Editorial Volume 9 No.94

โอลิมปิกผ่านไปแล้ว อเมริกาเป็นเจ้าเหรียญทองตามคาด ตามมาด้วยจีน แต่ที่น่าตื่นเต้นคือ เกาหลี ที่ทำได้ดีมากๆ ส่วนประเทศไทยของเราก็อย่างที่รู้ๆ กัน ทำได้ตามอัตภาพ ที่พูดอย่างนี้เพราะว่าประเทศไทยทุ่มเทกับกีฬาไม่น้อยนะครับ แต่ผมเห็นว่ายุทธศาสตร์ยังไม่ค่อยดี ส่วนข้อที่ว่า ทำไมจีนถึงประสบความสำเร็จ ข้อที่หนึ่ง แน่นอน เขามีตัวเลือกเยอะ ข้อที่สอง เขาส่งเสริมอย่างมีระบบ ข้อที่สาม เมื่อบรรลุภารกิจ ผลตอบแทนมีความมั่นคง ที่เรามองเห็นพวกเกาหลีขึ้นมาได้ระดับนี้เพราะเขาเอาโมเดลของประเทศจีนมาใช้ ในส่วนตัว ผมคิดว่าข้อที่สามน่าจะทำได้ดีกว่าจีนเสียด้วยซ้ำ กลับมาที่บ้านเรา ถ้าได้เหรียญทองโอลิมปิก คงได้สัก 50 ล้านบาท แล้วไงหล่ะครับ นักกีฬาอาจจะรวยสัก 2-3 ปี ถ้าบริหารเงินไม่ได้สุดท้ายก็กลับไปที่ความว่างเปล่า ประเทศไทยควรใช้ระบบแบ่งเกรดการตอบแทนตามระดับของเกมส์ เช่น ถ้าคุณได้เหรียญทองซีเกมส์ คุณรับ 4,000 บาท/เดือน เหรียญเงิน 2,000 เหรียญทองแดง 1,500 ตามลำดับ พอมาเอเซียนเกมส์ เหรียญทองรับ 8,000 บาท เหรียญเงินรับ 5,000 บาท ทองแดงรับ 3,000 บาท โอลิมปิก เหรียญทองรับ 60,000 บาท เหรียญเงินรับ 30,000 บาท เหรียญทองแดงรับ 20,000 บาท ดูโมเดลนี้เหมือนจะรับน้อย แต่ไม่ใช่นะครับ อย่างเช่น  นักกีฬา 1 คน แข่งซีเกมส์ 3 ครั้งได้ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงินรับ 10,000 บาท/เดือน จากนั้นผลงานในเอเซียนเกมส์ 2 เหรียญทอง 1 ทองแดงรับ 19,000/เดือน ผลงานโอลิมปิก 1 เหรียญทองรับ 60,000/เดือน สรุปรายรับทั้งหมดต่อเดือน 89,000/เดือน ตลอดชีวิต
จุดนี้เป็นจุดที่รัฐจะต้องทำ ส่วนโบนัสที่เอกชนจะให้เท่าไหร่ก็ว่ากันไป คำที่ผมเกลียดมากคือ หลีกทางให้รุ่นน้องในเกมส์ที่ไม่สำคัญ ถ้าในแต่ละเกมส์การแข่งขันคือเรื่องปากท้องที่เขาต้องดำรงชีวิต มันคือการต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดีที่สุด จริงๆ แล้วถ้ารัฐสนับสนุนงานด้านศิลปวัฒนธรรมในระนาบเดียวกับการกีฬา ผมเชื่อว่าศิลปะจะต้องตอบแทนประเทศไทยได้ดีกว่าเรื่องกีฬาเสียด้วยซ้ำ แถมยังไม่พอ ศิลปะทุกกลุ่มจะนำเงินกลับเข้ามาในประเทศอย่างเป็น
กอบเป็นกำ ผมคิดว่าประเทศไทยควรจะเอาศิลปะทุกสาขารวมถึงงานหัตถศิลป์ ศิลปะการแสดง การละเล่นพื้นบ้าน เป็นธงในการพัฒนาชาติเหมือนกับประเทศเกาหลี ดูง่ายๆ นักกีฬา นักฟุตบอลเกาหลีที่ออกไปทำมาหากินกันทั่วโลก อาจสร้างรายได้ประมาณ 1000 ล้านบาทต่อปี แต่งานทางวัฒนธรรมเกาหลี ภาพยนตร์ อาหาร ศิลปะทางทัศนศิลป์ และอื่นๆ รวมถึงคนไปเที่ยวเกาหลีมากขึ้นทุกปี ตรงนี้ต้องบอกว่าหลายแสนล้าน เกาหลีไม่ใช่เมืองที่เป็นศูนย์กลางการบินแบบประเทศไทย แต่ทุกวันนี้ สนามบินที่โซลมีผลกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ้านเราต้องไปให้ถูกทางนะครับ เรามีดีก็คือเรื่องของการเกษตรและศิลปวัฒนธรรม แล้วประเทศไทยจะเอาอย่างไรดีครับ ทราบแล้วเปลี่ยน

เคารพผู้อ่านเสมอ
ธวัชชัย สมคง


About the Author

กองบรรณาธิการนิตยสารไฟน์อาร์ท จะเรียกว่ามีความสนใจในเรื่องเดียวกันทุกคนก็ใช่ว่าจะถูก บางคนสนใจต้นไม้ บางคนสนใจเรื่องอาหารการกิน บางคนสนใจเรื่องภาพยนตร์ ดนตรี บางคนสนใจเรื่องสุขภาพ โยคะเป็นหลัก บางคนสนใจเรื่องเทคโนโลยี แต่ถ้าจะให้บอกว่าเราสนใจอะไรร่วมกัน ถ้าตอบว่าเรื่องศิลปะก็คงจะดูประดิษฐ์เกินไป แต่เอาจริงๆ เราก็สนใจเรื่องศิลปะเหมือนกันแหละ เพราะทุกอย่างที่กล่าวมาก็มีศิลปะเป็นองค์ประกอบหนึ่งทั้งสิ้น



Back to Top ↑