Events

Published on November 11th, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

โน๊ตถึง Bangkok Notes

Bangkok Notes โดยสังเขป
– มาครั้งแรกปี 2006 ในรูปแบบต้นฉบับ Tokyo Notes
– กลับมาครั้งนี้ฉลองความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี พร้อมปรับเนื้อหาบางส่วนให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย ในชื่อ Bangkok Notes


– ละครเรื่องนี้เส้นเรื่องหลักคือครอบครัวใหญ่ที่เดินทางมาพบปะกันเป็นประจำทุกปี ต่างคนต่างมีครอบครัวและมีปัญหาที่ต้องรับมือ
– เส้นเรื่องรอง (สำหรับเรา) คือความสัมพันธ์ของคู่รักที่ต้องเผชิญกับความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันในสภาวะสงคราม
– บทสนทนาที่ทับซ้อนกับในแต่ละฉากคือโลกในความเป็นจริงที่เรามองเห็น ทุกมุม ทุกที่ ต่างมีเรื่องราว ปฏิสัมพันธ์ บทสนทนาเกิดขึ้นได้พร้อมๆ กัน
– ทุกบทสนทนาเกิดขึ้นบนพื้นที่กึ่งสาธารณะ ทำให้หัวข้อที่พูดคุยกันไม่มีการลงลึกไปในรายละเอียด


– แม้ทุกตัวละครจะกล่าวถึงสงครามซึ่งเป็นฉากหลังของเรื่องนี้ แต่ก็ไม่มีใครลงลึกในเรื่องของสงครามและหันกลับไปสนใจเรื่องราวในชีวิตประจำวันเช่นเดิม คล้ายกับข้อมูลเรื่องสงครามที่เราได้รับในปัจจุบัน เราได้รับเพียงข้อมูลในแนวราบ ไม่ได้รู้ความจริงที่เกิดขึ้น
– งานของเฟอร์เมียร์ถูกนำเสนอแทนที่จะเป็นงานของศิลปินคนอื่นในยุคเดียวกันที่มีชื่อเสียงมากกว่า
– นั่นเพราะเฟอร์เมียร์ใช้วิธีการเขียนภาพจากการมองผ่านกล้องทาบเงา ทำให้ภาพเขียนที่ได้บิดเบี้ยวไปทีละนิด บ้งไม่ชัด คล้ายการที่เรามองสรรพสิ่งรอบตัว ที่มองกี่ครั้งภาพที่ได้ก็ไม่เหมือนเดิม
– ภาพของเฟอร์เมียร์ยังเป็นภาพวาดที่เห็นเฉพาะด้านที่แสงส่องถึง บางทีก็คล้ายชีวิตเราที่มีทั้งด้านมืดและสว่าง ด้านที่ต้องการเปิดเผยและปกปิด
– มีการตั้งคำถามกลับมา เราต้องมองด้วยใจถึงจะพบความจริง แต่ การมองด้วยใจ เราต้องมองอย่างไรหล่ะ?


– บทสนทนามากมายสร้างเสียงหัวเราะแต่บางฉากหลังเสียงหัวเราะก็มีบทสนทนารองที่พูดถึงความตึงเครียดจากสงครามที่เราเลือกจะมองข้ามแล้วกลับไปหัวเราะกับเรื่องเดิม
– ตัวละครทั้ง 21 ตัวบางตัวไม่มีปฏิสัมพันธ์กันเลย บางบทสนทนาเราจำได้ขึ้นใจ บางบทสนทนาเราไม่ใส่ใจเลย
– บางฉากบางตอนเรื่องราวที่เราจดจ่ออยู่ในละครกลับดึงให้เรากลับมาจดจ่อกับตัวเอง ปัญหาที่เกิดขึ้นบางเรื่องตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของเรา
– บทสนทนาที่คลุมเครือนอกจากจะเป็นเพราะพื้นที่กึ่งสาธารณะที่ทำให้เราพูดไม่ได้มากแล้ว อีกส่วนเป็นเพราะความคลุมเครือดึงดูดผู้ชมได้มากกว่า มีพื้นที่ให้ผู้ชมได้ขบคิดและจินตนาการต่อด้วยตัวเอง
– สุดท้าย ละครเรื่องนี้มีวิธีการดูหลายแบบ ถ้าพยายามจะค้นหาสารหรือข้อความหลักเพียงอย่างเดียวอาจจะเป็นไปไม่ได้ ให้คิดว่ากำลังดูผลงานศิลปะร่วมสมัยชิ้นใหญ่ หรือดูในสิ่งที่ตัวเองชอบก็พอ


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ปิ๊งโกะ ชอบพูดชอบคุย ชอบดื่ม ชอบไอติม ชอบอ่านหนังสือ ชอบเดินแกลเลอรี ฝันอยากเดินทางรอบโลก



Back to Top ↑