2016, Acrylic on canvas, 145 x 250 cm

แม้จะมีเขาวงกตเป็นหลักเช่นเดียวกันกับภาพมหานคร แต่เขาวงกตในภาพอนุสาวรีย์ทั้งสามข้างต้น นั้นก็ไม่ใช่ใจความสำคัญทั้งหมดของภาพ หากเป็นอนุสาวรีย์ที่แตกต่างกันสามแบบนั้นเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คือทรรศนะของศิลปิน หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นมุมมองจากภายในตัวตนของขวัญชัย แตกต่างอย่างมีนัยเมื่อหันกลับไปดูภาพเมืองอันวุ่นวาย ที่เกิดจากการสังเกตโลกภายนอกเสียเป็นส่วนใหญ่และไม่ได้แฝงแนวคิดอันลึกซึ้ง การแสดงออกที่ค่อนข้างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงนี้เองชี้ให้เห็นว่าศิลปินได้ทำให้เขาวงกตแห่งงานศิลปะมีความซับซ้อนเข้าไปอีกได้อย่างไร กล่าวคือเมื่อกระบวนการรับรู้โลกภายนอกและภายในปะทะกัน สภาวะที่งานศิลปะกำลังถ่ายทอดความรู้สึกและข้อความอันมากมายมหาศาลของศิลปิน เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคงไม่ใช่ทุกคนที่จะมองออกตั้งแต่แรกเห็นว่าเขาวงกตเหล่านี้มีหน้าที่อย่างไร อนุสาวรีย์เหล่านี้สื่อความถึงสาระอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ดูไม่ต่างอะไรกับการหลงอยู่ในเขาวงกตแห่งแกลเลอรีที่ศิลปินอ้างถึงตั้งแต่แรกเริ่มนิทรรศการ

ในภาพรวม เขาวงกตแกลเลอรีของขวัญชัยจึงเป็นระบบที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบในตัวของมันเอง เริ่มจากการนำเสนอแนวคิดที่ศิลปินมีต่อโลกภายนอก ก่อนจะค่อยๆ ขยายประเด็นความซับซ้อนของผลงานด้วยการแฝงแนวคิดของตัวเองลงไป ภาพชุดใหญ่สามภาพแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในการสื่อความหมาย ในขณะที่ผู้ชมก็ถูกดึงดูดเข้าไปในโลกของศิลปินมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว สอดคล้องกับความหมายของขื่อนิทรรศการที่เรียกร้องการพินิจพิจารณาและการตรวจสอบบางอย่างอย่างลึกซึ้ง

จนดูเหมือนว่าแท้จริงแล้วสารที่ศิลปินต้องการสื่อก็คือสมมติฐานที่ว่า การหลงวนในเขาวงกตแห่งแกลเลอรีก็คงไม่ใช่อะไรที่เลวร้ายนัก และการมุ่งไปข้างหน้าเพื่อทางออกหนึ่งเดียวก็คงไม่ใช่จุดหมายปลายทางของผู้ชมเสมอไป เมื่อภายในนั้นเต็มไปด้วยสิ่งต่างๆ มากมายที่รอคอยการค้นพบใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา.


About the Author

anaras



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives