Events

Published on November 11th, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

Emotion as Reason

เมื่อวันเกิดปีที่ 25 ของคุณ ตรงกับวันที่คนไทยทั้งประเทศโศกเศร้า คุณจะจัดการกับเค้กวันเกิดและคำอวยพรเหล่านั้นอย่างไร? จรัสพร ชุมศรี ศิลปินรุ่นใหม่จากเวทีประกวดบ้านดำและศิลปกรรมแบรนด์นิวส์ 2558 ต้องเผชิญกับอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดที่ถาโถมเข้ามาในคืนวันเกิดของเธอ วันที่ 13 ตุลาคม 2559 วันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางย้อนกลับไปสำรวจความทรงจำวัยเด็กของเธอ

“โจทย์แรกที่ได้รับคือการเขียนภาพในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยไม่ใช้ภาพพอทเทรด” ภาพบุคคลที่ต้องไม่ใช้การวาดแบบพอทเทรด เราจะสื่อสารถึงบุคคลนั้นได้อย่างไร คือคำถามแรกเมื่อบทสนทนาเริ่มต้นขึ้น เมื่อได้รับโจทย์จากทาง อาจารย์อ้อ อรรฆย์ ฟองสมุทร ให้มาร่วมกันสร้างสรรค์งานนิทรรศการถึงพระองค์ ด้วยแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานในลักษณะImpressionism ที่เป็นแนวทางหลักของตาล การสร้างสรรค์ผลงานจากสิ่งที่เห็นและรู้สึกโดยฉับพลันสร้างผลลัพธ์ในแง่ของการสื่อสารกับผู้ชมได้สมจริงและกระทบความรู้สึกมากกว่า ประกอบกับช่วงเวลาที่สวรรคตตรงกับวันเกิดของเธอพอดี ทำให้อารมณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นมีทั้งความสุขและความเศร้าผสมผสานจนยากที่จะเลือกสื่อสารออกมา ความรู้สึกสุขปนเศร้าคงคล้ายกับประสบการณ์ชีวิตที่ใครหลายคนคงเคยเจอ เมื่อจับทางอารมณ์ที่ต้องการสื่อสารได้แล้ว ตาลจึงเลือกนำเรื่องราวความทรงจำในอดีตที่ตนเองมีความเชื่อมโยงกับพระองค์สื่อออกมาเป็นสารที่ตนเองถนัด ไดอารี่ผ่านเฟรมผ้าใบขนาดใหญ่ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นแผนที่เดินทางขนาดใหญ่

บันทึกการเดินทางของความทรงจำเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงชั้นประถมต้น ความทรงจำในวัยเด็กหากจะให้แจ่มชัดที่สุดคงเป็นเรื่องความต้องการหรือความชอบที่เราอยากได้แต่ไม่สามารถครอบครองได้ “เมื่อก่อนเพื่อนข้างบ้านจะได้รับแจกสมุดโน้ตพระราชทานจากทางโรงเรียน แต่เราไม่ได้” ครั้งที่ยังศึกษาอยู่ระดับประถมศึกษา โรงเรียนรัฐบาลจะได้รับแจกสมุดโน๊ตให้ใช้ในการเรียนแต่โรงเรียนเอกชนที่ตาลศึกษาไม่ได้รับสมุดเช่นนั้น เธอจึงเดินไปขอเพื่อนข้างบ้าน ความทรงจำแรกหยุดอยู่เพียงแค่นั้นความต้องการยังคงกรุ่นอยู่ภายในใจ ภาพเด็กนักเรียนรับสมุดโน๊ต คือภาพแทนพระองค์ที่ตรึงอยู่กับตาลมากที่สุด

ความทรงจำชุดอื่นค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อตาลเดินทางกลับบ้านที่หาดใหญ่ เสียงของแม่ที่คอยสั่งสอนเราให้ต้องทำตัวเรียบร้อย ห้ามวิ่งเล่นเสียงดังบนบ้านเพราะในบ้านของเรามีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ตอนนั้นตาลก็ได้แต่ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงวิ่งไม่ได้ แต่การห้ามและอบรมโดยการยกพระองค์ท่านเป็นต้นแบบก็ทำให้ตาลได้เห็นตัวอย่างและผลลัพธ์ของการทำความดีอย่างเป็นรูปธรรม ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ที่มองขึ้นเป็นมุมเงยจึงกลายเป็นความทรงจำอีกชิ้นในสมุดบันทึกเล่มนี้

พื้นที่หาดใหญ่เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีโครงการในพระราชดำริ และการพัฒนาพื้นที่อันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย ฝนหลวงเป็นอีกโครงการหนึ่งที่เราคุ้นหูกันมากที่สุด แม้พื้นที่ภาคใต้จะอุดมไปด้วยความชุ่มฉ่ำ แต่เมื่อมองเม็ดฝนนอกหน้าต่างคาลก็ผลันนึกถึงโครงการฝนหลวงอยู่เสมอ ภาพหน้าต่างห้องที่ด้านนอกเป็นวิวธรรมชาติ ภูเขา ดอกไม้ โทนสีที่ตาลเลือกใช้สื่อให้รู้สึกถึงความชุ่มฉ่ำที่เกิดจากน้ำพระทัยของพระองค์ ความทรงจำของตาลเริ่มขยับออกไปนอกบ้าน เรื่อยไปถึงโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาคม

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาคม คือโรงเรียนสมัยมัธยมของตาล ก่อนที่เธอจะเข้าศึกษาที่โรงเรียนแห่งนี้ก็มีข่าวการเสด็จเยือนที่โรงเรียนแห่งนี้ แม้ตาลจะไม่ได้อยู่ในช่วงเวลานั้นแต่พื้นที่ที่พระองค์เสด็จเยือนทางโรงเรียนยังคงสภาพเป็นลานกว้างเช่นเดิม โดยไม่สร้างอาคารเรียนหรือสิ่งก่อสร้างทับ คล้ายต้องการเก็บความทรงจำบนพื้นที่นี้ไว้ ขยับเข้ามาในตัวอาคารเรียน ห้องที่ตาลเลือกนำมาอยู่ในสมุดเล่มนี้คือ ห้องศิลปะ ถ้วยรางวัลแรกจากการประกวดวาดภาพในงานวันพ่อเมื่อครั้งศึกษาอยู่ชั้นมัธยมต้น แม้เวทีการประกวดหลังจากนั้น ผลงานของเธอจะไม่ได้รับรางวัลแต่ถ้วยรางวัลถ้วยนี้ก็ช่วยยืนยันเรื่องหนึ่งกับเธอได้เป็นอย่างดี เมื่อขึ้นชั้นมัธยมตาลไม่ได้เข้าไปทำกิจกรรมทางศิลปะมากนัก เนื่องด้วยสมัยที่ศึกษาอยู่เพื่อนที่เรียนร่วมกันมุ่งเน้นที่จะสอบเข้าสายอื่นมากกว่าสายศิลปะทำให้เธอต้องเรียนตามเพื่อนให้ทัน แต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่างทำให้ช่วงที่ต้องเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัย ตาลกลับพบว่าศิลปะคือสิ่งที่ไม่ว่าตนจะประสบปัญหาทางการเรียนและทางอารมณ์มากขนาดไหน ศิลปะยังเป็นสิ่งที่เธอสามารถทำได้ดีและอยากทำต่อ ห้องศิลปะจึงเป็นห้องที่อยู่ในความทรงจำ ห้องที่ช่วยให้เธอผ่านวิกฤตครั้งนั้นมาได้

นอกจากพระองค์จะอยู่ในความทรงจำของตาลแล้วพระองค์ยังสร้างความทรงจำให้แก่ตาลด้วย สวนสาธารณะที่ครอบครัวของเธอไปใช้เวลาร่วมกันบ่อยๆ คือโครงการหนึ่งที่พระองค์สนับสนุน ความทรงจำในวัยเด็กที่เธอได้วิ่งเล่น ยืนดูเรือเป็ดในแอ่งน้ำ ช่วงเวลาอันมีค่าที่ได้ใช้กับครอบครัว เนื่องจากตาลต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนต่างอำเภอมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เวลาที่จะได้อยู่กับครอบครัวน้อยมาก สวนสาธารณะแห่งนี้จึงเป็นอีกที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความทรงจำของเธอนอกจากที่บ้าน

แม้จะบอกว่านี่คือความทรงจำของตาลที่มีต่อพระองค์ท่าน แต่ผลงานบางชิ้นก็คือความทรงจำร่วมที่ผู้ชมมีต่อพระองค์ท่านเช่นกัน อาทิ ภาพกระดานในห้องเรียน ที่ไม่ว่าจะโรงเรียนรัฐบาลหรือเอกชนก็จะมีกระดานเรียนที่คงรูปลักษณ์เช่นนี้อยู่ ด้านบนประกอบไปด้วยภาพสถาบันทั้ง 3 ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ลงมาตรงกลางเป็นกระดานสอนหนังสือ ด้านข้างจะเป็นบอร์ดความรู้ที่จะต้องหมุนเวียนเป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้ยังมีภาพดอกพุทธรักษาที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นดอกไม้ประจำพระองค์ท่านเนื่องจากทุกปีงานวันพ่อจะมีการประดับประดาพื้นที่ด้วยดอกพุทธรักษา และยังมีเข็ดกลัดดอกพุทธรักษาแจกสำหรับติดอกพ่ออีกด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วดอกไม้ประจำพระองค์คือดอกดาวเรือง

เมื่อสำรวจบันทึกของตาลครบแล้วพบว่าผลงาน Impressionism ของตาลต่างจากการ Impress แบบอื่น นอกจากเนื้อสีที่หนามากโดยเธอให้เหตุผลว่าการบีบสีและการปาดแปรงแต่ละครั้งคือสิ่งที่รู้สึก ณ ขณะนั้นสีที่เกิดขึ้นตอนนั้นจะไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึกของฝีแปรงครั้งถัดไป อีกสิ่งหนึ่งคือเส้นสีดำที่ลากยึกหยักคล้ายต้องการตัดเส้นเน้นย้ำรูปทรงในงาน แต่เส้นเหล่านั้นไม่ได้เพื่อการเน้นย้ำ ทว่าคือการแยกรูปทรงนั้นต่างหาก ภาพด้านหลังคือความทรงจำที่ตาลมีต่อพระองค์ท่าน ทว่าเส้นสีดำคือความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ ตอนที่สร้างสรรค์ผลงาน อดีตกับปัจจุบันซ้อนทับกันกลายเป็นสมุดบันทึกเล่มใหญ่ที่ถูกกางออกเพื่อให้นึกถึงอดีตและแต่งแต้มความทรงจำใหม่เข้าไป

 

 


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ปิ๊งโกะ ชอบพูดชอบคุย ชอบดื่ม ชอบไอติม ชอบอ่านหนังสือ ชอบเดินแกลเลอรี ฝันอยากเดินทางรอบโลก



Back to Top ↑