Events

Published on November 4th, 2020 | by Piyada Parikamsil

0

Ai Weiwei : Year of the Rat

หลายคนรู้จักชื่อของ อ้าย เวยเวย ในฐานะนักเคลื่อนไหวที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนอย่างเปิดเผยผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย จนโดนสั่งแบนและถูกกักตัวในปี 2011 รวมถึงยึดพาสปอร์ตเป็นเวลา 4 ปี แม้อิสรภาพจะถูกจองจำแต่ชื่อของ อ้าย เวยเวย ยังคงส่งเสียงดังกึกก้องเรื่อยมาและเหมือนจะดังมากทวีคูณพอๆ กับผลงานศิลปะของเขาที่ท้าทายและตั้งคำถามต่อประวัติศาสตร์การเมือง ความอยุติธรรม และสิทธิเสรีภาพ

อ้าย เวย เวย นำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง รวมถึงประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง มาเป็นสารตั้งต้นเพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า ‘งานศิลปะ’ ผลงานของเขาจึงไม่ถูกจำกัดอยู่ในรูปแบบหรือเทคนิคใดแต่เพียงอย่างเดียว ศิลปินสร้างงานหลายแบบทั้งการออกแบบ สถาปัตยกรรม ศิลปะจัดวาง ประติมากรรม ภาพถ่าย วิดีโออาร์ต และสารคดี เพื่อสะท้อนความคิด มองหาแนวทางที่แตกต่างหรือ ‘ภาษาใหม่’ ในทางศิลปะ บางครั้งศิลปินเลือกใช้วัสดุสำเร็จรูปที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน (ready made) เพื่อเป็นการบันทึกหรือแม้กระทั่งเสียดสีสิ่งที่บิดเบี้ยวในสังคมร่วมสมัย  

Year of the Rat – Ai Weiwei Solo Exhibition | Bangkok | 29 October – 10 December 2020

สำหรับ Year of the Rat เป็นนิทรรศการศิลปะครั้งที่ 4 ที่ อ้าย เวยเวย กลับมาร่วมงานกับถังแกลเลอรีอีกครั้ง (Tang Gallery – เป็นแกลเลอรีศิลปะสัญชาติจีน มี 3 สาขาตั้งอยู่ที่ปักกิ่ง ฮ่องกง และกรุงเทพ) แต่ความพิเศษที่มากกว่านั้นคือนับเป็นครั้งแรกของถังแกลเลอรีในประเทศไทยที่ได้นำงานของ อ้าย เวยเวย มาจัดแสดงในรูปแบบ solo exhibition หรือ นิทรรศการเดี่ยว โดยช่วงเวลาที่จัดแสดงนั้นคาบเกี่ยวกับงานเทศกาลศิลปะบางกอกอาร์ตเบียนาเล่ (BAB) ซึ่งทางเทศกาลฯ ได้นำงานศิลปะจัดวางเรือสีดำขนาดใหญ่ Law of Journey ของ อ้าย เวยเวย มาจัดแสดงที่ BACC

ในบทความนี้ ขอพูดถึงนิทรรศการ Year of the Rat ที่ผู้เขียนเพิ่งไปมาเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเลือกที่จะไปวันเปิดงาน เหตุผลคือมีการจัด Virtual Tour (ซึ่งทางเราก็ไม่แน่ใจว่าจะจัดออกมาในรูปแบบไหน) โดยในวันงาน ถังแกลเลอรี ได้ใช้พื้นที่ห้อง RCB Forum ชั้น 2 ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับแกลเลอรีแต่อยู่อีกฝั่งหนึ่งในการต้อนรับให้ผู้ชมเข้าไปนั่งและพบกับ อ้าย เวยเวย ตัวจริงเสียงจริงแต่ผ่านทางหน้าจอ VDO conference ดูเหมือนว่าทุกคนจะตื่นเต้นที่ได้พบกับ อ้าย เวยเวย แบบ Realtime ซึ่งในวันนั้น (28 ตุลาคม 2563 เวลาราว 6 โมงของไทย) อ้าย เวยเวย กำลังพำนักอาศัยอยู่ที่ประเทศโปรตุเกส และเขาก็ทำการ VDO call ในลักษณะของการถาม-ตอบ กับผู้ชม

ภายในห้อง RCB Forum, River City กรุงเทพฯ

เมื่อหน้าจอเปิดขึ้น ก่อนที่จะได้ยินเสียงทักทาย เราเห็นภาพ อ้าย เวย เวย ยกมือทั้งสองข้างพร้อมชูสามนิ้ว เสียงปรบมือและโห่ร้องดังของผู้ชมดังขึ้น ดูเหมือนทุกคนจะถูกใจกับสัญลักษณ์ที่อ้าย เวยเวย ส่งมาให้ชาวไทย เว้นแต่เพียงว่าบทสนทนาในวันนั้นไม่มีการพูดถึงหรือพาดพิงเรื่องการเมืองภายในประเทศแต่อย่างใด เพราะประเด็นในการพูดคุยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับงานนิทรรศการ Year of the Rat ที่พาผู้ชมไปรู้จักกับภาษาใหม่ของศิลปิน

ภาษาในงานครั้งนี้ หรือจะเรียกว่าเป็น Medium หรือ ‘สื่อกลาง’ อ้าย เวยเวย นำเอาตัวต่อ เลโก้ มาใช้กับงานชุด 12 นักษัตร zodiac สีสันฉูดฉาดที่มองไกลเหมือนภาพที่แตกละเอียดไม่ชัดเจนแบบ pixel art แต่หากมองใกล้จะเห็นว่าแต่ละสีสันประกอบขึ้นมาจากตัวต่อเลโก้ ผลงานนี้สืบเนื่องมาจากงานชุดเก่าในปี 2014 ของ อ้าย เวยเวย ที่เขาเริ่มเอาตัวต่อเลโก้มาใช้ในงานศิลปะที่เกี่ยวกับการเมือง ระหว่างนั้นก็มีข่าวบริษัทเลโก้ไม่ยอมขายตัวต่อให้กับศิลปินจนเกิดดราม่าในทวิตเตอร์ hashtag  #legosforaiweiwei ขึ้นเพื่อชี้ชวนให้คนทั่วโลกบริจาคเลโก้ให้กับศิลปิน แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เพียงพอต่อการสร้างงาน นอกจากนี้ผลงาน zodiac ยังเป็นงานที่ต่อเนื่องจากประติมากรรมหัวนักษัตรทั้ง 12 “Circle of Animals/Zodiac Heads” ในปี 2010 ที่ศิลปินได้สร้างขึ้นอีกด้วย

Zodiac 十二生肖兽首, 2018, Set of 12 each 115 x 115 cm, LEGO bricks 乐高积木 Y

ภายในห้องจัดแสดงที่ถังแกลเลอรี เราจะได้พบกับงานที่ติดตั้งบนกำแพงอย่าง zodiac และงานประติมากรรมที่ถูกบรรจุอยู่ในตู้ไม้ (ตู้ไม้ที่ถูกออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ก็ถูกนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของผลงานของศิลปินด้วยเช่นกัน) สิ่งที่ดูเหมือนจะสะดุดตามากที่สุดคือ แหวนสีทองสองวง ‘Ring W and Ring M’ มีลวดลายเป็นงานจิตรกรรมแบบอียิปต์โบราณ งานชิ้นนี้กำลังพูดถึงอิสรภาพของผู้คนในการสัญจรเดินทาง รวมถึงถ่วงประเด็นหนักๆ เอาไว้ในเรื่องของผู้ลี้ภัย ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูงานเก่าของ อ้าย เวยเวย จะพบว่า ศิลปินเคยทำงานเครื่องประดับมาแล้วช่วงปี 2013 และดูเหมือนว่าจะถูกให้นิยามเป็น wearable sculpture งานชิ้นดังกล่าวเป็นกำไลข้อมือบิดเกลียวสีทองที่หยิบยืมรูปทรงมาจากเส้นเหล็กเสริมคอนกรีต

Ring M, 2018, 26.67 x 30.28 x 18.63(H)mm, Metal

ส่วนผลงานอื่นๆ ที่จัดวางอยู่ในตู้เป็นงานประติมากรรมหินอ่อน เป็นม้วนกระดาษทิชชู่ (Toilet Paper) กล่องโฟมอาหาร (Takeout Container) หมวกนิรภัย (Marble Helmet) กรวยจราจร (Revolt) และประติมากรรมรูปทรงเลขาคณิตคล้ายซึ่งมีองค์ประกอบของร่ม (Shelter) ภาพรวมของงานหินอ่อน ศิลปินนำเอาสัญลักษณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมประท้วงที่ฮ่องกง หรือแม้แต่ในสถานการณ์โควิดที่กระดาษชำระกลายมาเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ อ้าย เวยเวย จับเอาสิ่งของที่ดูเหมือนไร้ค่าในช่วงเวลาหนึ่ง กลับมาตีความโดยใช้วัสดุคงทนถาวรอย่างหินอ่อน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับการสร้างอนุสาวรีย์ ประหนึ่งประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจทำลายลงได้โดยง่าย หรือง่ายต่อการลบเลือนไปจากความทรงจำ

Display Case ขนาด 70 x 70 x 175 cm ที่ใส่ผลงานประติมากรรม

สำหรับผลงานเลโก้อีก 2 ชิ้นที่น่าประทับใจเสมือนภาพวาดตวัดลายเส้นสีบนผืนผ้าใบ ศิลปินได้ตั้งชื่อผลงานอย่างตรงไปตรงมา เพื่อสื่อถึงความหมายและที่มาของผลงาน ได้แก่ The Defacing Marks of Colored Pigment Thrown onto Mao Zedong’s Portrait in May 1989, Tiananmen Square และ The Navigation Route of the Sea Watch 3 Migrant Rescue Vessel, June 2019 ทั้งสองภาพถูกนำมาลดทอนลายละเอียด เหลือเพียงแก่นแกนของเส้นที่ดำเนินเรื่องราวแทนเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น

ผลงานชิ้นสีฟ้า The Navigation Route of the Sea Watch 3 Migrant Rescue Vessel, June 2019 เป็นสร้างด้วยตัวต่อ Lego อ้าย เวยเวย สร้างเส้นทางการเดินเรือที่นําโดย Sea-Watch 3 ซึ่งผู้อพยพทั้ง 53 คน ถูกห้ามไมให้เข้าสู่ท่าเรือลัมเปดูซาเป็นเวลา 16 วัน จึงทำ ให้ต้องล่องลอยอยูในทะเลเส้นสีดำคือเส้นทางเหล่านั้น

Year of the Rat เป็นภาพสะท้อนแนวคิดของศิลปินและงานชิ้นเก่าที่ถูกนำมาร้อยเรียงใหม่ในบริบทและสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงแนวคิดเรื่องปีเกิงจื่อ (Gengzi) ตามความเชื่อของชาวจีนที่จะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นในทุกๆ 60 ปี เช่น สงครามฝิ่น (1840) การฆ่านักเผยแพร่ศาสนาชาวคริสเตียนและการประกาศสงคราม (1900) การขาดแคลนอาหารของประเทศจีน (1960) จนกระทั่งปี 2020 ที่มีการประท้วงใหญ่และโรคระบาดรุนแรงที่ทำให้ทุกประเทศปิดน่านฟ้าการเดินทาง

ถ้านี่เป็นครั้งแรกของการได้เดินดูงานนิทรรศการของ อ้าย เวยเวย พร้อมทั้งศึกษาที่มาที่ไปของแต่ละชิ้นงาน คงทำให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ทั้งยังทำให้เห็นกระบวนการและวิธีคิดอย่างแยบยลของศิลปินที่รวมเอาสุนทรียะของงาศิลปะมาจับคู่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การเมืองได้อย่างน่าสนใจ นี่คงเป็นอีกหนึ่งงานนิทรรศการที่ทำให้เราได้เรียนรู้หลายสิ่งจากศิลปินชาวจีนท่านนี้

Tags: , , ,


About the Author

Piyada Parikamsil



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives