รักในรอยศิลป์
บทที่ 3
ขับเคลื่อนสู่สมาธิ
เสียงรถโฟล์คปี 64 ติดเครื่องดังก้อง ฉันเหยียบคลัทช์ เข้าเกียร์จากนั้นค่อยๆ ปล่อยคลัทช์
พร้อมๆ กับเหยียบคันเร่งทีละน้อยเพื่อขยับรถออกจากขอบทาง ฉันคุมเจ้าเต่าทองคันเล็กแต่
พวงมาลัยหนักอึ้ง ให้ยักย้ายไปตามโค้งมุมของซอกซอยในย่านบอนได จนเมื่อเข้าสู่สภาพการ
จราจรบนถนนโอลด์เซาธ์เฮดจึงหยุดนิ่งอยู่บนเนินก่อนถึงทางแยก แล้วการจราจรก็เคลื่อนตัวเป็น
จังหวะเดินๆ หยุดๆฉันต้องคอยเลี้ยงคลัทช์ไว้ไม่ให้รถไหลถอยหลังไปกระแทกกับเมอร์เซเดส-
เบนซ์คันใหม่เอี่ยมที่จ่ออยู่ข้างท้าย
ในที่สุดก็ฝ่าการจราจรเข้าสู่ทางด่วนคาฮิลล์เอ็กซ์เพรสเวย์ และเร่งความเร็วได้สักกึ่งหนึ่งของระดับ
ความเร็วที่จำกัดไว้จึงพบกับสภาพรถติดอีกครั้ง เวลายี่สิบนาทีหมดไปกับการขับไปตามรอบนอก
เมืองในทิศที่สวนทางกับการจราจรที่ติดขัด จนในที่สุดก็ได้ขยับออกจากย่านธุรกิจบนถนน
พาร์รามัตตา จากนั้นเจ้ารถโฟล์คจึงได้ทะยานที่ความเร็วหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง และได้ไต่ความ
เร็วถึงหนึ่งร้อยบนทางพิเศษ
ถ้าไม่นับเรื่องที่ต้องจ่ายค่าผ่านทางแล้ว ฉันชอบขับรถบนทางพิเศษมาก แรงสั่นจากเครื่องยนต์
โฟล์คสวาเกนเก่า ๆ ที่เคลื่อนผ่านแชสซีส์เหล็กกล้า ส่งต่อมายังที่นั่งที่โค้งรับสัดส่วน และเขย่า
กล้ามเนื้อทุกชิ้นในร่างกายของฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้านั้น เป็นเสมือนการบำบัดอย่างหนึ่ง
เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงที่ไม่ต้องเลี้ยวหรือเปลี่ยนเกียร์ แค่เคลื่อนตัวไปเรื่อย ๆ อย่างผ่อนคลาย
และฉันยังได้ความสบายใจจากการปลดปล่อยให้จิตสงบเป็นสมาธิ มีโอกาสได้ขบคิดอย่างลึกซึ้ง
ถึงเรื่องราวอะไรก็แล้วแต่ ต่าง ๆ นานาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
สำหรับวันนี้ จิตใจฉันวนเวียนอยู่กับนัดสัมภาษณ์ในช่วงบ่ายเกี่ยวกับเรื่องเมืองไทย ฉันครุ่นคิดถึง
โอกาสของฉันและบริบทแวดล้อม ตลอดจนเรื่องชีวิตของฉันโดยรวม ฉันไม่เคยคิดอยากเป็น
อาจารย์ในมหาวิทยาลัยมาก่อน แม้ว่าก่อนที่ฉันจะเริ่มทำปริญญาเอกภาคพิเศษที่มหาวิทยาลัย
เวสเทิร์นซิดนีย์เมื่อเกือบสามปีก่อนนั้น ฉันจะได้ใช้เวลาเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยมากกว่าครึ่งหนึ่ง
ของช่วงเวลานับจากที่จบจากโรงเรียนก็ตาม ตอนนั้นฉันได้รับการทาบทามให้รับตำแหน่งอาจารย์
เป็นครั้งแรกในฐานะอาจารย์พิเศษ
เมื่อมองในแง่ดีก็จะพบว่านักเรียนดีมาก ๆ ทุกวันนี้ค่าเล่าเรียนแพงหูฉี่ สวนทางกับสิ่งอำนวยความ
สะดวกที่ล้าหลังเพราะเอาความหลักประหยัดเป็นตัวตั้ง บรรดานักเรียนที่เข้ามาจึงล้วนเป็นผู้ที่มาด้วย
ความตั้งใจจริง ส่วนข้อเสียก็คือฉันไม่ค่อยมีเวลาได้ทำงานศิลปะเหมือนเมื่อก่อน และการเมืองใน
นี้ก็แรงเหลือเชื่อ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าวงการอาจารย์จะร้ายกาจกันได้เพียงใด
ส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเรื่องเงินและอำนาจในมหาวิทยาลัยที่ได้รับทุนสนับสนุนต่ำกว่าที่ควรเป็นอยู่มาก
อำนาจที่จะได้มาซึ่งเงินสำหรับหลักสูตรของคุณ โครงการของคุณ ภาควิชาของคุณ และอำนาจใน
รูปของตำแหน่ง ดังเห็นได้จากการแก่งแย่งแข่งขันกันเพื่อให้หน้าที่การงานล้ำหน้ากว่าคนอื่นๆ
เหนือสิ่งอื่นใดยังมีเรื่องของพวกเผด็จการบรรดาศักดิ์ทั้งหลายที่กุมอำนาจการใช้จ่ายไว้แน่นใน
อุ้งมือเหล็ก และคอยคุมเข้มให้สิ่งที่บรรดาอาจารย์ตัดสินใจต้องเป็นจริงขึ้นมาให้จงได้
ฉันได้รู้อย่างแจ่มแจ้งแล้วว่ามหาวิทยาลัยได้กลายเป็นเรื่องเงินและผลประโยชน์มากกว่าเรื่องการ
เรียนรู้ไปเสียแล้ว ตอนที่ฉันเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีด้านศิลปศาสตร์อยู่ที่เมืองอะเดอเลดใน
สาขาวิชาเอกบทบาททางเพศ
ฉันสนใจอยู่แต่เรื่องความเคลื่อนไหวสิทธิสตรีและการเมืองในหมู่นักศึกษามากกว่าที่จะไปใส่ใจ
เรื่องความขัดแย้งหยุมหยิมในหมู่อาจารย์ที่เป็นข่าวลือให้พอได้ยินบ้าง
หลังจากสำเร็จการศึกษาฉันได้ย้ายไปซิดนีย์เพื่อเรียนปริญญาตรีอีกใบทางด้านวิจิตรศิลป์ที่
มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ใคร ๆ ก็หาว่าฉันบ้าที่ฉันเรียนจบปริญญาตรีปุ๊บก็ไปเรียนปริญญาตรีต่ออีก
หลักสูตรในทันที ทุกคนพูดกับฉันเหมือนกันหมดว่า เธอต้องโตแนวตั้งสิ ไม่ใช่โตแนวนอน
เธอเป็นนักศึกษาระดับหัวกะทินะ ทำไมไม่ทำเกียรตินิยมแล้วมุ่งปริญญาเอกไปเลยล่ะ?" ถึงฉันจะ
ชอบสาขาที่เรียนมา และไม่ได้ต้องการทิ้งไปทำอย่างอื่น
แต่ฉันต้องการจะนำเอามิติเรื่องผู้หญิงไปผสานเข้ากับวิชาชีพในฐานะศิลปินซึ่งฉันหลงใหลมาตลอด
แล้วก็มีพรสวรรค์อยู่แล้วด้วย เพียงแต่ไม่เคยได้เอาจริงเอาจังเสียที ดังนั้นก่อนที่จะทำเกียรตินิยม
อันดับหนึ่งและปริญญาเอก ฉันจึงต้องเบี่ยงออกด้านข้างเสียก่อนเพื่อที่จะหลอมรวมความความ
หลงใหลทั้งสองให้กลายเป็นหนึ่งเดียว
สำหรับตอนนี้ ถ้าฉันได้รับเลือกก็จะค่อนข้างแน่ใจได้ว่าฉันจะได้เป็นอาจารย์ประจำ เลื่อนฐานะ
จากอาจารย์พิเศษเป็นอาจารย์ประจำทันทีที่มีตำแหน่งว่าง ซึ่งน่าจะเป็นปีหน้า ถ้าได้ตำแหน่งที่ว่านี้ก็
มีโอกาสที่จะก้าวหน้าอีกไกลบนถนนนักวิชาการ จนเป็นหัวหน้าภาควิชาศิลปะสตรีนิยม และอาจมี
สักวันที่ได้ตำแหน่งถาวรอันทรงเกียรติสูงสุด เป็นไปได้ที่ฉันอาจจะได้เป็นคณบดีหญิงคนแรก
ของคณะทัศนศิลป์
เรื่องนี้ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าคณะกรรมการคัดสรรจะเลือกใครคนใดคนหนึ่งในจำนวนอาจารย์
ประจำสามคนที่สมัครหรือไม่ หรือว่าจะเลือกฉัน พวกเขามีคุณวุฒิสูงกว่าฉันอย่างแน่นอน
ปีเตอร์ สตีเวนส์ และ ไมเคิล ตัน จบปริญญาเอกและเป็นอาจารย์ประจำมาหลายปีแล้ว ส่วน
โรเจอร์ เซดริค ก็ตระเวนแสดงผลงานในระดับนานาชาติตามมหาวิทยาลัยต่างๆ มาหลายปี ทั้งใน
โครงการแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยในเกาหลี, ญี่ปุ่น, อิตาลี, และตอนนี้ก็จะเป็นมหาวิทยาลัย
ศิลปากรในประเทศไทย
ฉันเริ่มรู้จักกับศิลปะใน แวดวงมหาวิทยาลัย ก็เมื่อตอนเป็นนักเรียนศิลปะ ซึ่งมันทำให้เห็นความ
แตกต่างระหว่างศิลปินสองประเภท คือ ผู้ที่สามารถสร้างผลงานได้และผู้ที่เป็นผู้สอน แต่กลุ่ม
ที่เป็นผู้สอนคือผู้ที่มีเงินเดือนและมีอภิสิทธิ์ที่จะได้เดินทางไปกับโครงการแลกเปลี่ยนต่างๆ
นั่นคืออีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฉันอยากจะเป็นศิลปินอิสระขนานแท้ และไม่เคยคิดจะทำงานด้านการ
สอนเลยจนกระทั่งได้รับการทาบทาม
แล้วทำไมฉันถึงรับข้อเสนอนะหรือ? หลังจากที่เรียนในระดับปริญญาตรีอยู่หกปี และในปีทีเจ็ดก็
เป็นนักศึกษาเกียรตินิยม ตามด้วยปริญญาเอกต่ออีกสามปี ฉันจึงสะสมหนี้สินไว้ได้ก้อนโตพอๆ
กับประเทศโลกที่สามขนาดย่อม ๆ สักประเทศหนึ่ง เมื่อประกอบกับค่าครองชีพที่สูงเหลือเชื่อใน
ซิดนีย์ ฉันจึงเข้าข่ายเดือดร้อนเรื่องเงินอย่างหนัก และจะต้องทำอะไรสักอย่าง โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อฉันไม่อยู่ในวงการพาณิชย์ศิลป์ที่วนเวียนอยู่กับภาพเหมือนและภาพทิวทัศน์ล้าสมัย
เพราะฉันยึดหลักปรัชญาที่จะไม่ทำให้งานศิลปะของฉันกลายเป็นสินค้า ส่วนการสอนศิลปะนั้น
นอกจากจะเป็นงานรายได้ดีแล้ว ก็ยังถือว่าอยู่ในวงการศิลปะอยู่ ช่วงเวลาสี่ปีนับจากที่จบ
เกียรตินิยมจนถึงตอนที่กลับมาเรียนอีกครั้ง ฉันเป็นศิลปินอิสระและมีโอกาสได้จัดนิทรรศการเดี่ยว
เฉลี่ยปีละครั้ง ในจำนวนนั้นมีครั้งหนึ่งซึ่งจัดที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเพื่อผู้หญิงในงานศิลปะ
ณ กรุงวอชิงตันดีซี ซึ่งเป็นสถานที่อันทรงเกียรติยิ่ง ฉันได้รับเกียรติในครั้งนั้นจากความสามารถ
และผลงาน ไม่ใช่จากการประจบสอพลอคณะบดีในมหาวิทยาลัย สิ่งเหล่านี้คือความสำเร็จยิ่งใหญ่
ที่ไม่มีผลตอบแทนเป็นตัวเงินสักเท่าใด นอกจากเงินสนับสนุนเล็กๆ น้อยๆ และเงินจากการขาย
ผลงานผ่านห้องแสดงผลงานศิลปะได้เป็นครั้งคราว
ฉันไม่เคยตั้งราคาผลงานของฉัน ไม่มีจุดแดงหรือที่ว่างไว้ติดราคา แต่ฉันก็ไม่เคยคิดต่อต้านการ
ขายผลงานหากมีใครสักคนสนใจพอที่จะยอมจ่ายเงินซื้อไป ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เรื่องเงิน แต่อยู่ที่
ว่าศิลปะของฉันไม่ใช่สิ่งที่ซื้อขายกันได้สะดวกอย่างภาพวาดหรือภาพพิมพ์ และนั่นก็หมายถึงว่า
ฉันแทบจะไม่สามารถหาเงินได้เลย ประกอบกับการที่ไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาแต่เกิด
จึงมีบ้างเหมือนกันที่ต้องเจอกับช่วงที่แสนลำบาก ถ้าไม่ได้เดบราและโจนคอยช่วยเหลืออยู่เป็น
ครั้งคราว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไร
เราแทบไม่มีโอกาสได้เห็นศิลปินอิสระแสดงผลงานในเวทีมหาวิทยาลัย และแทบจะไม่เคยเห็น
ศิลปินในแวดวงมหาวิทยาลัยข้ามฟากไปแสดงผลงานในห้องแสดงผลงานศิลปะแท้ๆ เลย
ดูเหมือนโลกศิลปะจะแบ่งออกเป็นสองโลกที่แยกจากกันโดยเด็ดขาด ตอนที่เป็นนักศึกษาฉันเคย
ไปดูงานแสดงศิลป์ของอาจารย์อยู่บ้าง และฉันก็ทนดูไม่ได้เพราะพวกเขาสร้างงานแบบสุกเอา
เผากินเสียเหลือเกิน ไม่มีการมุมานะทำงานอย่างหนักแต่อย่างใด แค่เป็นงานให้เด็กๆ และพวก
ชอบเลียคณะบดี แล้วตอนนี้ล่ะ ฉันกำลังทำในสิ่งที่ฉันเคยวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นไว้อย่างไม่มี
ผิดเพี้ยน ฉันรู้ตัวดีว่าฉันมันช่างเสแสร้งเสียเต็มประดา ไม่แปลกเลยที่เดบราคอยแค่นแคะฉัน
เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตลอด คงต้องยอมรับว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะปัญหาส่วนตัวเรื่องเงินที่ต้องเผชิญ
ในโลกแห่งความเป็นจริงนั่นเองที่บีบให้ต้องทำอะไรสักอย่าง และนี่ก็คือทางเลือกที่ดีที่สุดของฉัน
ตามปกติแล้ว เมื่อถึงเวลาของโครงการแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ที่มีขึ้นเป็นครั้งคราว หัวหน้าภาควิชา
หรืออาจารย์ประจำที่คณะบดีเลือกไว้ก่อนหน้าแล้วจะเป็นผู้เข้าโครงการโดยอัตโนมัติ แต่คราวนี้มี
การเปิดโอกาสให้อาจารย์ทุกคน ไม่ว่าอาจารย์ประจำหรืออาจารย์พิเศษ เพื่อกำจัดเสียงบ่นที่ว่าคน
หน้าเดิม ๆ ได้ชิ้นปลามันเป็นวันหยุดท่องเที่ยวฟรีตลอดรายการแบบนี้ไปซ้ำแล้วซ้ำอีก หรืออีก
นัยหนึ่ง การที่เปิดให้อาจารย์ทุกคนได้มีโอกาสในครั้งนี้ก็เป็นเพราะเหตุผลทางการเมือง และนับ
วันการเมืองก็ยิ่งน่าคลื่นเหียนขึ้นทุกที ไม่ว่าใครจะได้รับเลือกในวันนี้ นั่นก็คือผลของการเมืองหรือ
เรื่องของพวกพ้อง ไม่ใช่ด้วยเรื่องของศิลปะ
หัวหน้าคณะกรรมการคัดสรรชุดนี้คือคณะบดีมัลคอล์ม ผู้ที่ฉันได้เคยหลงผิดครั้งใหญ่ด้วยการมี
สัมพันธ์เชิงชู้สาวด้วยเป็นช่วงสั้น ๆ เมื่อปีก่อน แม้ว่าเรื่องราวจะจบไปตั้งนมนานแล้ว และดูจะเป็น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความอ่อนเดียงสาในตอนนั้น แต่มันก็ได้กลายเป็นความผิดพลาดซึ่งทำให้
เจ้าหน้าที่หลายต่อหลายคนจากทั้งสองฝ่ายพากันไม่ชอบขี้หน้าฉัน ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มที่อยู่ฝ่าย
มัลคอล์มเท่านั้น พวกที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเขาก็เขม่นฉันที่ดันไปนอนกับศัตรู ลับหลังฉันมีเสียง
นินทาลือสะพัดไปทั่วว่าฉันนอนกับนายเพราะหวังจะได้ตำแหน่งอาจารย์ประจำทันทีที่มีตำแหน่ง
ว่างตำแหน่งแรกในคณะ แล้วตอนนี้ใคร ๆ ก็กระซิบกระซาบกันว่ามัลคงจะส่ง แฟนสาว
ของเขาไปประเทศไทยอย่างแน่นอน แม้ว่าฉันจะเป็นฝ่ายบอกเลิกกับเขาเองตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว
คนเราบางคนช่างจดช่างจำอะไรได้ยาวนานเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะกับเรื่องความผิดพลาดของผู้อื่น
ที่จริงแล้ว ฉันว่ามัลคงจะไม่ให้ฉันได้ไปโครงการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ด้วยเหตุผลที่ว่าเราเคยนอนด้วย
กันอยู่ช่วงหนึ่งหรอก แต่โชคร้ายที่เรื่องนี้ได้กลายเป็นเรื่องที่รับรู้กันโดยถ้วนทั่วไปแล้ว ไม่ว่าจะ
จากปากใครก็ตาม และยังกลายเป็นความอึดอัดใจในแง่การปกครองสำหรับมัลตลอดจนตัวฉัน
เช่นกัน หากจะให้เดา ฉันว่ามัลคงจะหลุดปากพูดเรื่องนี้ออกไปเพราะอดใจไว้ไม่ได้ที่จะคุยโม้กับ
เพื่อนร่วมวงเบียร์ถึงความสำเร็จในการเคลมสาวครั้งล่าสุด และเรื่องราวก็คงขยายวงจากจุดนั้นนั่นเอง
ส่วนเรื่องที่ว่าถ้ามัลจะให้ฉันได้ไปโครงการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ ก็คงเป็นเพราะเขาอยากจะให้ฉันไปพ้นๆ
จากเขาสักเดือนเสียมากกว่า หรือถ้าจะไม่เลือกฉันก็คงเป็นเพราะเขาไม่ต้องการถูกมองว่าตัดสิน
ด้วยความลำเอียงจากเรื่องชู้สาว อะไรๆ จะง่ายขึ้นเป็นกองถ้าการคัดเลือกจะวัดกันที่โครงงานที่นำ
เสนอล้วนๆ แต่โชคร้ายที่นั่นคงจะเป็นได้เพียงความหวังของคนที่ยึดมั่นในอุดมคติเท่านั้น และฉัน
ก็ไม่ใช่คนที่ยึดถืออุดมคติมานานแล้วด้วย
ฉันสูดลมหายเฮือกยาวและชำเลืองตามองไปตามบ้านที่เรียงรายเป็นแถวเป็นแนวทั้งซ้ายขวา
ทอดยาวไปจนสุดสายตา ทางด้านขวาเป็นเขตชานเมืองที่โตจนอิ่มตัวแล้ว มีต้นยางเก่าแก่ให้ร่มเงา
แก่บ้านที่ก่อสร้างด้วยอิฐสีแดง ส่วนทางด้านซ้ายเป็นเขตจัดสรรที่ดินใหม่ มีบ้านที่หลังใหญ่กว่า
แต่เบียดแน่นอยู่บนที่ดินแปลงเล็กกว่าโดยหาต้นไม้ไม่ได้แม้แต่เพียงต้นเดียว หนึ่งปีก่อนหน้านี้
ที่ตรงนั้นยังเป็นทุ่งเลี้ยงวัวสลับกับต้นยูคาลิปตัสและพุ่มไม้พื้นเมืองดั้งเดิมซึ่งน่าจะอยู่ที่นี่มาตั้งแต่
ก่อนชาวยุโรปจะเข้ามาตั้งรกรากเมื่อเกือบสองร้อยยี่สิบปีก่อน ทั้งหมดนี้ถูกบรรดานักพัฒนาที่ดิน
แผ้วถางจนเตียนโล่งเพื่อยัดบ้านลงไปให้ได้จำนวนมากหลังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันคิดว่าถ้าคุยกัน
อยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านพวกนี้ เพื่อนบ้านคงจะต้องได้ยินสิ่งที่คุณคุยกันด้วยเป็นแน่แท้
และเมื่อมองออกจากห้องนอนก็ต้องสบตากับเพื่อนบ้านที่อยู่ในห้องนอนของเขาอย่างหลบเลี่ยง
ไม่ได้
เมื่อเลี้ยวออกจากทางพิเศษ ช่วงสองสามกิโลเมตรสุดท้ายสู่วิทยาเขตคิงส์วูดใช้เวลาอีกเพียง
ไม่กี่นาที ระหว่างที่ขับรถผ่านพื้นที่กว้างใหญ่แต่แห้งแล้ง ฉันมองไปที่อาคารต่างๆ ของมหาวิทยาลัย
และอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบกับบ้านใหม่ ๆ ที่เรียงรายอยู่ริมทางพิเศษ โครงสร้างหลักของอาคาร
เหล่านี้มีอายุร่วมยี่สิบห้าปีแล้ว แต่ก่อสร้างด้วยวัสดุราคาถูกและฝีมือช่างที่ด้อยมาตรฐานเช่นเดียว
กับบ้านสมัยนี้ จึงไม่อาจยืนหยัดผ่านกาลเวลาอยู่ได้นาน พวกมันถูกต่อเติมมาหลายครั้งหลายครา
แต่ละครั้งก็ดูเหมือนจะออกแบบโดยคำนึงถึงเพียงการประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด ผลโดย
รวมที่ได้จึงเป็นการผสมผสานที่ก่อให้เกิดทัศนอุจาดทางสถาปัตยกรรม
หลังจากที่ขับวนอยู่ในที่จอดรถอยู่สามรอบ ฉันก็ย้อนกลับมาเจอช่องจอดที่เหลืออยู่เพียงช่องเดียว
ใกล้กับทางเข้า ทำให้ฉันต้องเดินอีกตลอดความยาวของวิทยาเขตเพื่อเข้าไปที่คณะซึ่งตั้งอยู่ด้าน
ในสุด ฉันรู้สึกร้อนจนเหงื่อชุ่มไปทั่วตัว และยังเข้าสอนคาบเก้าโมงเช้าช้าไปอีกห้านาที
|