รักในรอยศิลป์
บทที่ 9
พิธีการที่สบายๆ
สิทธิโชคมารับฉันที่โรงแรม เรานั่งแท็กซี่ไปด้วยกัน เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มีโอกาสชมย่านใจกลาง
กรุงเทพมหานคร ยามเมื่อประดับประดาด้วยแสงไฟ ทำให้ดูดีกว่าที่ได้เห็นในเวลากลางวัน
กรุงเทพยามราตรีเต็มไปด้วยสีสรร มีชีวิตชีวาและคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่วุ่นวายอยู่กับภารกิจหลาก
หลายบนบาทวิถี อย่างเช่น คนขายเสื้อผ้า ร้านอาหารข้างถนน คนขายของรถเข็น แผงลอยขาย
ของสารพัดสารพัน ผู้คนแออัดจนล้นทางเท้าลงไปเดินบนพื้นถนน กรุงเทพกว้างใหญ่มหาศาลม
ีตึกระฟ้า คลาคละไปด้วยช่อฟ้าหลังคาโบสถ์และ ยอดเจดีย์ฉาบทอง ที่ตระหง่านอยู่จนสุดลูกห
ูลูกตา ต่างกับถนนในออสเตรเลียในยามค่ำคืนเช่นนี้ที่จะร้างผู้คน ที่ต่างก็กลับเข้าสู่เคหสถาน
เพลิดเพลินกับทีวี ไม่ก็ท่องอินเตอร์เนต หรือ เล่นวิดีโอเกม หาสนใจที่จะออกไปเสวนากับชีวิต
ภายนอกไม่
สิทธิโชคเป็นคนเงียบๆ และถ่อมตน ก็เหมือนกับศิลป์ อาจารย์ของเขานั่นเลย เมื่อสิทธิโชคพูดถึง
อาจารย์ของเขา น้ำเสียงก็จะเปี่ยมไปด้วยความเคารพและชื่นชมเสมอ ฉันจึงไม่ใช่คนเดียวที่ต้อง
มนต์เสน่ห์ของศิลป์ สิทธิโชคบอกฉันว่าลูกศิษย์ของศิลป์ส่วนมากจะเคารพบูชาศิลป์เสมอ ความ
เคารพบูชาที่คนไทยให้กับครูบาอาจารย์ของตนนั้นต่างกับที่ออสเตรเลียลิบลับ ความรู้สึกของฉัน
ที่มีต่อคนไทยที่เป็นครูสอนศิลปะนั้นตรงกันข้ามกับครูศิลปะออสเตรเลียตรงที่ว่า ครูศิลปะของ
ไทยนั้นเป็นศิลปินที่มีฝีมือด้วย
ท้องถนนแน่นขนัดไปด้วยรถยนต์ รถประจำทางซึ่งก็มีวิ่งอยู่ถึงสามแบบ แถมด้วยรถตุ๊กตุ๊ก และ
มอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์สองจังหวะ แท็กซี่ของเราค่อยๆเคลื่อนตัวไปทีละนิดจนกระทั่งหยุดนิ่งใน
ที่สุด
นานาอยู่ตรงมุมถนนนี่เอง สิทธิโชคบอก พลางเปิดประตูแท็กซี่และจ่ายเงินให้คนขับ เราลงจาก
รถแล้วก็เดินต่อไปบนทางเท้าที่จอแจ แม้กระนั้นเราก็ยังแซงหน้ารถที่ติดการจราจรอยู่ได้อย่าง
ง่ายดาย รถขยับไปได้เป็นระยะทางช่วงสั้นๆพร้อมกับพ่นควันไอเสียหนาทึบทุกครั้งที่เคลื่อนตัว
ฉันยกมือเปล่าๆ ขึ้นปิดปากด้วยสัญชาตญาณที่ไม่ต้องการสูดเอามลพิษเข้าสู่ร่างกายทั้งๆที่มัน
ไม่ได้ช่วยอะไรได้เลย
นานาแน่นขนัดไปด้วยผู้ให้บริการทางเพศคนไทย บรรดาชายชาวต่างประเทศที่มาเที่ยวย่อมหา
คู่หิ้วได้แสนจะง่ายดาย สิทธิโชคพาฉันเดินเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ลานกว้างที่มีอาคารสามชั้นล้อมอยู่
ชั้นสองและชั้นสามเป็น บาร์ผู้หญิงบริการ ส่วนชั้นล่างสุดเป็นที่ที่มีผู้คนนับร้อยจากทุกมุมโลก
มานั่งซดเบียร์อยู่ด้วยกัน การที่ได้เห็นหญิงสาวเยาว์วัยชาวตะวันออกถูกชายชาวตะวันตกส่วน
มากล่วงล้ำหาประโยชน์ ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ฉันกวาด
ตามองดูจนทั่วก็ไม่เห็นว่าจะมีผู้หญิงผิวขาวสักคนส่วนพวกผู้ชายถ้าจะมองก็เพราะอยากรู้อยาก
เห็นว่าฉันมาทำอะไรในที่อย่างนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่สนใจฉันเลยคล้ายกับว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงนั่นแหละ
เล็กกับหมู ทำงานอยู่ชั้นสอง เราไปคุยกับสองคนนี้ก่อน แล้วค่อยไปหาเพื่อนผมอีกสามคนที่
ทำงานอยู่ที่พัฒน์พงษ์ สิทธิโชคพูดกับฉัน
เราเดินขึ้นไปบนบาร์ที่อยู่ชั้นสอง ด้านนอกประดับด้วยไฟนีออนกระพริบดัดเป็นรูปหญิงเปลือย
เต้นรำอยู่บนผนังกำแพง ภายในบาร์ก็ไม่แตกต่างจากที่ฉันคิดไว้มากนัก มีหญิงสาวรุ่นสวมชุด
ว่ายน้ำจีสตริงเกาะเสาสเตนเลสเต้นรำอย่างไร้ชีวิตชีวา ที่น่าแปลกใจสำหรับฉันก็คือ พวกหล่อน
ไม่ได้เปิดอกอย่างที่ฉันเคยนึกไว้
เราหาที่นั่งและทำความรู้จักกับสถานที่ แทบทุกโต๊ะจะมีชายต่างชาตินั่งดื่มกับ ผู้หญิงบาร์
แถบทุกคนไม่ว่าจะมาจากตะวันออกหรือตะวันตก สิ่งหนึ่งที่ฉันเห็นได้คือ ผู้หญิงเบื่อความซ้ำซาก
จำเจของอาชีพ ส่วนผู้ชายจัดว่าเป็นอะไรที่น่าเบื่อยิ่งนัก
อย่างน้อยพวกผู้หญิงก็จับกลุ่มหาเพื่อนคุยเพื่อฆ่าเวลาและคลายความเบื่อหน่ายได้บ้างซึ่งพวก
ผู้ชายไม่มีทางที่จะทำอย่างนั้นได้อย่างจริงใจ เพราะที่ทำอยู่ก็คือบทสนทนาที่ซ้ำซาก อ้าปากก็
แทบจะเห็นลิ้นไก่ แถมมีพฤติกรรมหื่นกระหายราวกับสัตว์ป่าที่ใช้อวัยวะสืบพันธุ์คิดแทนสมอง
กระนั้น จู่ๆ ฉันเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่าอยากจะเข้าไปถามพวกผู้ชายพวกนี้สักคนสองคนว่าจิต
ประสาทแบบไหนที่ผลักดันพวกผู้ชายเผ่าพันธุ์นี้มาให้เข้าฝูงกัน ณ สถานที่อย่างนี้ได้ แต่คิดๆ ไป
ฉันก็เปลี่ยนใจไม่ถามดีกว่า คนแบบนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย และถ้าถามไปก็ทายได้เลยว่าต้อง
ได้ยินคำตอบแบบไร้สมองแน่ๆ ฉันไม่เคยเห็นพวกซื่อบื้อมาเข้ากลุ่มกันอย่างนี้มาก่อน ไม่ว่าอะไร
จะเกิดขึ้น ฉันตัดสินใจว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้อย่างเด็ดขาด
สิทธิโชคนั่งจิบสก๊อตโค้ก ส่วนฉันนั่งละเลียดดื่มวอดก้าน้ำส้ม ผู้หญิงสองคนโบกมือทักทายเขา
เล็ก กับ หมู เป็นหญิงสาวสวยหน้าตาสดใส เห็นได้ชัดว่าฉลาดพอ ในการที่จะไม่ลดตัวไปเกลือก
กลั้วกับการเป็นทาสรับใช้ทางเพศ เพราะการที่เธอทั้งสองและเพื่อนร่วมงานคนอื่นทำงานโดยใช้ขา
เกี่ยวกระหวัดเสาเหล็ก ต่อจากนั้นหากโดนหิ้วไปใช้ขาเกี่ยวคล้องกับอย่างอื่นอีก ถือเป็นความ
สูญเปล่าของพรสวรรค์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่พวกเธออาจจะมีอยู่ภายใน ก็พรสวรรค์ของพวกเธอ
เหล่านี้ที่ฉันต้องการให้ถ่ายทอดผ่านงานศิลปะ
เล็กกับหมูมานั่งร่วมกับเรา หลังจากหมดรอบการเต้นของเธอแล้ว ทั้งสองดีใจที่ได้พบสิทธิโชค
และฉัน และเต็มใจรับคำเชิญที่จะไปรับประทานอาหารกลางวันกับฉันที่ศิลปากรในวันรุ่งขึ้น
เรายินดีที่จะช่วยค่ะ หมูพูดเร็วทีเดียว
ขอบคุณที่มาหาเรานะคะ เล็กกล่าวเสริม แต่ว่าตอนนี้ต้องไปคุยกับแขกที่จะเลี้ยงดื่มก่อนนะคะ
ให้ฉันเลี้ยงดื่มคุณก็ได้นะคะ ฉันลองเสนอตัว
มันไม่เหมือนกันหรอกค่ะ หมูบอก
เราต้องไปแล้วนะคะ เจ้านายมองอยู่ เล็กพูด พลางมองไปที่ผู้ชายไทยแต่งตัวดีที่อยู่อีกด้าน
ของห้องซึ่งกำลังจับตามองหญิงสาวทั้งสองอยู่
ทั้งสองไปนั่งกับแขกรูปร่างใหญ่ยักษ์สองคน ลักษณะท่าทางเหมือนนักท่องเที่ยวเซ็กส์ทัวร์อะไร
เทือกนั้น ฉันรู้สึกสลดหดหู่เมื่อนึกถึงความทารุณที่หญิงสาวเรือนร่างเล็กบางจะต้องทนรับในเวลา
ที่ถูกผู้ชายร่างยักษ์คร่อมร่าง ฉันว่าคนพวกนี้ต้องเป็นผู้ชายประเภทที่มีจิตอำมหิตเกลียดชังผู้หญิง
อย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นคงไม่ทารุณกรรมผู้หญิงเพื่อสนองการเสพย์สมทางเพศของตนเองแต่เพียง
ฝ่ายเดียวอย่างนี้ แต่ในขณะเดียวกันความรู้สึกบอกว่าตัวเองนั้นรักความเป็นผู้หญิงอย่างยากจะหา
ใดเปรียบ ฉันรำๆที่จะลุกขึ้นไปดึง หมูกับเล็ก ออกมา และจะจัดการกับเจ้าสัตว์ป่าสองตัวนั้น
รวมทั้งเจ้านายคนไทยของพวกหล่อน ไม่ว่าหน้าไหน นักเลงคุมบาร์ หรือใครก็ตามที่มาขัดขวาง
ฉันพร้อมที่จะช่วยเธอทั้งสองออกไปจากที่นี่ สิทธิโชค ผู้ดูเหมือนจะสำเหนียกได้ถึงความเดือด
ดาลของฉัน ก็บอกว่าเราควรจะไปพัฒน์พงษ์กันได้แล้ว
เรานั่งแท็กซี่ไปจนถึงทางเข้าถนนคนเดินที่มีแผงลอยวางอยู่สองแถวซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทั้งสองฟาก
ของบาร์มีผู้หญิงบริการ ที่นี่ก็เหมือนกับที่นานา คือมีคนมาเที่ยวพลุกพล่าน ต่างกันตรงที่ที่นี่มีอ
ัตราส่วนของนักท่องเที่ยวทั่วไปกับคนไทยค่อนข้างจะสมดุลกัน แถมยังมีผู้หญิง และ เด็ก
มาทำให้เห็นว่านี่คือสถานท่องเที่ยวยามราตรีของประเทศไทยที่ชื่อดังก้องโลกอีกด้วย ฉันเดิน
ตามสิทธิโชคฝ่ากลุ่มผู้คนไปจนถึงเชิงบันไดที่จะขึ้นไปยังบาร์ที่อยู่ชั้นสองของตัวอาคาร
สภาพภายในบาร์ดูแย่กว่าบาร์ที่นานาที่เราเพิ่งไปมามาก บนเวทีมีหญิงสาวเปลือยอกกลุ่มหนึ่งยืน
ส่ายเอวพริ้วสะโพก พวกหล่อนใส่แค่จีสตริงเพียงตัวเดียว เห็นได้ว่าต่างกล้ำกลืนฝืนสร้างความรู้สึก
ปลอมๆ เพื่อทำให้เห็นว่าพอใจกับงานที่กำลังทำอยู่เป็นนักหนา ขณะเดียวกันที่หญิงสาวคนอื่นๆ
เข้าไปนัวเนียอยู่กับแขก จนสายจีสตริงของหล่อนถูกดึงออกพร้อมกับถูกลูบไล้อย่างโจ่งแจ้ง
สิทธิโชคชี้ให้ฉันดูหญิงสาวสามคนที่กำลังเต้นอยู่บนเวทีและบอกว่าสามคนนี่แหละที่จะมาพบกับเรา
สิทธิโชคสั่งเครื่องดื่ม ส่วนฉันก็มองไปรอบๆ ใจคอไม่สู้ดีด้วยไม่รู้ว่านาทีไหนสาวนักเต้นพวกนั้น
จะถอดจีสตริงแล้วไปเป่าทรัมเปต หรือ ยิงลูกปิงปองเข้าใส่ผู้ชม อย่างที่ได้เคยอ่านในอินเตอร์เนต
ฉันค่อยรู้สึกโล่งใจขึ้นเมื่อหมดรอบและหญิงสาวเหล่านั้นกระจายตัวกันเข้าไปหาแขก ในขณะเดียว
กันกับที่นักเต้นกลุ่มใหม่ก้าวขึ้นเวที เพื่อที่จะระบายไม่ให้มันตกค้างอยู่ในใจ ฉันอดไม่ได้ที่จะพูด
กับสิทธิโชคว่า สาวๆ แต่ละคนเยี่ยมๆ ทั้งนั้น ซึ่งก็หมายความถึงสาวนักเต้นกลุ่มใหม่นั่นเอง
เสียดายจริงๆ ผู้หญิงน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ สิทธิโชคพยักหน้าแล้วมีท่าทีขยะแขยง
ใช่ครับ แต่นั่นไม่ใช่ผู้หญิงหรอกนะ ดูคอสิครับ เห็นลูกกระเดือกไหมครับ พวกนี้เป็นกระเทย
หนุ่ม-หญิงนะครับ
ฉันมองแล้วมองอีก แต่ก็มองไม่ออก ทันใดความคิดที่จะนำสาวแปลงเพศคนหนึ่งหรือสองคน
เข้ามาร่วมงานแสดงศิลปะก็แวบเข้ามาในสมอง ก็เลยถามขึ้นว่า แล้วคนที่เราจะมาพบนี่คือคน
ไหนหรือคะ?
สิทธิโชคหัวเราะแล้วตอบว่า ไม่ต้องห่วงครับ พวกเธอเป็นหญิงแท้
ก่อนที่ฉันจะพูดอะไรต่อไป สิทธิโชคก็แนะนำให้ฉันรู้จักกับ รัตน์ ริน และ เทีย ฉันรู้สึกว่าฉัน
เหมือนปลาผิดน้ำ ที่ต้องมายืนท่ามกลางโนมเนื้อที่แทบเปล่าเปลือย ไหนจะยอดอกที่แข็งตรง
ผนวกกับกลุ่มผู้ชายที่ส่งสายตาหื่นๆ มาหา สาวทั้งสามไม่ได้ใส่ใจกับสภาพความเปลือยเปล่าบน
เรือนร่างของพวกเธอ เธออาจจะคิดว่านี่คือเครื่องแต่งกายสำหรับงานแสดง ส่วนตัวเองก็กำลังรับ
บทบาทในการแสดงเป็นทาสกามชาวเอเชียของชายผู้มีเพศรสปรารถนาความวิตถาร พวกเธอก็
คล้ายกับหมูและเล็ก หน้าตาเฉลียวฉลาด และ หัวเราะง่ายเวลาคุยกันเอง แต่อยู่ภายใต้หน้ากาก
แห่งอารมณ์สมยอม ในเวลาที่ต้องเอาอกเอาใจลูกค้าทั้งไทยและเทศ
เธอสามคนตกลงจะมาพบกับฉันตอนเที่ยงของวันพรุ่งนี้ โดยไม่อิดออดหรือต่อรองอะไรทั้งสิ้น
สิทธิโชคคงจะได้คุยกับพวกเธอทางโทรศัพท์แล้วเรื่องงานแสดงศิลปะ หลังจากที่ได้สร้าง
สัมพันธภาพกับหญิงสาวทั้งสามด้วยวิธีการอื่น ที่ไม่ใช่การจ่ายเงินเพื่อการเข้าถึงอวัยวะส่วนนั้น
ของพวกเธอ การพบปะกันคืนนี้ก็เป็นเพียงแค่พิธีการที่สบายๆเท่านั้นเอง ขณะที่พวกเรากำลังนั่ง
คุยกันอยู่ จู่ๆก็มีนักท่องเที่ยวเยอรมันขี้เมาสองคนแทรกพรวดเข้ามากลางวง เข้ามาตะคอกใส่
ริน และ เทีย ด้วยประโยคเชิญชวนที่นักท่องราตรีกรุงเทพมหานครใช้มานมนานกาเลแล้วว่า
ทั้งคืนเท่าไหร่ ที่รัก กับ คิดเป็นชั่วโมงหรือเปล่าจ๊ะ น้องหนู
ถึงเวลาต้องทำงานแล้วนะคะ รินพูดขึ้น
ผู้หญิงที่โต๊ะถัดไป ถอดจีสตริงออกแล้วเข้าไปคลอเคลียกับแขก เราขอบิลและเผ่นออกจากที่นั่น
โดยด่วนและมาเรียกแท็กซี่ที่ถนนใหญ่ พอเข้าไปนั่งเบาะหลังเข้าที่เข้าทางดีแล้ว สิทธิโชคก็พูด
ขึ้นว่า ผมไม่ค่อยชอบมาที่อย่างนี้เท่าไหร่
ยังไงก็ขอบคุณที่อุตส่าห์ทำเพื่อฉันและแนะนำเพื่อนๆคุณให้ฉันรู้จักนะคะ
ด้วยความยินดีครับ คุณอยากจะไปที่ไหนอีกหรือเปล่าครับ
คิดว่าแค่นี้คงพอแล้วนะคะ ถ้าคุณไม่มีเพื่อนคนอื่นที่จะไปหาอีก ฉันขอกลับโรงแรมก็แล้วกัน
นะคะ
|