รักในรอยศิลป์
บทที่ 5
กลบเกลื่อน
เดบราเป็นคนแรกที่กลับถึงบ้านตอนหกโมงครึ่งด้วยสภาพที่อิดโรยอย่างเห็นได้ชัดจากวันอันแสน
ยาวนาน ประกอบกับยังไม่ฟื้นตัวจากช่วงสุดสัปดาห์ สภาพอันซีดเซียวของเธอที่เห็นอยู่ทำให้ฉัน
สะกดอารมณ์ที่อยากจะบอกข่าวดีของฉันเป็นสิ่งแรกเอาไว้ พยายามนึกอยู่ว่าจะช่วยเธอได้
อย่างไรบ้างก่อนที่จะพูดเรื่องของตัวเอง
เป็นอย่างไรบ้าง เดบรา? ตอนนั้นฉันนึกได้เพียงเท่านี้
อย่าถามเลย เธอตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะอาหารในครัว
ตาเหม่อมองไปในอากาศธาตุ
กาแฟสักถ้วยดีไหม?เธอกึ่งๆ จะปลดเปลื้องความรู้สึกออกไปได้ "บลัดดี้แมรีสักแก้ว
ดีกว่ามั๊ง?
ได้เลย แต่ดูก่อนนะว่าในตู้เย็นมีน้ำมะเขือเทศอยู่หรือเปล่า ฉันเปิดดู ยังมีอยู่ ในช่องแช่แข็ง
ยังมีเหล้าว็อดก้าสโตลีส์อยู่อีกขวด ฉันจึงผสมเครื่องดื่มข้นๆ นี้มาสองแก้ว
"ขอบใจ แอนนา เธอพูดพร้อมกับคว้าแก้วของเธอไปกระดกลงคอทันท
ี ฉันพยายามจะมองในแง่ดี
หยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาเธอทำอะไรบ้าง? ฉันไม่เห็นเธอตั้งแต่วันพฤหัสจนเมื่อเช้านั่นแหละ
แอลกอฮอล์คงจะพุ่งตรงปรี๊ดเข้าสู่ส่วนสมองของเธอและร่วมออกฤทธิ์ในการตอบสนอง
ต้องถามว่าหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาฉันไม่ได้ทำอะไรบ้างถึงจะถูก ฉันดื่มฉลอง
เสียสุดเหวี่ยงนะสิ!
กับใครหรือ?
ใครต่อใครเยอะแยะไปหมด ทุกคนนั่นแหละ ถ้าเธอไม่มัวยุ่งอยู่กับงานแล้วละก็ เธอก็คง
ได้โต้รุ่งกับฉันที่บาร์
ใช่ ฉันทำงานหนักไปหน่อย แต่ฉันก็กำลังจะได้รับรางวัลตอบแทนนะ ฉันพูดเป็นนัยพร้อม
ฉีกยิ้มกว้าง
เออ นั่นสิ วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
ฉันได้เข้าโครงการล่ะ! อีกสองอาทิตย์ฉันจะบินไปเมืองไทยแล้ว!
แจ๋วไปเลย แอนนา ยินดีด้วยนะ เธอพยายามทำให้น้ำเสียงฟังดูตื่นเต้น
ฉันนึกว่าเส้นทางศิลปินของฉันจะจอดสนิทไปเสียแล้ว เพราะต้องง่วนอยู่กับเรื่องทำ
ปริญญาเอกและงานสอนจนไม่มีเวลาสร้างงานศิลปะของตัวเอง ตอนนี้ฉันมีโอกาสดีที่จะทำทั้ง
สองอย่างไปพร้อม ๆ กันได้แล้ว
ผสมเครื่องดื่มให้ฉันอีกสักแก้วได้ไหม ฉันตื้อไปหมดแล้ว
ฉันรับเอาแก้วเปล่ามาและผสมเครื่องดื่ม ขณะที่ยื่นเครื่องดื่มให้เธอฉันจึงถามขึ้นว่า มีอะไรหรือ
เปล่า เด็บ? ช่วงนี้ดูเธอเปลี่ยนไปนะ
ดีใจจริงๆ ที่เธอรู้จักสังเกตชีวิตคนรอบข้างเธอเหมือนกันว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง ไม่ใช่สนใจอยู่
แต่เรื่องของตัวเอง เธอตอบอย่างฉุนเฉียว
ก็แบบนี้แหละ ที่ฉันพูดถึง เธอไม่เคยตะคอกฉันอย่างนี้มาก่อนเลยนะ แล้วก็ดูเหมือนว่าเดี๋ยวนี้
ฉันจะพูดหรือจะทำอะไรก็ผิดไปหมดในสายตาของเธอ
เราก็เปลี่ยนไปกันทุกคนนั่นแหละ แอนนา แล้วผู้หญิงคนที่ย้ายเข้ามาอยู่กับเราที่นี่ตอนแรกล่ะ
ไปไหนแล้ว? คนที่กระตือรือร้นกับศิลปะของเธอ กับกระบวนการสร้างสรรค์ และกับการจัดแสดง
ผลงาน สาวคนที่ชอบเอาเรื่องอาจารย์ที่สอนเธอมาล้อเลียน แล้วก็มีความมุ่งมันที่จะเป็นศิลปิน
ขนานแท้
เกิดอะไรขึ้นกับสาวคนที่ชอบออกไปเที่ยวบาร์กับฉันแล้วก็สนุกสนานเฮฮา จีบหนุ่มๆ ไปตาม
ประสา? สำหรับเธอตอนนี้ คำก็มหาลัยสองคำก็มหาลัย แล้วก็เรื่องหนุ่มๆ อีก พระเจ้าช่วย
ตั้งแต่เธอเริ่มสอนหนังสือหนังสือมาก็เห็นเธอเคยคบอยู่คนเดียว แล้วก็ดันเป็นนายหัวดอ
ที่มหาลัยอีก จนป่านนี้แล้วฉันว่าเธอคงตกลงใจร่วมหอลงโรงกับแท่งสั่นหรรษาของเธอไป
เรียบร้อยแล้วใช่ไหมล่ะ
ฉันไม่ได้เตรียมใจที่จะได้รับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ชุดใหญ่แบบนี้ แล้วก็จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจะ
เริ่มแก้ต่างให้ตัวเองได้ตรงไหน หลังจากเธอหยุดพักหายใจเล็กน้อยเธอก็อ้าปากเตรียมพูดต่อ
แต่ก่อนที่เธอจะได้เริ่มสวดอีกครั้ง ฉันก็ชิงจังหวะระเบิดอารมณ์ขึ้นบ้างจากความบึ้งบูดที่ก่อตัว อยู่ระหว่างเราในช่วงสองปีที่ผ่านมา
แล้วเธอล่ะ หือ? อะไร ๆ ก็เรื่องที่ทำงานกับเรื่องอาชีพของเธอไปหมด ฉันเคยชอบฟังเรื่องที่เธอ
เล่าเกี่ยวกับที่ทำงานว่าในแต่ละวันเธอเจอกับความท้าทายอะไรบ้าง แต่ก็ฟังจนเบื่อมานานแล้ว
เมื่อไรเธอจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองเสียทีนะ? ไม่ใช่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาหาเงินแล้วก็ทำตัว
สำมะเลเทเมาอยู่ แล้วเรื่องบนเตียงน่ะ ครั้งสุดท้ายเมื่อไร? ที่เธอทำงานหนักนี่คงเพราะต้องเอา
เงินที่หาได้เพิ่มไปจ่ายเป็นค่าหนุ่ม ๆ คู่ควงของเธอละสิ!
ฉันเพิ่งมามารู้สึกตัวว่าฉันทำตัวร้ายกาจเพียงใดก็ตอนที่พูดจบไปแล้ว สภาพของเดบราดูอ่อนล้า
และยับเยินเกินกว่าที่ฉันเคยได้เห็นไม่ว่าในครั้งไหน ไม่มีเสียงออกจากปากเธอสักคำ แล้วเธอก็
เดินอย่างเลื่อนลอยออกจากห้องโถงแล้วเข้าห้องนอนไป ทิ้งให้ฉันร้องคำว่า ขอโทษ อยู่ข้างหลัง
ทันใดนั้นฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียวในโลกใบนี้ และตระหนักขึ้นได้ว่าชีวิตเล็กๆ
ของฉันเต็มไปด้วยปัญหาปลีกย่อย ความไม่สะดวกสบายนิดๆ หน่อยๆ กับความสำเร็จอีกเล็กๆ
น้อยๆที่ล้วนมองดูใหญ่ในสายตาของฉันก็เพราะมันเป็นเรื่องของฉันเอง แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่
สำหรับใครอื่น แม้แต่คนที่ใกล้ชิดสนิทสนม นั่นไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่ใส่ใจฉัน แต่เป็นเพราะ
พวกเขาก็มีปัญหามากมายของตัวเองเช่นกัน ที่ดูเป็นเรื่องใหญ่ในสายตาของพวกเขาซึ่งพวกเขา
จะต้องจัดการ
นอกจากความรู้สึกโดดเดี่ยวแล้ว ฉันยังรู้สึกว่าชีวิตของฉันขาดไร้ซึ่งความรัก อัตคัดชนิดที่เรียก
ได้ว่าแทบจะไม่เคยมีช่วงเวลาให้ใคร่ครวญถึง หรืออาจจะเพราะละเลยไปเองเป็นเวลานาน
เดบราพูดถูก แม้ว่าตัวเธอเองก็ชอกช้ำจากปัญหาเดียวกันนี้โดยที่เธอไม่ยอมรับความจริงและกลับ
เอาแต่ชี้นิ้วมาที่ฉัน ฉันไม่ได้คบหาจริงจังกับใครมาได้ห้าหรือหกปีแล้ว จนชักจะเริ่มสงสัยว่าฉัน
จะมีโอกาสได้เจอรักที่ไม่มีวันสิ้นสุดหรือไม่ อย่างน้อยความว่างเปล่าก็ถูกเติมเต็มขึ้นมาบ้าง
เมื่อโจนกลับถึงบ้านพร้อมกับความกระปรี้กระเปร่าที่กลบความเครียดทั้งหลายเสียสิ้น ไม่ว่าจะ
จากหน้าที่การงานของเธอหรือเรื่องอื่น ๆ หวัดดีจ๊ะ หนูจ๋า เธอพูดด้วยน้ำเสียงเบิกบานขณะที่
วางถุงพลาสติกซึ่งบรรจุผักผลไม้ลง สัมภาษณ์ของเธอวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
ฉันได้รับเลือก ฉันตอบด้วยน้ำเสียงห่อเหี่ยว
จริงหรือเปล่า? แต่ฟังดูเหมือนเธอไม่ยินดีเลยนะ มีอะไรหรือเปล่า?
เรื่องเดบราน่ะ พอฉันบอกข่าวนี้กับเธอ เธอก็เริ่มเอ็ดตะโรใส่ฉัน หาว่าฉันเปลี่ยนไปจากศิลปิน
คนเดิมที่เคยรู้จัก แล้วก็เรื่องฉันกับหนุ่มๆ อีก ฉันก็เลยอดสวนกลับไปบ้างไม่ได้ แล้วก็ว่าเธอ
รุนแรงไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจนะ ว่าแต่เดบราเธอเป็นอะไรไปหรือ โจน?
หรือว่าเธออิจฉาที่ความสำเร็จของฉันมาแย่งความสนใจจากเธอไป? ก็อย่างที่เราก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเธอ
ชอบเล่าว่าถึงความสำเร็จต่าง ๆ นานาของเธอว่าเธอประสบความสำเร็จเรื่องงานแค่ไหน ทำเงิน
ได้มากเพียงใด และในวันหยุดสุดสัปดาห์เธอสนุกสุดเหวี่ยงอย่างไร ฉันไม่ติดฝุ่นของเธอหรอก
โจนนั่งลงเพื่อที่จะสบตากันได้พอดี ดวงตาสีฟ้าดวงโตของเธอฉายแววแห่งความอบอุ่นและ
ความเข้าใจ เดบราไม่ได้อิจฉาหรอก หนูจ๋า
เธอก็รู้อยู่ว่าเดบราเพียงใช้ภาพลักษณ์ความเป็นผู้หญิงเก่งเป็นเครื่องอำพรางความอัตคัดด้านอื่นๆ
ในชีวิตของตัวเองเท่านั้น ความจริงฉันไม่ควรเป็นคนบอกเรื่องนี้กับเธอ แต่ฉันคิดว่าเดบราคง
ไม่อยากพูดเรื่องนี้กับใครนอกจากฉัน แม้แต่กับเธอก็คงไม่พูด
ถ้าอย่างนั้นแล้วมันเรื่องอะไรกันล่ะ?
ไม่ใช่เพราะเธอเลยสักนิด แอนนา เดบรากำลังเบี่ยงเบนปัญหาออกจากตัวเองเหมือนเคย
นั่นแหละปัญหาของเดบราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอ แต่เป็นเรื่องของเดบราเองนั่นแหละ
มีอะไรย่ำแย่ได้ขนาดนั้นเลยหรือ? โธ่เอ๋ย พวกนั้นก็แค่ผู้ชาย ถึงจะไร้หนุ่มให้ควงคู่ก็ใช่ว่าโลก
จะมีอันต้องแตกดับไปเสียเมื่อไร
ก็แน่นอนล่ะ แต่ลองคิดดูสิ ปีนี้เธออายุสี่สิบห้าปีแล้ว อะไรล่ะที่จะเกิดกับผู้หญิงอายุประมาณนี้
และทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไป?
ฉันคิดว่าฉันรู้ ว่าโจนหมายถึงอะไร แต่ก็ไม่อยากเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน เพราะฉันอาจจะเดาผิดก็ได้
เธอหมายถึง...
ใช่ โจนพูดต่อ วัยทอง
คุณพระช่วย ฉันนึกว่าเธอหมายถึงมะเร็งเต้านมเสียอีก ที่แท้ก็เพราะเข้าวัยทองนี่เอง ฉันไม่รู้
เธอไม่สังเกตเลยหรือว่าอารมณ์ของเดบราวูบวาบอยู่เรื่อย?
ไม่รู้สิ แต่ฉันสังเกตว่าเธอแต่งหน้าจัดกว่าที่เคย
อืม เธอคงพยายามกลบเกลื่อนร่องรอยไม่ให้ใครรู้ แต่เธอไม่เป็นไรมากหรอก คงแค่ยังรับเรื่อง
นี้ไม่ได้ รู้ไหม การเป็นหญิงเหล็กในโลกธุรกิจที่ยังค่อนข้างจะเป็นโลกของผู้ชายอยู่ ทำให้เดบรา
ไม่ค่อยได้แสดงออกว่าเธอรักเด็ก และเธอก็เสียใจจนทุกวันนี้ที่ไม่สามารถหาผู้ชายสักคนมาเป็น
คู่ครองให้เธอได้มีลูกกับเขาสักคน ในโลกที่ใครดีใครอยู่แบบนี้ เธอจึงเห็นผู้ชายเป็นผู้ล่าหรือไม่
ก็ต้องเป็นเหยื่อของเธอ ไม่มีทางเป็นคู่กันได้ ช่วงสองสามปีหลังนี้เธอก็ยังแอบเก็บความหวัง
อยู่ลึกๆ ว่าเธออาจจะมีโอกาสอุ้มท้องได้ ถึงแม้จะกับคนที่ผ่านเข้ามาเพียงชั่วข้ามคืนก็ตาม หากนั่น
คือทางเดียวที่เหลือ ถ้าถามเรื่องนี้กับเธอตรง ๆ เธอก็จะปฏิเสธหัวชนฝา แต่ตอนนี้ความหวังของ
เธอพังลงจนหมดสิ้นแล้ว
โธ่
เก็บไว้เป็นอุทาหรณ์สอนพวกนักเรียนช่างฝันของเธอด้วยนะ ฉันว่าเดบราทำตัวอย่างนี้กับเธอก็
เพราะรู้ว่าเธออยากมีลูก อย่างน้อยเธอก็เคยพูดอย่างนั้นตอนเธอเมา ใช่ไหมล่ะ?
ใช่
เธออายุสามสิบสามปีแล้วนะ คงไม่ต้องให้ฉันบอกว่าพอผู้หญิงอายุเลยสามสิบห้าไปแล้วโอกาส
ตั้งท้องจะเป็นอย่างไร ถ้าเธอจริงจังกับการจะมีใครมาเป็นคู่ชีวิตและมีลูกด้วยกันสักคน
ฉันว่าพอเธอทำปริญญาเอกที่จวนเจียนจะจบอยู่นี่ให้เสร็จครบถ้วนได้แล้ว เธอก็น่าจะหันมาคิดถึง
ชีวิตส่วนตัวให้มากเท่าๆ กับที่คิดถึงเรื่องงาน
ฉันยืนขึ้น ฉันจะไปคุยกับเดบรา
โจนดึงฉันให้นั่งลง ไม่ต้องหรอก เอาไว้ให้ฉันคุยกับเธอเองดีกว่า เธอไม่เป็นไรหรอก หญิงแกร่ง
ออกอย่างนั้น แค่นี้เธอจัดการกับตัวเองได้สบายมาก เอาอย่างนี้ ไปผสมเครื่องดื่มแบบนี้มาให้ฉัน
บ้างดีกว่าไหม? จะได้ดื่มฉลองให้เธอไงล่ะ
โจนกับฉันดื่มกันมากกว่าที่ควรจะดื่มในคืนระหว่างสัปดาห์ เราทำตัวครื่นเครงเพื่อร่วมฉลองให้
กับฉันและเพื่อชดเชยให้กับความไม่เข้าใจกันที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นสักสองชั่วโมง เดบราซึ่งสงบ
สติอารมณ์ได้แล้วก็ออกมาร่วมวงด้วย เราหอมแก้มและปรับความเข้าใจกัน ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า
ปัญหาของเธอไม่ได้มีต้นเหตุมาจากฉัน ทั้งยังไม่ใช่จากเรื่องผู้ชายหรือการไร้เนื้อคู่เคียงข้าง
แต่เป็นเพราะความหมองใจในตัวเธอเองที่เธอหมดโอกาสจะสมหวังในสิ่งที่ถือได้ว่าสำคัญที่สุดใน
ชีวิตลูกผู้หญิง คือการได้เป็นแม่คนนั่นเอง พวกเราทั้งสามนั่งรอบโต๊ะ ดื่มและหัวเราะร่าเหมือน
ที่เมื่อก่อนเราเคยทำอยู่บ่อยๆ ในหลายวาระโอกาสจนนับไม่ถ้วน แล้วทุกอย่างก็คืนสู่สภาพ
ที่ดูเหมือนไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยระหว่างพวกเรา ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจริงๆ
สองสัปดาห์ถัดมาถือว่าเป็นช่วงที่ยุ่งที่สุดในชีวิตของฉันก็ว่าได้ ทั้งงานตรวจข้อสอบปลายภาค
ที่ทำให้ฉันต้องถ่างตาให้คะแนนจนข้ามเข้าสู่วันใหม่อยู่หลายคืน ทั้งงานประเมินผลการเรียนของ
นักศึกษาที่ต้องส่งให้คณะ และยังมีความรับผิดชอบอื่นๆ ในส่วนของมหาวิทยาลัยที่ต้องสะสางอีก
รวมทั้งต้องเตรียมตัวสำหรับการเดินทางที่ใกล้จะมาถึงโดยการค้นคว้าเรื่องธุรกิจทางเพศในเมือง
ไทยและศิลปะไทยจากอินเตอร์เน็ตอีก ชื่อศิลปินไทยที่ฉันค้นเจอมากที่สุดก็คือ ปฐมพงศ์
สุวรรณโชติ ผู้นำเอาหลักทางพุทธศาสนาดั้งเดิมมาผสานในงานศิลปะสมัยใหม่ที่สูงส่งในเชิง
ความคิด ชื่อนี้เคยผ่านตาฉันมาก่อนแล้ว ช่วงสองสามปีหลังนี้เขากลายเป็นศิลปินสื่อจัดวางชั้น
นำของเมืองไทยจากการได้รับการยอมรับในเวทีสากล ซึ่งรวมถึงการแสดงผลงานเดี่ยวใน
พิพิธภัณฑ์อันทรงเกียรติทั้งในสหรัฐอเมริกาและในยุโรป
กว่าพวกเราสามคนจะมีโอกาสได้ดื่มฉลองกันอีกทีก็เป็นคืนสุดท้ายก่อนที่ฉันจะขึ้นเครื่องบิน
เรารวมตัวกันที่บาร์แถวบ้าน อวยพรซึ่งกันและกัน และใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างออกรสกว่า
ครั้งไหนๆ แม้แต่เมื่อวันเก่าก่อนก็ยังไม่อาจเทียบเท่าได้
|