Events

Published on November 1st, 2018 | by Nina NTK

0

‘Dilemma’ สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

Dilemma 

By Nuttapong Daovichitr

Hello Goose

5-31 Oct. 2018 

ณัฐพงศ์ ดาววิจิตร

ณัฐพงศ์ ดาววิจิตร หรือ ‘นัท’ นักวาดภาพประกอบที่มีลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ เขาเคยแสดงผลงานกลุ่มมาแล้วกับนิทรรศการ Unknown Asia Awards Exhibition ที่ The Jam Factory Gallery ซึ่งรวบรวมผลงานกลุ่มของผู้ที่ได้รับรางวัลเทศกาลอาร์ตแฟร์ Unknow Asia Art Exchange Osaka ระหว่างปี 2015-2016 ผลงานของนัทมักเป็นภาพวาดน่ารักๆ เรียบง่าย ใช้สีคลุมโทนพร้อมกับการจัดองค์ประกอบภายในภาพที่เป็นระเบียบไม่ว่าจะเป็น เส้น สี โดยเฉพาะเรื่องราวนามธรรมที่นัทกลั่นกรองออกมาเป็นภาพวาด ได้อย่างสบายตาและไม่อึดอัด เรื่องราวที่นัทวาดมักได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ส่วนตัวกับสิ่งที่เขาพบเจอในแต่ละวันสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดเป็นความรู้สึกภายในที่เขาสร้างสรรค์ออกมาจนกลายมาเป็นผลงานให้เราได้พบเห็น 

ภาพบรรยากาศภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ

การแสดงนิทรรศการ Dilemma ครั้งนี้ คือการแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรกของนัทซึ่งได้รับการต่อยอดความคิดมาจากผลงานครั้งเก่า โดยครั้งนี้นัทได้หยิบยกประเด็นที่เกี่ยวกับสภาวะการณ์ของห้วงความคิด มาเป็นหัวข้อหลักในการสนทนากับผู้ชมภายใต้ชื่อ Dilemma ซึ่งเขาได้หยิบยกประเด็นสภาวะแห่งความกระอักกระอ่วนที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของทุกๆ คนมาเป็นแรงบันดาลใจ ในบางคร้ังความกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้นยังนำไปสู่ความสับสนในการเลือกหรือการตัดสินใจของตัวเราเอง คนที่ติดอยู่ในสภาวะดังกล่าวจึงตกอยู่ในสถานะครึ่งๆ กลางๆ เนื่องจากไม่สามารถเอนเอียงไปทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่เราต้องเลือกหรือตัดสินใจบางอย่าง ซึ่งนำมาซึ่งการปะทะกันระหว่างความคิด ห้วงอารมณ์ และความรู้สึกของมนุษย์ที่ไม่สามารถลงความเห็นชี้ชัด หรือให้น้ำหนักต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ โดยเฉพาะเมื่อทางเลือกที่มีอยู่ต่างก็มีเหตุผลที่ดีทั้งคู่ แล้วเราควรจะเลือกอะไร?

ระหว่างเข้าชมภายในห้องจัดแสดง ที่ Hello Goose เราได้เห็นผลงานของนัท ในสื่อหลากหลายรูปแบบ เช่น ผลงานประติมากรรมกึ่งนามธรรม ที่กำลังแสดงท่าทางของ ‘การงัด’  ‘การยก’ กับวัตถุที่ไร้รูปร่างราวกับว่ามันคืออากาศธาตุ ด้วยท่าทางการโอบอุ้มจากมือทั้งสองข้าง เช่น State of Endurance No.1 หรือ ผลงาน State of Endurance No.2 ที่กำลังแสดงท่าทางของการผลักวัตถุบางอย่างออกไปอย่างสุดกำลังในขณะที่ประติมากรรมชิ้นที่ 3  หรือ State of Endurance No.3 กลับแสดงท่าทางที่ต่างอกไปด้วยการนั่งอึนอยู่นิ่งๆ เหมือนทำอะไรไม่ถูกเพราะะคลุกอยู่กับห้วงความคิดในหัว ทั้งนี้ประติมากรรมเซรามิก State of Endurance No.2 ยังใช้ท่าทางที่คล้ายคลึงกันกับการผลักก้อนหินจากการแสดงนิทรรศการกลุ่มในครั้งก่อนหน้า หากแต่ครั้งนี้เขาได้นำลักษณะการผลักเข้ามาเป็นเพียงส่วนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่า

State of Endurance No.1-3 Ceramic, 2018

ด้วยท่าทางที่มีความหลากหลาย จากการงัด การยก การคานอำนาจกันระหว่างสิ่ง 2 สิ่งที่แทนที่ด้วยความว่างเปล่าจึงเป็นการนำเสนอเรื่องราวในเชิงนามธรรมที่น่าสนใจ โดยอาจแสดงเป็นภาพระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกัน หรือมนุษย์ต่อวัตถุบางอย่างก็ได้ เช่น ผลงาน A Gathering of Forces สิ่งเหล่านี้จึงสื่อให้เห็นถึงการออกแรงต้านทานกับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงเป็นเพียงความคิดเท่านั้น ซึ่งหากเรามองให้ลึกไปไกลกว่านั้นเราจะพบว่าการออกแรงในท่าทางต่างๆ เหล่านี้ จำเป็นต้องรวบรวมพละกำลังมหาศาลเพื่อผลักดันบางสิ่งซึ่งเป็นอำนาจที่ไม่สามารถต่อรองได้ ดังนั้นการออกแรงที่มากเกินไปย่อมส่งผลโดยตรงต่อความเหนื่อยล้าของผู้ที่กำลังออกแรงอยู่ และบางทีเราก็ควรปล่อยวางมันไปเสียบ้าง

A Gathering of Forces 100×120 cm. Acrylic on linen canvas 2018

การแสดงท่าทางของการแบกรับ ในผลงานประติมากรรมยังเชื่อมโยงไปกับผลงานที่ปรากฏอยู่บนแคนวาส ที่มีขนาดสมมาตรกันในท่าทางการผลัก สิ่งเหล่านี้แสดงถึงการต่อสู้ระหว่างห้วงความคิดจากความก้ำๆ กึ่งๆ ความครึ่งๆ กลางๆ ที่หาข้อสรุปไม่ได้  ในขณะที่การเว้นวรรคเพื่อไม่ใส่ลักษณะเฉพาะของบุคคล เช่น สถานะของเพศ หญิง-ชาย หรือการไม่ระบุว่าบุคคลนั้นคือใคร สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าสภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ นอกจากนี้การดวลกันด้วยพละกำลังที่กินกันไม่ลงยังหมายถึงการแปลงห้วงความคิดที่เป็นนามธรรมให้ออกมาโลดแล่นเป็นผลงานในเชิงรูปธรรมได้อย่างลงตัว ซึ่งมีแนวคิดที่คล้ายกับทฤษฎีตามกฏฟิสิกส์ที่ว่า “Action = Reaction หรือ แรงกระทำจะเท่ากับแรงถูกกระทำเสมอ” ดังเช่นในผลงาน Self Conflict No.01-02 ที่แสดงถึงการออกแรงเท่ากันจากวัตถุที่มีขนาดเท่ากันระหว่างคน 2 คน โดยแสดงออกมาเป็นภาพสมมาตร ผลลัพธ์ที่ได้ของการปะทะกันระหว่างห้วงความคิดจึงแสดงเป็นท่าทางของการชะงักงัน หยุดนิ่ง และไม่เกิดการเคลื่อนไหวใดๆ ซึ่งเปรียบเทียบได้กับการแสดงออกของคนที่เจอกับสภาวะความกระอักกระอ่วนนี้

Self Conflict No.01 180×120 cm. Acrylic on linen canvas 2018

 

Self Conflict No.02 150×120 cm. Acrylic on linen canvas 2018

เราทุกคนคงเคยผ่านสภาวะความกระอักกระอ่วน ความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกซึ่งมาจากการต่อสู้กันระหว่างความคิดภายในใจ โดยความคิดที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มีเพียง 2 สิ่ง แต่อาจมี 3 4 5 … สิ่งเลยก็ได้ และสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้คนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในความนึกคิดของเราเข้าใจได้ สิ่งที่น่าสนใจในนิทรรศการนี้คือการเล่าเรื่องยากๆ ให้เป็นเรื่องราวที่แสนง่ายดายด้วยภาพวาดน่ารักๆ ที่สดใส พร้อมกับวิธีการกลั่นกรองความคิดจากเรื่องราวที่เราพบเจอในชีวิตประจำวันจนตกผลึกมาเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมเพื่ออธิบายถึงห้วงอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดดังกล่าว เช่น การอธิบายด้วยภาพวาดที่แสดงถึงความสมมาตรและท่าทางการออกแรงผลักในชิ้นงานประติมากรรม รวมถึงผลงานใน Screen printing ที่เป็นท่าทางงุนงงของคนที่กำลังเผชิญกับสภาวะนี้ ด้วยท่าทางประหลาดๆ ในภาพ Dilemma No. 1 -9

Dilemma No. 1 -9 42 x 29.7 cm. (A3) 3-colour screen print on MOHAWK Superfine Eggshell 270gsm 2018

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการคือการตีความถึงเนื้อหาในเชิงนามธรรมที่นัทต้องการสื่อสารกับคนดูด้วยการลดทอนและบิดเบือนรูปแบบของชิ้นงานให้อยู่ในความก้ำกึ่งระหว่างรูปร่างมนุษย์และรูปทรงเรขาคณิต สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่กำลังถ่ายทอด ‘ความมีอยู่จริง’ หรือ ‘ไม่มีอยู่’ ของห้วงความคิดดังกล่าวได้อย่างมีอรรถรสและลึกซึ้ง นอกจากนี้ภายในห้องเล็กศิลปินยังได้เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมกับชิ้นงาน โดยให้ผู้ชมวาดภาพความกระอักกระอ่วนที่ทุกคนเคยพบเจอลงบนกระดาษ ผลงานชิ้นนี้ยังแสดงถึงการถ่ายทอดความรู้สึกภายในใจของศิลปินผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับชิ้นงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมวาดถึงสิ่งที่พวกเขากำลังแบกรับหรือสิ่งที่พวกเขาต้องออกแรงต่อสู้ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ผู้ชมกลับมาทบทวนและไตร่ตรองความคิดของตัวเองรวมไปถึงการแบ่งปันประสบการณ์ที่พวกเขาต้องเผชิญจากภาพวาดน่ารักๆ เหล่านี้ โดยภายหลังภาพที่ผู้ชมวาดจะถูกนำมาแสดงอีกครั้งในรูปแบบผลงานวีดีโอ

 

ผลงาน Video installation

จากผลงานหลายชิ้นที่จัดแสดงในนิทรรศการ Dilemma เราจะเห็นได้ถึงการต่อสู้และการคานอำนาจกันของความคิดที่แสดงถึงการผลักดัน การยื้อยุด ที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะการณ์ของโลกปัจจุบันที่มนุษย์เราต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงทางความคิดตลอดเวลาจากการใช้สื่อผ่านกลุ่มสังคมออนไลน์บนโลกของอินเตอร์เน็ต การนั่งนิ่งหยุดคิดเพื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงมากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่เราพบเจอได้ง่ายๆ ดังนั้นด้วยข้อมูลที่เราต้องพบเจอในแต่ละวันมันจึงนำมาซึ่งการพิจารณาหรือตัดสินใจที่ยากลำบากมากขึ้น  ดังนั้นในอีกนัยหนึ่งการออกแรงเพื่อแบกรับของสิ่งที่ไม่มีตัวตน หรือแม้แต่การผลักดันบางสิ่งก็อาจทำให้ตัวเราเองเหนื่อยล้า ทั้งๆ ที่อาจเป็นการกระทำที่ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์อันใด คงไว้แต่เพียงความเหนื่อยล้าและความกดดันของผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะดังกล่าว

นิทรรศการ Dilemma จึงแสดงถึงสภาวะจิตใจที่ถูกบีบคั้นจากความคิดของตัวเราเองที่พยายามหาทางออก ในขณะที่สภาวะที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของผู้คนในสังคมที่สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือชาย เด็กหรือผู้ใหญ่ ทุกคนล้วนแต่เคยผ่านช่วงเวลาดังกล่าว สิ่งเหล่านี้จึงอาจเป็นสิ่งที่ชวนให้ผู้ชมขบคิด เพื่อแสวงหาคำตอบพร้อมกับการตั้งคำถามกลับไปถึงการนิยามคุณค่าส่วนบุคคล


About the Author

Nina NTK

ความสวยงามของชีวิตคือการได้ทำในสิ่งที่หัวใจโหยหา



Back to Top ↑