Events

Published on October 22nd, 2018 | by Nina NTK

0

Breaking Through the Breakage สิ่งที่แตกไปแล้วก็ยากที่จะกลับมาเหมือนเดิม

 

Breaking Through the Breakage

By Ronnachai Kitisaksin

S.A.C. Subhashok The Arts Centre

22 Sep. – 14 Oct. 2018

 

นิทรรศการ Breaking Through the Breakage โดย รณชัย กิติศักดิ์สิน คือ อีกหนึ่งนิทรรศการที่สะท้อนเรื่องราวส่วนตัวของศิลปินที่ต้องต่อสู้กับสภาวะจิตใจของตนเองผ่านผลงานในรูปแบบของภาพวาดสีน้ำมันและเซรามิก จากอาการป่วยของตนเองทำให้รณชัยต้องปรับตัวเพื่อต่อสู้กับความป่วยไข้ของร่างกายที่ส่งผลต่อสภาวะจิตใจของตนเองและต่อสภาพสังคมภายนอกของบุคคลอื่นที่พบเห็น ความป่วยนี้ยังกัดกินความรู้สึกของศิลปินที่มีต่อสภาพสังคมโดยรอบและส่งผลให้ผลงานของรณชัยที่แสดงออกมาในครั้งนี้ ไม่ใช่ผลงานที่สะท้อนเฉพาะการต่อสู้กับโรคและนั่นหมายถึงการรับมือกับสิ่งแวดล้อมที่เขาต้องเผชิญด้วย ด้วยจุดพลิกผันนี้เองจึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้รณชัยสร้างสรรค์ผลงานจากความรู้สึกเบื้องลึกในใจออกมาสู่สายตาผู้คน 

หากมองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ในปี 2554 รณชัยเคยสร้างสรรค์ผลงานวิทยานิพนธ์ที่ใช้เรื่องราวส่วนตัวในการต่อสู้กับโรคประจำตัวนี้มาแล้วในผลงานศิลปกรรมวิทยานิพนธ์ศิลปมหาบัณฑิต ปี 2554 ส่วนหนึ่งของการศึกษาระดับมหาบัณฑิตกับแนวคิด กับผลงานที่มีชื่อว่า “สิ่งที่หลงเหลือในความทรงจำของข้าพเจ้า” (The Remnants of My Memory) เพื่อกระตุ้นอาการเสื่อมถอยของความทรงจำซึ่งเป็นผลมาจากโรคลมชักที่ศิลปินต้องเผชิญตั้งแต่อายุ 25 ปี ในผลงานก่อนหน้าศิลปินพยายามสื่อสารถึงอารมณ์ ความรู้สึก และทัศนคติของตนออกมาผ่านรูปแบบของภาพวาดสีน้ำมันบนผืนผ้าใบ โดยเฉพาะผลงาน “สิ่งที่เหลือในความทรงจำของข้าพเจ้า” ที่เล่าถึงภาพความทรงจำของศิลปินในวัยเด็กกับชุดกาน้ำชาเก่าของคุณตาที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งเป็นชุดกาน้ำชาที่ศิลปินเคยทำแตกในวัยเด็กกับความพยายามของศิลปินที่ต้องการกลับไปรื้อฟื้นอดีตของตนเองอีกครั้งที่จังหวัดพิษณุโลก อันเป็นสถานที่ที่ศิลปินเคยใช้ชีวิตและมีประสบการณ์ร่วมกับสถานที่

เมื่อนำผลงานที่ผ่านมาของศิลปินเข้ามาร้อยเรียงเรื่องราวครั้งใหม่กับนิทรรศการ Breaking Through the Breakage ที่กำลังจัดแสดงอยู่นี้เราจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่ศิลปินพยายามถ่ายทอดหรือเศษวัสดุที่ใช้ ล้วนมีความสัมพันธ์กันอยู่ไม่น้อย สำหรับนิทรรศการ Breaking Through the Breakage ที่จัดแสดง ณ หอศิลป์ศุภโชคจึงเสมือนเรื่องราวภาคต่อของศิลปินที่พยายามต่อสู้กับสภาวะความเจ็บป่วยทางร่างกาย โดยในครั้งนี้นอกจากกความพยายามในการบำบัดตนเองแล้ว เราจะได้เห็นผลกระทบอื่นๆ ภายนอกที่มีต่อความรู้สึกของศิลปินที่ปรากฏออกมาผ่านผลงานที่จัดแสดงในครั้งนี้ด้วย ในคำกล่าวของศิลปินบนสูจิบัตรที่ว่า

 

“เมื่อสิ่งหนึ่งที่แตกสลาย ไม่ได้มีเพียงความสูญเสียที่ถูกจดจำ แต่มันคือการก่อกำเนิดบางสิ่งขึ้นใหม่ในหนทางที่แตกต่าง…”

“…โชคร้ายและโรคประจำตัวทำให้ความคิดของผมเปลี่ยนแปลงแตกต่างจากเดิม และดูเหมือนทำให้รู้สึกว่า ได้ลดคุณค่าของความเป็นสมาชิกทางสังคมลง ในบริบทของสังคมสมัยใหม่ สังคมที่ผู้คนต้องเผชิญกับความแปลกแยกในหลายๆ ด้าน ซึ่งความแปลกแยกทั้งหมดนี้ มักจะเชื่อมโยงกับคุณธรรมในการตัดสินและการวัดคุณค่าของคนในสังคม ที่นับวันดูจะบิดเบี้ยวและแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ”

รณชัย กิติศักดิ์สิน

 

ภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ Breaking Through the Breakage รณชัย เลือกใช้วัสดุที่น่าสนใจในการบรรยายถึงความรู้สึกของตนเองด้วยภาพวาดสีน้ำมันและประติมากรรมเซรามิก ซึ่งเป็นภาพวาดและประติมากรรมของสัตว์หลายชนิดที่เป็นสัตว์ป่า เช่น ม้า กวาง วัว ควาย เป็ด และแรด เป็นต้น ในขณะที่ประติมากรรมอื่นๆ เช่น สุนัขพันธุ์ Bull Terrier ซานต้าคอส และสัตว์ผสมหน้าตาประหลาดกลับให้อารมณ์ที่ต่างออกไป ดังเช่นในผลงานภาพวาดสีน้ำมัน Alone in the Herd, 2017 ภาพควายสีน้ำเงินเข้มยืนอยู่ท่ามกลางฝูงควายตัวอื่นๆ

Alone in the Herd, 2017

ในฝูงในขณะที่มีควายตัวหนึ่งหันมามองคล้ายกับการตั้งคำถามต่อความแปลกประหลาดของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สิ่งที่น่าสนใจของภาพนี้อีกประการหนึ่งคือสัตว์อื่นๆ ที่ปรากฏอยู่กับควายสีประหลาดนี้ ได้แก่ หมู และไก่ ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าพวก และความแปลกแยกให้กับสายตาของผู้ชมที่มองมายังภาพ เช่นเดียวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ชื่อ More Than Imperfection, 2017 และภาพวาดสีน้ำมัน Reflection & Identity, 2018 

More Than Imperfection, 2017

 

Reflection & Identity, 2018

 

นอกจากความแตกต่างของสีสันของตัวชิ้นงานที่สะดุดอารมณ์ต่อผู้ชมแล้ว ความแตกต่างประการที่สอง ที่ทำให้ผู้ชมมุ่งสายตาไปสู่ชิ้นงานคือ สัตว์ผสมหน้าตาประหลาดที่ปรากฏในภาพวาดสีน้ำมัน A Mini-Play, 2018 และ The Grand Performance, 2018 ซึ่งเป็นการผสมกันระหว่างสัตว์หลายๆ ชนิด เช่น กระต่าย และหนู ในร่างกายสีเขียว รวมถึงภาพสีน้ำมัน The Ugly Duckling, 2017 ‘เป็ดขี้เหร่’ ที่เป็นการผสมรูปลักษณ์เฉพาะระหว่างเป็ดสีน้ำเงินประหลาดและเขากวาง ความแปลกแยกของสัตว์พิเศษนี้ จึงเสมือนเป็นการสื่อสารสิ่งที่อยู่ภายในใจของศิลปินที่พูดถึงการแบ่งแยก การไม่ถูกรวมเป็นหนึ่ง รวมไปถึงความเป็นอื่น (The Otherness) ที่ปรากฏในสังคมที่เขาพบเจอ

 

A Mini-Play, 2018

 

The Grand Performance, 2018

 

The Ugly Duckling, 2017

 

สายตาของการตัดสินจากบรรดาสัตว์ตัวอื่นๆ การจ้องมอง การหัวเราะ การประจัญหน้าต่อความประหลาดระหว่างสัตว์ตัวอื่นๆ หรือการหันหลังให้ แสดงให้เห็นถึงการไม่ยอมรับ ความต่อต้าน และการเพิกเฉย ดังในผลงานภาพวาดสีน้ำมัน Out of Place, 2017 การแสดงผลลัพธ์ที่ตามมาจากการกระทำของสัตว์ตัวอื่นในฝูงต่อเจ้า ‘เป็ดขี้เหร่’ ยังปรากฏออกมาผ่านภาพวาดในชื่อ Something in That Look, 2017 ที่แสดงให้เห็นถึงการประจันหน้ากันระหว่างฝูงเป็ดสีขาว และเป็ดขี้เหร่ การตอกย้ำถึงสถานะการไม่ยอมรับถูกเปรียบเทียบเข้ากับการทิ่มแทงจากตะปูในวิถีเดียวกับสายตาของเหล่าฝูงเป็ดสีขาว ในภาพวาดของรณชัยจึงมีการปะปนระหว่างการถูกทำร้ายและการได้รับความเจ็บปวดซึ่งมาจากทั้งฝั่งตรงข้ามหรือในอีกแง่ก็อาจมาจากความเปราะบางของตัววัสดุเองที่ทำมาจากเซรามิก

 

Something in That Look, 2017

 

ในขณะที่ผลงานประติมากรรมเซรามิกจริงที่จัดแสดงบนแท่นวาง ในชื่อ Broken Deer, 2016 หรือ ผลงาน Broken Buffalo, 2018 ที่แตกหักและเสียรูปทรงเดิม ได้รับการประกอบขึ้นใหม่จากเศษเซรามิกสีสันแปลกตาชวนให้คิดไปถึง สิ่งของอันบอบบางที่แตกและชำรุด ถึงแม้จะพยายามประกอบขึ้นมาใหม่เท่าไหร่ ก็ไม่อาจทำให้กลับมาเหมือนดังเดิมได้อีกต่อไป  

 

Broken Deer, 2016

 

Broken Buffalo, 2018

 

การวาดภาพสีน้ำมันด้วยการจำลองงานประติมากรรมเซรามิก ยังแสดงให้เห็นถึง ความเปราะบาง และความอ่อนไหวของตัววัสดุที่พร้อมจะแตกหักได้หากไม่ระวัง ดังนั้นการแตกหักที่เกิดขึ้น จึงอาจไม่ใช่สาเหตุที่มาจากตะปู หรือการรุกรานจากสิ่งภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความต้านทาน และความเปราะบางของตัววัตถุเอง  สิ่งที่น่าสนใจอีกประการของการจัดแสดงผลงานของรณชัย คือการเลือกใช้สื่อทั้งสองประเภท คือ ภาพวาดสีน้ำมันและประติมากรรมเซรามิกเพื่อใช้ให้เหมาะสมกับการเล่าเรื่องตามประเภทของชิ้นงาน เช่น การใช้ภาพวาดสีน้ำมันวาดเซรามิกอย่างสมจริงซึ่งล้อไปกับผลงานประติมากรรมที่อยู่ภายในห้องจัดแสดง การลงสี ความชัดเจนของแสงเงาที่สื่อให้เห็นถึงวัสดุที่ทำจากเซรามิกบอกให้ผู้ชมทราบว่าภาพวาดสีน้ำมันและเซรามิกมีเรื่องราวที่สัมพันธ์กัน ประหนึ่งเป็นการเล่าไปสู่ภูมิหลังของประติมากรรมเซรามิกที่แตกหัก การใช้สื่อสองชนิดที่แตกต่างกันเพื่อเล่าเรื่องเดียวกัน ยังคำนึงถึงการสื่อให้มีความเหมาะสม เช่น การใช้เซรามิกที่แตกจะสามารถสร้างอารมณ์ให้กับความรู้สึกของการแตกสลายของผู้ชมได้มากกว่าการใช้ภาพวาด ในขณะที่การวาดภาพก็สามารถถ่ายทอดการเล่าเรื่องได้ดีกว่ารูปแบบของงานประติมากรรม

 

อ้างอิง

รณชัย กิติศักดิ์สิน. “สิ่งที่หลงเหลือในความทรงจำของข้าพเจ้า.” วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตรกรรม ภาควิชาจิตรกรรม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2554. 


About the Author

Nina NTK

ความสวยงามของชีวิตคือการได้ทำในสิ่งที่หัวใจโหยหา



Back to Top ↑