Events

Published on October 24th, 2018 | by Nina NTK

0

‘Coercion’ บีบอัดด้วยกรอบการศึกษา

 Coercion

By Kittisak Keawduk

S.A.C. Subhashok The Arts Centre

6 Oct. – 18 Nov. 2018

 

ผลงานภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ Coercion โดยกิตติศักดิ์ แก้วดุก ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre

 

ย้อนกลับไปในสมัยที่ทุกคนยังอยู่ในระบบการศึกษา ผู้เขียนยังคงจำภาพช่วงเวลาต่างๆ ในรั้วโรงเรียน/มหาวิทยาลัย ที่เราๆ ต่างต้องทำตามระเบียบของสถานศึกษากันได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการใส่ชุดนักเรียน/นักศึกษาให้ถูกระเบียบ เช่น ห้ามพับแขนเสื้อแขนยาวในนักศึกษาชาย การเข้าแถวหน้าเสาธง หรือแม้แต่การผูกริบบิ้นให้ถูกสีที่โรงเรียนอนุญาติของนักเรียนหญิง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการสร้างระเบียบวินัยอันเข้มงวดเพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่สถาบันการศึกษาเหล่านั้นต้องการ ภายใต้กรอบข้อบังคับที่ได้รับการเลือกสรรมาจากความเห็นของระบบการบริหารงานของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย (ที่ใครก็ไม่รู้เป็นผู้สถาปนาขึ้น) ที่หน้าแปลกใจกว่า คือ สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนตั้งคำถามกับกฏเกณฑ์และกติกาที่ถูกตั้งขึ้นมากว่าร้อยปี พร้อมกับสงสัยต่อความเหมาะสมของกรอบประเพณีเหล่านี้ว่า ยังคงเหมาะสมกับยุคสมัยปัจจุบันหรือไม่? 

 

ผลงานภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ Coercion โดยกิตติศักดิ์ แก้วดุก ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre

 

ผลงานภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ Coercion โดยกิตติศักดิ์ แก้วดุก ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre

 

ผลงานภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ Coercion โดยกิตติศักดิ์ แก้วดุก ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre

กิตติศักดิ์ แก้วดุก ศิลปินและอาจารย์ผู้สอน คือบุคคลหนึ่งที่กำลังเผชิญกับปัญหากับ ‘กรอบ’ ในระบบการศึกษาดังกล่าวในการร่างหลักสูตรของรั้วสถานศึกษาที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนด ซึ่งในบางครั้งหลักสูตรและกฏข้อบังคับเหล่านี้ก็ไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาในสาขาที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้กิตติศักดิ์จึงพยายามถ่ายทอดมุมมองในฐานะผู้ถ่ายทอดความรู้ต่อกรอบปฏิบัติ รวมถึงการวิพากษ์ถึงกรอบประเพณีของระบบการศึกษาที่ยังคงมีช่องโหว่ต่อการเรียนรู้ตามธรรมชาติของมนุษย์และไม่ได้รองรับต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล ด้วยความคิดสร้างสรรค์และการนำเสนอที่น่าสนใจ Coercion จึงเป็นนิทรรศการที่สะท้อนให้เห็นถึงกรอบทางความคิดของสังคม ที่เป็นแม่แบบในการผลิตบุคลากรภายในประเทศ

กิตติศักดิ์ แก้วดุก

ผลงานของกิตติศักดิ์มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งในด้านของการเลือกใช้วัสดุที่ส่วนใหญ่ทำจากไม้อัด รวมถึงการใช้เทคนิคในงานประติมากรรมอันโดดเด่นที่มักเลียนแบบ ‘สถานะของของเหลว’ เข้ามาประยุกต์เข้ากับชิ้นงานเพื่อวิจารณ์ ต่อบริบททางสังคมรอบๆ ตัว ผลงานของกิตติศักดิ์ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบันมีพัฒนาการการถ่ายทอดเรื่องราวจากเรื่องใกล้ตัวของเขาไปสู่ขอบเขตการรับรู้ของสังคมในวงกว้าง อันแสดงให้เห็นถึงกระบวนการทางความคิดที่สั่งสมและตกผลึกจากสิ่งที่เขาพบเจอในแต่ละวัน ซึ่งเขานำมาเปรียบเทียบเข้ากับสภาวะการณ์ในโลกปัจจุบันได้อย่างคมคายและน่าสนใจ ในผลงานตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมาด้วยผลงาน ‘ท่วงท่าแห่งความงาม’ 2546 – 2548 ประกอบกับการใช้วัสดุที่ทำจากไม้ นอกจากความงามของร่างกายมนุษย์ที่กิตติศักดิ์สนใจแล้ว ผลงานของกิตติศักดิ์ได้พัฒนาจากความงามทางภายนอกไปสู่การตีความและการใช้สภาวะของจิตใจของมนุษย์ในการเล่าเรื่องด้วย เช่น ผลงาน ‘ล้มเหลว’ 2549 จนเกิดเป็นเทคนิคพิเศษที่เลียนแบบของเหลวอย่าง ‘การหลอมละลาย’ เข้ามาเป็นสื่อสำคัญเพื่อสร้างอารมณ์ต่อผู้ชม และยังเป็นเทคนิคพิเศษที่มักจะปรากฏต่อมาในผลงานอีกหลายชิ้นที่เขารังสรรค์ เช่น ในปี 2550-2552 กับ ‘ผลงานกดทับ1-3’  ซึ่งพูดถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์และธรรมชาติ ด้วยการใช้สภาวะของการกดทับที่ปรากฏระหว่างบล็อกไม้สี่เหลี่ยมและไม้ที่ถูกกลึงให้อยู่ในรูปของของเหลว อันมีความหมายแฝงที่สะท้อนถึงการเบียดบังระหว่างพื้นที่ของธรรมชาติ โดยการกระทำของมนุษย์ 

ผลงานท่วงท่าแห่งความงาม, 2546-2548 โดยกิตติศักดิ์ แก้วดุก ในวิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปมหาบัณฑิต

 

ผลงาน ล้มเหลว, 2549 โดย กิตติศักดิ์ แก้วดุก ในวิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปมหาบัณฑิต

นอกจากพัฒนาการด้านเทคนิคแล้ว ในผลงานชุดต่างๆ ของกิตติศักดิ์ยังแสดงถึงการให้ความสนใจต่อสังคมคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านกระบวนความคิดของเขาได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ในขณะที่ผลงานในช่วงปลายปี 2552 เช่น ‘กดทับ 4’ เราจะเห็นการดึงวัสดุอื่นๆ อย่าง ‘การใช้โลหะ’ เข้ามาผสมผสานและประกอบในตัวชิ้นงานของกิตติศักดิ์ด้วย จากชิ้นงานต่างๆ ที่กล่าวมานี้ผลงานที่มีความสัมพันธ์ต่อชิ้นงานที่จัดแสดงในนิทรรศการ Coercion ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้พัฒนาผลงานก้าวกระโดดอย่าง ‘บีบอัด1’ ‘บีบอัด2’ และ ‘บีบอัด3’ ที่มีการใช้วัสดุสำเร็จรูป (Ready-made) เป็นอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ เช่น เครื่องไสน้ำแข็ง เลื่อย เครื่องกลึงไม้ เป็นต้น ผสมกับการกลึงไม้ให้อยู่ในสถานะของเหลว จากผลงานนี้เองจึงเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้กิตติศักดิ์ต่อยอดแนวความคิดจนกลายมาเป็นผลงานชุดที่แสดงในนิทรรศการ Coercion ครั้งนี้     

ผลงานภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ Coercion โดยกิตติศักดิ์ แก้วดุก ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre

การทำงานของกิตติศักดิ์ในนิทรรศการ Coercion ยังคงมีการใช้วัสดุ 2 ส่วนที่น่าสนใจคือ ไม้และวัสดุกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งเป็นมักเป็นส่วนประกอบของเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เช่น โต๊ะนักเรียน เครื่องไสน้ำแข็ง เครื่องคั้นน้ำผลไม้ เครื่องปั้มน้ำ เป็นต้น โดยวัสดุเหล่านี้ที่นำมาสร้างชิ้นงานได้รับการแยกชิ้นส่วนออกมาเป็นชิ้นๆ และนำมาประกอบเข้ากับวัสดุสำเร็จรูปอื่นๆ แสดงถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่ผิดรูปผิดร่างของหน้าที่การใช้งานที่แท้จริงอย่างที่มันควรจะเป็น ในขณะที่เนื้อไม้ที่นำมาใช้ในผลงานก็ถูกตีความใหม่โดยหยิบยกด้วยการใช้เนื้อไม้ธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งใดๆ และการใช้ไม้อัด ซึ่งเป็นไม้ที่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรมในการแปรรูปให้สามารถอยู่ในรูปฟอร์มต่างๆ ได้

ผลงานภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ Coercion โดยกิตติศักดิ์ แก้วดุก ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre

 

ผลงานภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ Coercion โดยกิตติศักดิ์ แก้วดุก ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre

 

การนำวัสดุไม้ที่เป็นวัสดุธรรมชาติมาเป็นแหล่งต้นกำเนิดของกระบวนการผลิตและการนำไม้อัดที่เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ผ่านกระบวนการบีบ อัด ดึง ยึด ให้เป็นรูปทรงต่างๆ ในรูปทรงเดียวกันทั้งหมด เปรียบเปรยถึงการบ่มเพาะบุคคลากรในประเทศด้วยระบบการศึกษาที่มาจากการผลิตรูปแบบเดียวกันซึ่งไม่คำนึงถึงความหลากหลายและความแตกต่างในความสามารถระหว่างมนุษย์ ความไม่เป็นธรรมชาติ การตัดทอนลักษณะเฉพาะของออกไป รวมถึงการบีบอัดและการคัดกรองสีสันจากดำเป็นขาวให้กลายเป็นวัสดุที่หน้าตาเหมือนกันในรูปทรงสี่เหลี่ยมจึงสื่อถึงความสามัญธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีความแตกต่าง หรือความเป็นเอกลักษณ์ระหว่างคุณค่าในตัวของวัสดุ สิ่งเหล่านี้จึงเสมือนการวิจารณ์และเย้ยหยันต่อระบบระเบียบ (ที่เหมือนกับเครื่องจักร) และพูดถึงการไม่แยแสต่อความสวยงามตามธรรมชาติของความหลากหลาย

 

ผลงานภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ Coercion โดยกิตติศักดิ์ แก้วดุก ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre

 

กิตติศักดิ์ แก้วดุก กับผลงานในนิทรรศการ Coercion ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre

 

ผลงานภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ Coercion โดยกิตติศักดิ์ แก้วดุก ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre

 

สิ่งที่ปรากฏในชิ้นงานแต่ละชิ้นที่จัดแสดงคือการกระทำของเครื่องมือต่อเนื้อไม้ในรูปแบบต่างๆ เช่น การบีบอัด การบดรีด การดึง การยืดและการหลอมละลาย เป็นต้น ซึ่งสื่อให้เห็นถึงสภาวการณ์ของการบีบบังคับ การรีดเค้น เนื้อไม้ วัสดุที่เป็นของแข็งถูกนำมาละลายสถานะด้วยการเหลาและการกลึงให้ประหนึ่งเป็นวัสดุของเหลว ความเปลี่ยนแปลงของสถานะที่ปรากฏในชิ้นงาน นอกจากจะแสดงถึงความสวยงามแล้ว เทคนิคการหลอมละลายของศิลปินยังกระตุ้นอารมณ์ต่อผู้ชม ถึงการแปรสภาพจากชิ้นไม้ที่เป็นของแข็งให้เปลี่ยนเป็นสถานะของเหลวในเชิงสัญญะ ความเหลือเชื่อ ความไม่น่าเป็นไปได้ของการเปลี่ยนผ่านซึ่งหยั่งผลโดยตรงถึงพละกำลังการบดทับของเครื่องจักร โดยเครื่องจักรเหล่านี้ยังเป็นตัวแทนของระบบการศึกษาหรือค่านิยมทางสังคม ซึ่งแสดงถึงอำนาจทางสังคมที่สามารถกำหนดทิศทางหรือความเป็นไปให้อยู่ในกรอบ ในขณะที่ความเก่า โบราณ คร่ำครึ ของเครื่องจักรและการใช้งานที่ผิดประเภทที่ไม่ตรงกับการใช้งานปกติของอุปกรณ์คือการวิพากษ์ไปถึงระบบการศึกษาที่ไม่สามารถตอบโจทย์กับศักยภาพและความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน  เมื่อเราพิจารณาถึง ‘ความใหม่-เก่า’ ที่ปรากฏในตัวเครื่องมือที่เป็นแม่แบบในการหลอม บีบ กด อัด พร้อมทั้งการใช้งานที่ผิดประเภท ไม่ตรงกับการใช้งานจริง เราอาจเกิดความคลางแคลงใจพร้อมทั้งเกิดการตั้งคำถามถึงคุณภาพ จากการผลิตด้วยเครื่องมือเหล่านี้ ว่ามีความเหมาะสมต่อสภาพสังคมปัจจุบันจริงๆ หรือไม่? 

 

ผลงานภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ Coercion โดยกิตติศักดิ์ แก้วดุก ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre

 

นิทรรศการ Coercion จึงเป็นการสะท้อนสภาพสังคม และสภาวะการณ์ของการบีบอัดด้วยกรอบประเพณีทางสังคม ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของระบบการศึกษาหรือกรอบแนวคิดทางสังคมประเภทใด ก็แสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้สมควรที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้เหมาะสมกับธรรมชาติหรือคุณค่าในตัวตนมนุษย์ การดำรงฐานะของกิตติศักดิ์ที่เป็นทั้งอาจารย์และคนทำงานศิลปะ จึงอาจเป็นปากเสียงสำคัญที่มองเห็นปัญหาและสามารถช่วยพัฒนาระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับการผลิตบุคคลากร ได้ดีกว่าการเป็น ‘ศิลปิน’ อย่างเดียว หรือ ‘ผู้สอน’ อย่างเดียว  ซึ่งคล้ายคลึงกับนิทรรศการ Live a Life โดยทรงวุฒิ แก้ววิศิษฎ์ จากจังหวัดขอนแก่นผู้เป็นทั้งอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยและศิลปินที่เคยแสดงผลงานในเนื้อหาใกล้เคียงกันนี้ ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre  จากผลงานในนิทรรศของพวกเขาจึงเป็นการยืนยันที่ชี้ให้เห็นว่าหลักสูตรของระบบการศึกษา (ซึ่งรวมไปถึงวิธีคิดของผู้คนภายในประเทศ) สมควรที่จะได้รับการพัฒนา แก้ไข และเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับธรรมชาติส่วนบุคคลของผู้เรียน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทางความคิดของผู้คนในสังคมที่ดีต่อไป

 

ผลงานภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ Coercion โดยกิตติศักดิ์ แก้วดุก ที่ S.A.C. Subhashok The Arts Centre

 

อ้างอิง: กิตติศักดิ์ แก้วดุก. “การปรับตัวเพื่อการอยู่ : โครงการออกแบบประติมากรรมประยุกต์ติดตั้งสวนพรรณภิรมย์”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาประยุกตศิลปศึกษา  ภาควิชาประยุกตศิลปศึกษา บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศิลปากร, 2553. และบทสัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2561


About the Author

Nina NTK

ความสวยงามของชีวิตคือการได้ทำในสิ่งที่หัวใจโหยหา



Back to Top ↑