Events

Published on January 25th, 2022 | by Nutkamol Jaisan

0

BEHIND BLACK EYES

ผลสัมฤทธิ์ทางศิลปะย่อมเกิดจากการสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่เรียกตนเองว่านักสร้างสรรค์ย่อมไม่ควรหยุดที่จะสร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองความคิดให้กับตนเอง เพื่อค้นหาองค์ความรู้ เพื่อค้นหาประเด็นที่ตนสนใจ ไม่หยุดที่จะสร้างสรรค์เพื่อไปพบกับปัญหาใหม่ๆ และบอกต่อให้กับสังคม

เพื่อค้นหาผลสัมฤทธิ์ทางจิตรกรรม ที่ประกอบสร้างขึ้นมาด้วยความสนใจและสะท้อนตัวตนของศิลปินในระดับปัจเจกในนิทรรศการ Behind Black Eyes ที่จะพาเราไปสำรวจโลกหลังม่านตาของนักสร้างสรรค์ศิลปะทั้ง 6 ผู้ที่เป็นทั้งอาจารย์และศิลปินในเวลาเดียวกัน โลกที่พวกเขามองเห็นนั้นเป็นอย่างไร ? พวกเขาต้องการจะสื่อสารอะไรให้กับผู้ชม ผ่านผลงานศิลปะของพวกเขา

ขี้สีบนจิตรกรรมคนเหมือน ของ วราวุฒิ โตอุรวงศ์

เมื่อ “ภาพ” มีหน้าที่เพียงแค่บอกความรู้สึก เมื่อ “เนื้อหา” มิใช่เป้าหมายหลักในการบอกเล่าประเด็นทั้งหมด หากดูแบบผิวเผิน จิตรกรรมของวราวุฒิ โตอุรวงศ์ นั้น มีความเรียบง่ายทางองค์ประกอบและทางทัศนธาตุ สามารถส่งสารให้กับผู้คนได้โดยกระชับ แสดงความเป็นจิตรกรรมได้อย่างชัดเจน จิตรกรรมคนเหมือนที่สร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบตามหลักสรีระ สอดแทรกสัญญะความเป็นวัตถุนิยมที่ถูกนำเสนอผ่านข้าวของเครื่องใช้บอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกระแสสังคม ผลงานที่มีคุณสมบัติของจิตรกรรมที่สมบูรณ์นี้กลับมีอะไรที่น่าพูดถึงมากกว่านั้น

“เพราะทุกการกระทำของมนุษย์คือการสร้างบางสิ่งและทิ้งบางอย่างไว้เสมอ”

วราวุฒิได้ตระหนักว่ากระบวนการผลิตผลงานศิลปะคือสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยการผลาญทรัพยากรต่างๆ และเพื่อไม่ให้ทุกสิ่งต้องถูกใช้ไปอย่างสูญเปล่า แนวคิดของการ reuse จึงถูกนำเข้ามาใช้ในกระบวนการสร้างสรรค์ศิลปะของตน โดยการนำสิ่งเหลือใช้จากกระบวนการผลิตผลงานศิลปะมาชุบชีวิตใหม่ ขี้สีหรือน้ำยาล้างพู่กันที่ควรจะถูกนำไปทิ้ง ถูกปาดป้ายกลายเป็นส่วนหนึ่งของผลงานที่เรียบง่ายอย่างแนบเนียน เป็นผลลัพธ์จากวิสัยทัศน์ที่ได้ทบทวนประสบการณ์ต่างๆ ตลอดช่วงชีวิตการเป็นศิลปิน

นอกเหนือสูตรสำเร็จของการหยิบยกเรื่องส่วนตัวที่ถูกเชื่อมโยงกับประเด็นทางสังคม ให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามและตีความผลงานได้อย่างอิสระ การที่เราได้ตระหนักและสำรวจการกระทำหรือสิ่งเล็กๆ ที่พวกเขามองข้ามไป อาจเป็นความต้องการที่แท้จริงที่วราวุฒิต้องการจะสื่อสารกับผู้ชมก็เป็นได้

วราวุฒิ โตอุรวงศ์

จิตใต้สำนึกที่ตึกผลึก ของ นาวิน เบียดกลาง

บ่อยครั้งที่การทำงานศิลปะได้ปลดปล่อยสัญชาตญานดิบของมนุษย์ แสดงให้เห็นถึงการมีอยู่ของจิตใต้สำนึกที่ปรากฏออกมาผ่านการกระทำโดยไม่อาจรู้ตัว สู่การพยายามทำความเข้าใจกับชีวิต ค้นหาตัวตนบางอย่างที่อยู่ในใจของนาวิน เบียดกลาง

ผลงานของนาวินได้เปิดเผยพื้นผิวของผ้าใบที่ถูกขูดขีดด้วยเส้นดินสอและการเลือกใช้สีที่ดุดันรุนแรง ทีแปรงที่เกรี้ยวกราด แปรค่าสิ่งต่างๆ เข้ากับสัญชาตญานจากการขีดเขียนอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมกับการปล่อยให้จิตใจได้พินิจพิเคราะห์ประสบการณ์ต่างๆ ที่ตนพบเจอมาในอดีต ประกอบกับสถานการณ์ของสังคมปัจจุบันที่ต้องใช้ชีวิตคาบเกี่ยวระหว่างความเป็นและความตาย จนเกิดเป็นการตกผลึกทางความคิดที่ถูกนำเสนอผ่านกระบวนการระหว่างการสร้างสรรค์

Behind Black Eyes No. 2 คือสิ่งแทนของตัวตนเหล่านั้น ภาพพอร์เทรตสีน้ำมันขนาดใหญ่ซึ่งมีต้นแบบมาจากใบหน้าของศิลปิน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน แสดงให้เห็นถึงการกลายสภาพจากตัวตนหนึ่งไปสู่อีกตัวตนหนึ่ง ด้วยการผสมผสานอวัยวะของมนุษย์เข้ากับคมเขี้ยวที่แหลมคมและดวงตาที่ส่องแสงประกายของสัตว์เดรัจฉานให้ผิดแปลกไปจากสิ่งที่มนุษย์ควรจะเป็น

การยืนอยู่เบื้องหน้าและถูกจ้องมองมาโดยนัยย์ตาเหล่านั้น เหมือนกำลังถูกสำรวจความเป็นมนุษย์ในตัวของเรา หรือเพื่อที่จะบอกเป็นนัยว่าแท้จริงแล้ว ความเป็นมนุษย์โดยเนื้อในนั้นไม่ได้แปลกแยกจากสัตว์เดรัจฉานเท่าใดนัก

นาวิน เบียดกลาง

ชีวิตและความหวัง ของ ฑีฆวุฒิ บุญวิจิตร

“แสง” บนงานจิตรกรรมคือหนึ่งในองค์ประกอบทางทัศนะธาตุที่ทรงอิทธิพลทางความรู้สึกต่อผู้คนได้ในหลากมิติ โดยเฉพาะกับฑีฆวุฒิ บุญวิจิตร ศิลปินที่มีความหลงใหลในความงามของสีสันจากแสงไฟนีออน สร้างสรรค์เป็นผลงานจิตรกรรมสีสันสดใสถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกอันน่าอภิรมย์ของชีวิตยามค่ำคืน

แต่ในช่วงเวลาที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดยังคงไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลง ความมีชีวิตชีวาภายในเมืองหลวงได้ถูกพรากไปจากชีวิตของผู้คน การแสวงหาความหวังภายใต้ภาวะวิกฤตจึงเป็นสิ่งที่จะหล่อเลี้ยงจิตใจของตนได้

สู่การออกเดินทางครั้งใหม่บนโลกในอุดมคติ การเดินทางของดอกทานตะวัน (Journey of Sun flower) ถูกรังสรรค์ขึ้นมาด้วยเทคนิคทางจิตรกรรมที่ขับเน้นอารมณ์ความรู้สึก สีสันและฝีแปรงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางมรสุมและลมกระโชกของโลกที่หม่นหมอง แห้งเหี่ยว เหล่าผู้โดยสารและสิ่งมีชีวิตตัวน้อยเดินทางไปข้างหน้าบนเรือไม้ที่กำลังผุพัง โดยหวังว่าซักวันหนึ่งจะได้พบกับแสงสว่างของฟ้าวันใหม่และจุดหมายที่ปลายขอบฟ้า เปรียบเปรยถึงการคงไว้ซึ่งความหวังเพื่อฟันผ่าวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ในชีวิต

หากเปรียบเปรยชีวิตเท่ากับการเดินทางให้ถึงฝั่งฝัน การเผชิญกับภัยมรสุมหรือวิกฤตการณ์ของชีวิต จึงมีคุณค่าเท่ากับบททดสอบและมอบประสบการณ์ให้แก่ชีวิตโดยตรง และถึงแม้ว่าโลกใบนี้จะดูโหดร้ายเพียงใด เราก็มักจะมองเห็นแสงแห่งความหวังบนเส้นขอบฟ้าในผลงานที่ฑีฆวุฒิสร้างไว้มอบให้แก่ผู้ชมเสมอ

ฑีฆวุฒิ บุญวิจิตร

มนุษย์ ฟันเฟือง ทุนนิยมของ ตฤณภัทร ชัยสิทธิศักดิ์

นอกเหนือการจำกัดความที่เกินกว่าศิลปะ “นามธรรม” ของ ตฤณภัทร ชัยสิทธิศักดิ์ ศิลปินที่ใช้กระบวนการเคลื่อนไหวของร่างกายค้นหาความเป็นไปได้อย่างไม่สิ้นสุด บนระนาบ 2 มิติที่การวาดเส้นตรงที่ถูกลากขึ้นมาซ้ำๆอย่างเป็นระเบียบ เรียบง่าย สม่ำเสมอจากน้ำหมึกปลายปากกา กลายเป็นภาพที่ไม่ต่างจากการทำงานของเครื่องจักร เนื้อหาสาระกลับไม่ได้อยู่ที่ภาพของเส้นที่ถูกลากอยู่บนเฟรมผ้าใบ หากแต่เป็นประเด็นการวิพากษ์สังคมในปัจจุบันที่ผู้ชมอย่างเราอาจไม่เคยตระหนักถึง

16 Hours ผลงานดังกล่าวมีที่มาจากการเล่นล้อกับระยะเวลา 8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาการทำงานของแรงงานไทยในหนึ่งวัน ศิลปินได้นำพาตัวเองเข้าไปสู่กระบวนการวนลูปหรือการทำซ้ำผ่านท่าทีของการวาดเส้นอย่างต่อเนื่อง จุดเริ่มต้นของเส้นตรงจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่งสุดขอบผืนผ้าใบ เพื่อให้ได้มาซึ่งเส้นตรงที่สม่ำเสมอกลับต้องแลกมาด้วยร่างกายที่ต้องแบกรับภาระอย่างหนักหน่วงตลอดระยะเวลาของการทำงานที่ต่อเนื่อง ไม่ต่างไปจากเครื่องจักรที่ทำงานอย่างไม่มีวันหยุดพัก กลายเป็นเครื่องจักรมนุษย์ที่ต้องผลิตงานหมุนเวียนเพื่อหล่อเลี้ยงวังวนของโลกทุนนิยมต่อไป

ตัวผลงานจึงเป็นร่องรอยของคนทำงาน เส้นที่ปรากฏถูกใช้เป็นเพียงไวยากรณ์ มีเพียงการตั้งคำถามกับคนทำงานและพฤติกรรมที่มนุษย์ต่างกลายเป็นฟันเฟืองของเครื่องจักรอุตสาหกรรมในระบบทุนนิยม กลับเป็นสาระสำคัญที่ศิลปินต้องการจะสื่อ ให้ผู้ชมได้กลับไปตั้งคำถามและสำรวจตนเองว่าในทุกวันนี้ ความเป็นมนุษย์ของเราได้ถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นสิ่งใดแล้วในโลกที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยระบบทุนนิยม

ตฤณภัทร ชัยสิทธิศักดิ์

การเรียนรู้อดีต เพื่อก้าวข้ามบางอย่าง ของ วิชญ มุกดามณี

Found Documents กล่าวถึงการย้อนกลับไปทำความเข้าใจต่อความซับซ้อนทางการเมืองไทยที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลากว่า 9 ทศวรรษ ผลงานวีดิโออาร์ตจำนวน 3 ชิ้น โดย วิชญ มุกดามณี นำเสนอผ่านการอ่านแถลงการณ์จากเอกสารในอดีตที่จะชวนให้นึกถึงเหตุการณ์บนโทรทัศน์เมื่อวันวาน ที่ประเทศจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งและอีกครั้ง

In the Town of Silence วิดีโออาร์ตสีแดงซึ่งเปิดเผยบันทึกลับของบทสนทนาระหว่างรัชกาลที่ 7 และเหล่าคณะราษฎร หลักฐานชิ้นสำคัญของการเปลี่ยนผ่านการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตย ที่เป็นดังช่วงเวลาของความน่าสงสัยต่อความเป็นไปของประเทศ ถูกเชื่อมโยงเข้ากับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองและบรรยากาศของความเงียบงันบนท้องถนนในปัจจุบัน

ถัดมาในผลงาน Negotiation of 2475 : 2540 : 2560 วิดีโออาร์ตสีขาวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรัฐธรรมนูญไทยทั้ง 3 ฉบับ กล่าวถึงการหยิบยกเอาเนื้อหาทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน รัฐ และพลเมือง ซึ่งถูกทำให้เปิดเผยและปิดซ่อนเนื้อหาบางอย่างไว้โดยศิลปินมานำเสนอ เพื่อให้ผู้ชมได้วิเคราะห์พัฒนาการของสิ่งที่เราเชื่อว่านี่คือกฎหมายสูงสุดของประเทศ

และวิดีโออาร์ตชิ้นที่ 3 รัฐประหารสีน้ำเงิน Negotiation of 2534 : 2549 : 2557 ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ศิลปินได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองถึง 3 ครั้ง นำไปสู่การสืบค้นแถลงการณ์ของผู้ทำรัฐประหาร ที่ถูกเผยแพร่และสามารถหาได้บนโลกอินเตอร์เน็ต จนได้ตระหนักถึงเหตุและผลที่ถูกนำมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำแล้ว ติดอยู่ในวังวนที่พร้อมจะถูกรีเซ็ตเพื่อเริ่มต้นใหม่ได้ทุกเมื่อ

ผลงานของ วิชญ มุกดามณี จึงมิใช่เพียงแค่การกลับไป “อ่าน” เพื่อเรียนรู้ทำความเข้าใจด้วยตนเองเท่านั้น แต่ผลงานชิ้นดังกล่าวยังได้ทิ้งคำถามสำคัญต่อผู้ชมว่า ในปัจจุบันเราได้ก้าวข้ามจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจากในอดีตมาได้เพียงใด หรือการศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยไม่ได้สอนให้เราเรียนรู้สิ่งใดเลย ?

วิชญ มุกดามณี

ความเป็นมาตรฐานที่ไม่สมบรูณ์ ของ อานนท์ เลิศพูลผล

คุณธรรม คือ หลักการที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อกำกับมาตรฐานของความดี และเมื่อการกระทำของผู้มีอำนาจรัฐที่ปรากฏบนหน้าสื่อขัดกับหลักการของคุณธรรมที่มนุษย์พึงมี สิ่งเหล่านี้สร้างเครื่องหมายคำถามในมาตรฐานทางคุณธรรมภายในใจ นำไปสู่ความต้องการที่จะแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา เป็นจิตรกรรมที่สะท้อนความเสื่อมโทรมของสังคมเพื่อบอกเล่าความอัดอั้นตันใจของ อานนท์ เลิศพูลผล

แรงบันดาลใจข้างต้นถูกผนวกเข้ากับภาพเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เพื่อสื่อถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย เหมือนต้องการจะสื่อว่าสิ่งเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นซ้ำรอยอยู่เสมอ ความหดหู่ที่พบเห็นผู้คนล้มตายด้วยโรคระบาดส่วนหนึ่งก็ด้วยความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐตามทัศนะของศิลปิน พื้นผิวของผ้าใบแสดงให้เห็นเค้าโครงการร่างรูปด้วยดินสอสลับกับการป้ายสีน้ำมันจนหนาเตอะ กระบวนการเหล่านี้ถูกเปิดเผยอย่างหมดเปลือก เพื่อให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามกับความสมบรูณ์ของชิ้นงานที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

ความสมบูรณ์แบบตามกระบวนการทางจิตรกรรมถูกเชื่อมโยงเข้ากับความสมบูรณ์ของมาตราฐานของคุณธรรม เป็นการส่งสารให้แก่ผู้คนได้ตระหนักถึงกรอบของความเป็นมาตรฐานในสิ่งต่างๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อแสดงความไม่สมบรูณ์แบบที่ถูกกาลเวลาของยุคสมัยทำให้เคลื่อนไปข้างหน้าอยู่เสมอ

อานนท์ เลิศพูลผล

การใช้อิสรภาพสร้างทฤษฎีเสรีภาพ โดย ธนฤษภ์ ทิพย์วารี

จาก The Opera of Metafiction ผลงานที่ผ่านมาของ ธนฤษภ์ ทิพย์วารี ได้ทำการวิพากษ์ทฤษฎีบนตำราศิลปะซึ่งเปรียบเหมือนคำสั่ง เป็นคำชี้แนะให้ผู้อ่านอาจเผลอคิดไปว่า บรรทัดฐานความถูกต้องทั้งหมดของศิลปะทั้งมวลล้วนถูกคัดสรรมาให้แล้วบนตำราศิลปะเหล่านั้น สู่การพัฒนาการแนวความคิด (concept) ไปสู่ผลงานชิ้นใหม่ในชื่อ Aesthetics of Metafiction ซึ่งขยายขอบเขตการวิพากษ์ออกไปให้นอกเหนือไปจากตำราที่มีอยู่เดิม

“ทุกวันนี้องค์ความรู้หรือทฤษฎีต่างๆ ถูกสะสมสืบต่อเรื่อยมาตั้งแต่ในอดีตจนกลายเป็นกำแพง แล้วจะเป็นอย่างไรหากเราเสพติดการศึกษาที่มากจนถูกครอบงำให้อยู่ใต้อำนาจของมัน จะเป็นอย่างไรหากมนุษย์สูญเสียอิสรภาพทางความคิดจากการที่ยึดติดในทฤษฎีปฏิบัติมากจนเกินไป?”

ผลงานของธนฤษภ์เรียกได้ว่าเป็นผลงานจิตรกรรม abstract ที่สร้างขึ้นจากจิตรกรรม realistic เกิดจากการหยิบยืมภาพต้นแบบจากผลงานต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์ศิลปะเรื่อยมาจนถึงภาพต้นแบบบนโลกอินเทอร์เน็ต มาจัดวางให้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันบนผืนผ้าใบ ให้เกิดการสื่อสารเป็นภาษาใหม่ทางจิตรกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สามารถสร้างสรรค์ความหมายและเรื่องราว (content) ได้อย่างไม่รู้จบ ไม่มีขอบ เป็นอิสระ โดยไม่ถูกกำจัดการรับรู้อีกต่อไป

ทั้งนี้เรื่องราวทั้งหมดคือสิ่งที่เรา ผู้ชมมองเห็นภาพที่ศิลปินเล่ามาได้ไม่แตกต่างกัน แต่ความหมายของภาพคือสิ่งที่เป็นนามธรรม เป็นสิ่งที่เฉพาะเจาะจงสำคัญบุคคลนั้นๆ ต้องอาศัยการอ่านและตีความ อาจจะได้ความหมายที่แตกต่างหรือตรงกันกับสิ่งที่ศิลปินต้องการจะสื่อ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ รสนิยม หรือวุฒิภาวะทางศิลปะ

ธนฤษภ์ ทิพย์วารี

“การเป็นอาจารย์ หรือเป็นนักสร้างสรรค์ เราทำงานศิลปะเพื่อกระตุ้นผู้อื่นในฐานะของการประกอบวิชาชีพ เพื่อค้นหาองค์ความรู้ใหม่ๆ หรือเพื่อตรวจสอบทฤษฏีที่ใช้สอน ว่าจะสามารถผลักดันนักศึกษาให้ไปข้างหน้าได้มากน้อยแค่ไหน เราได้ท้าทายในสิ่งเหล่านั้น
ในฐานะอาจารย์ ศิลปิน หรือบุคคลคนหนึ่ง ที่ไม่ได้ยึดโยงในทฤษฎีอะไร คุณไม่ต้องเชื่อแบบผมไปทั้งหมด ต้องเชื่อในอีกแบบหนึ่ง คิดต้านได้ คิดต่อได้ แต่ควรจะแสดงให้เห็นว่าในสถานะทั้ง 3 แบบ ในฐานะอาจารย์ ศิลปิน และมนุษย์ที่มีครอบครัว ว่าเราจะดำรงอยู่อย่างไร ตรงนี้คือสิ่งที่สำคัญ” ธนฤษภ์ ทิพย์วารี กล่าวทิ้งท้าย

บรรยากาศภายในนิทรรศการ

นิทรรศการ BEHIND BLACK EYES จัดแสดงที่ Number1gallery
ถึงวันที่ 29 January 2022

บทความและภาพถ่าย โดย ณัฐกมล ใจสาร


About the Author

Nutkamol Jaisan

นักศึกษาศิลปะที่ชื่นชอบการอ่านบทความ ดนตรีร๊อค และอาหารบุฟเฟ่ต์



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives