Events

Published on March 10th, 2020 | by anaras

0

A Timeless Beauty

แม้จะมีผลงานเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก แต่สำหรับในภูมิภาคเอเชีย ผลงานภาพถ่ายของเธอกลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าใดนัก ไม่ว่าจะเป็นเพราะชาวเอเชียมักไม่ให้ความสนใจกับภาพนู้ด โดยมักมองว่าเป็นงานที่แฝงไปด้วยการแสดงออกทางเพศอย่างโจ่งแจ้งเกินไป หรือเหตุผลอื่นใดก็แล้วแต่ นิทรรศการภาพถ่ายเชิงศิลปะ Naked Beauty จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่ ซิลวี บลูม (Sylvie Blum) จะได้เผยแพร่ไม่เพียงแต่ผลงานอันสวยงาม แต่ยังเป็นการถ่ายทอดทัศนคติและมุมมองทางความคิดที่มีต่อการทำงานศิลปะ ให้กับผู้ชมชาวเอเชียได้รับรู้อีกด้วยว่า ภาพนู้ดไม่ได้จำเป็นต้องเกี่ยวกับเรื่องเพศเสมอไป

บลูมเกิดที่ออสเตรีย และเติบโตที่เยอรมนี เธอมีความสนใจในศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการนางแบบในสมัยวัยรุ่น ตลอดระยะเวลาสิบหกปีของการทำงานในแวดวงความสวยความงาม เธอได้มีโอกาสร่วมงานกับช่างภาพระดับโลกหลายต่อหลายคน เช่น Helmut Newton, Jeanloup Sieff, Jan Saudek, Andreas Bitesnich และได้มีโอกาสเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ รอบโลก ในปี 1991 เธอได้ทำงานกับช่างภาพนู้ดชาวเยอรมัน กุนเทอร์ บลูม (Günter Blum) (1949–1997) ผู้ซึ่งได้กลายมาเป็นคู่ชีวิตของเธอในอีกสี่ปีต่อมา เขาไม่เพียงแต่ถ่ายภาพให้เธอ แต่ยังสอนเทคนิคการถ่ายให้เธอด้วย ทั้งการจัดแสง การวางองค์ประกอบ ไปจนถึงการล้างอัดรูปด้วยตัวเองในห้องมืด 

หลังจากการเสียชีวิตของกุนเทอร์ในปี 1997 บลูมได้ผันตัวจากการเป็นนางแบบ มาสู่ช่างภาพอย่างเต็มตัว เวลาต่อมาก็ได้ตีพิมพ์หนังสือรวมผลงานภาพถ่ายออกมาหลายเล่ม ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในระดับนานาชาติ ผลงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ Naked Beauty (2011) โดยสำนักพิมพ์ TeNeues และได้จัดแสดงนิทรรศการในชื่อเดียวกับหนังสือที่ Fahey Klein Gallery ในลอสแองเจลลิส

Sylvie Blum

ในเดือนมกราคม–มีนาคม 2020 นี้ บลูมได้หยิบเอาผลงานในชุดดังกล่าวมาจัดแสดงอีกครั้งที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย กรุงเทพฯ (MOCA Bangkok) ซึ่งนอกจากจะมีภาพจากชุด Big Cat และ Animal ที่ถ่ายภาพนางแบบร่วมกับสัตว์ต่างๆ แล้ว ยังมีผลงานใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้นเฉพาะงานนี้อีกด้วย รวมเป็นจำนวนกว่า 300 ภาพ แต่ละภาพล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของศิลปินในการจัดวางองค์ประกอบของเรือนร่างมนุษย์ เพื่อถ่ายทอด “ความงาม” ได้อย่างชาญฉลาด

FAM: อะไรทำให้คุณตัดสินใจเปลี่ยนบทบาทจากนางแบบมาเป็นช่างภาพ

Blum: ฉันปรารถนาจะเป็นศิลปินมาตั้งแต่อายุสี่ขวบ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะรูปแบบใดก็ตาม ฉันคิดว่ามันช่างน่าหลงใหล การเปลี่ยนผ่านนางนางแบบมาเป็นศิลปิน มันเกิดขึ้นเมื่อฉันตัดสินใจยุติการเป็นนางแบบเมื่อตอนอายุประมาณสามสิบ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เป็นธรรมชาติมาก เพราะมันคือสื่อแบบเดียวกัน ฉันมีความสนใจในเรื่องของการถ่ายภาพมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว มันจึงง่ายที่จะเปลี่ยนบทบาทจากคนที่ถูกถ่ายไปเป็นคนถ่าย

FAM: คุณสนใจศิลปะประเภทไหน

Blum: ทุกประเภท ประติมากรรม วิดีโออาร์ต ป๊อปอาร์ต ทุกๆ อย่างที่เป็นศิลปะมันน่าสนใจเสมอ ฉันรักบรรยากาศของความเป็นอาร์ต ฉันชอบพบปะพูดคุยกับศิลปิน ฉันชอบเห็นพวกเขาขณะกำลังสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่าง มันเป็นสิ่งที่ตราตรึงใจฉันมากๆ

FAM: แล้วทำไมคุณจึงเลือกที่จะมาเป็นนางแบบ

Blum: มันเป็นไปเอง อันที่จริงพอโตขึ้นฉันก็ไม่ได้เลือกจะมาเป็นนางแบบ แต่มันเกิดขึ้นได้เองเพราะฉันได้มีโอกาสทำงานร่วมกันกับผู้คนที่น่าสนใจ และได้พบกับศิลปินช่างภาพหลายคน

FAM: ผลงานชุดไหนที่คุณมองว่าเป็นการค้นพบ (Beakthrough) ของแนวทางการทำงานของคุณ

Blum: คำว่า “การค้นพบ” นี่ดูจะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่เกินไปนะ (หัวเราะ) มันเหมือนกับว่า “ในที่สุดฉันก็ทำมันได้แล้ว!” อะไรแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วฉันคิดว่ามันเป็นกระบวนการของการสร้างสรรค์ ทุกๆ แง่มุมในงานของฉันเป็นสิ่งมีความสนใจให้กับมัน และฉันชอบที่งานพวกนี้จะมีพัฒนาการในการสร้างสรรค์ขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นฉันจึงมองว่าทุกขั้นตอนคือการค้นพบใหม่เสมอ ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับฉัน ฉันพยายามบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองอยู่เสมอ เพราะมันเป็นเรื่องเซนซิทีฟ เหมือนเวลาที่เรามีไอเดียหรือแรงบันดาลใจอะไรขึ้นมา เราก็ต้องดูแลให้มันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการมีอารมณ์ดี ออกไปดูนั่นดูนี่ ฉันคิดแบบนั้นนะ

FAM: ผลงานสร้างชื่อของคุณมักเป็นภาพถ่ายของคนกับสัตว์ ทำไมคุณจึงเลือกทำงานกับสัตว์

Blum: อย่างแรกเลย เพราะฉันรักสัตว์น่ะสิ อีกอย่างคือฉันเป็นมังสวิรัติด้วยนะ เหมือนว่าฉันรักพวกมัน ฉันเลยไม่อยากกินพวกมัน แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นสมัยตอนฉันยังเป็นเด็ก คือที่บ้านพ่อแม่มีหนังสือรวมผลงานภาพวาดอยู่เล่มหนึ่ง เป็นงานของ Fernand Khnopff เขาเป็นจิตรกรแนวสัญลักษณนิยม (Symbolism) ชาวเบลเยียม ภาพวาดของเขามันดูสมจริงมาก โดยเฉพาะภาพสฟิงซ์ครึ่งคนครึ่งชีตาห์ ด้วยความเป็นเด็กฉันก็คิดว่า “ว้าว! มันเท่ห์มากๆ” และช่างน่าตื่นตาเหลือเกิน อันที่จริงมันเป็นไอเดียที่กลายมาเป็นงานชุด Big Cats ด้วย ฉันต้องการสร้างสัญลักษณ์ของตนเองขึ้นมา ด้วยการผสมผสานระหว่างเรือนร่างของผู้หญิงกับสัตว์ เพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่งของผู้หญิง และสื่อว่าอะไรมันดูน่า “อันตราย” กว่ากันระหว่างสิงโต เสือ หรือผู้หญิง

การทำงานกับสัตว์มันยากอยู่แล้ว แต่เป็นความยากที่สนุก เพราะแน่นอนว่าพวกมันไม่โพสต์ท่าหรอก มันหมือนจะบอกเราว่า มาเล่นกันเถอะ ฉันขี้เกียจ ฉันเหนื่อยแล้ว พวกมันไม่อยากทำไรอีกแล้วเพราะมันร้อน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ฉันทำก็คือให้มันไหลไป ให้พวกสัตว์ได้แสดงออกอย่างที่มันต้องการ และค่อยๆ พยายามใส่อะไรที่ฉันต้องการลงไปทีหลัง ซึ่งมันเป็นอะไรที่สนุกมาก

FAM: แล้วสำหรับนางแบบ การทำงานกับสัตว์ที่ดูเหมือนจะดุร้ายมีปัญหาอะไรหรือไม่

Blum: อันที่จริงต้องยอมรับว่าฉันก็กลัวงู (หัวเราะ) แต่ฉันรักสัตว์ทุกตัว สิ่งสำคัญคือคุณต้องมีความเคารพพวกมัน ฉันคิดว่านี่เป็นสิ่งสามัญที่คุณจะต้องให้ความเอาใจใส่พวกสัตว์เสมอระหว่างการถ่ายแบบ พวกนางแบบแม้จะตื่นเต้นแต่ก็ให้ความเคารพพวกมันเหมือนกัน

FAM: อะไรคือคอนเซ็ปต์เบื้องหลังงานภาพถ่ายของคุณ

Blum: จริงๆ แล้วไม่มีคอนเซ็ปต์ในงานของฉัน ร่างเปลือยของมนุษย์มีคุณค่าเหนือกาลเวลา ฉันมองว่าการทำงานกับร่างเปลือยของผู้หญิงเป็นกระบวนการที่เหนือกาลเวลาจริงๆ เพราะไม่ว่าคุณจะทำงานแบบแฟชั่นหรือความสวยความงาม มันก็มักจะช่วงเวลาประทับเอาไว้ นั่นจึงเป็นเหตุที่ฉันใช้ของประกอบฉากหรือเครื่องประดับน้อยมาก เพื่อเป็นการแยกมันออกจากแง่มุมของเวลา

FAM: คุณนิยาม “ความงาม” ในทรรศนะส่วนตัวของคุณเองว่าอย่างไร

Blum: เป็นคำถามที่ดี ฉันเป็นคนที่มองเห็นความงามซ่อนในทุกสิ่ง ฉันชอบเสาะหาผู้คนที่ดูแตกต่างหรือมีอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนกับพวกไอดอลสวยๆ บางสิ่งบางอย่างในทุกๆ ที่ ทุกๆ วัย ทุกๆ เรือนร่าง ที่สวยงาม และมันทำให้ฉันประทับใจมาก นั่นแหละคือความงามสำหรับฉัน

FAM: งานภาพถ่ายนู้ดมักถูกมองอย่างฉาบฉวยโดยคนบางกลุ่มว่ามันเกี่ยวกับเรื่องเพศ คุณคิดว่างานของคุณเป็นศิลปะเชิงอีโรติกหรือไม่

Blum: ไม่ใช่ งานของฉันไม่ใช่ศิลปะเชิงอีโรติก มันเกิดจากมุมมองของความมั่นใจในตัวเองของผู้หญิงเป็นหลัก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติมาก มันไม่มีความอีโรติกหรือเร้าอารมณ์ใดๆ เลย ฉันอยากจะพูดว่ามันมีความ “มั่นคงและยิ่งใหญ่” (monumental) มันคือภาพเรือนร่างของมนุษย์ในแบบที่มันเป็น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางแบบที่ฉันทำงานด้วย ทุกคนล้วนมีควาภาคภูมิใจในสรีระของตัวเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันจึงไม่เป็นอีโรติก

FAM: คุณมองว่าตัวเองเป็นเฟมินิสต์หรือเปล่า

Blum: ไม่เลย ถึงแม้ว่างานของฉันบางชิ้นมันอาจแสดงให้เห็นถึงพลังของเพศหญิง แต่ฉันไม่ชอบการติดป้ายกำกับให้ตัวเอง ฉันไม่ใช่เฟมินิสต์ ฉันเป็นฉันเอง หรือเรียกว่าฮิวแมนนิสต์ (Humanist) ก็ฟังดูดีนะ

ภาพถ่ายโพลารอยด์เป็นอีกสื่อที่บลูมใช้สำหรับบันทึกเรื่องราวในชีวิต

*ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA


About the Author

anaras



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives