Events

Published on July 18th, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

Blissfully Blind

 

ภาพถ่ายโดย ธีรพันธ์ เงาจีนานันท์

 

“ความรักทำให้คนตาบอด” แม้จะไม่ได้บอดสนิท แต่การเลือกเชื่อเฉพาะในสิ่งที่เราอยากเชื่อ การหลอกตัวเองว่าคนข้างกายเราเป็นคนดี ก็เหมือนภาวะเป็นต้อกระจกขั้นรุนแรง ภาพที่เห็นจะเบลอๆ และเราจะเลือกโฟกัสเฉพาะสิ่งที่เราสนใจ สภาวะหลอกตัวเองหรือกระบวนการเลือกรับแต่สิ่งที่ทำให้เรามีความสุข และหลีกเลี่ยงเรื่องราวที่ทำให้เราเจ็บปวดเกิดขึ้นได้ในมนุษย์ทุกคน แม้เรื่องเล็กน้อยที่ติดอยู่กับตัวของเราอย่างความรัก หรือเรื่องขนาดใหญ่ที่ขยายขอบเขตไปเป็นปัญหาเรื้อรังระดับโลกอย่างปัญหาสังคม ความไม่เท่าเทียม ทุกสิ่งอย่างเหล่านี้นำมาซึ่งการแสดงครั้งล่าสุดของ ดุจดาว วัฒนปกรณ์ ใน ‘Blissfully Blind’ ที่เธอใช้เวลาสังเกตกลไกการเลือกรับรู้ของมนุษย์มามากกว่า 3 ปี!!!

ดุจดาว วัฒนปกรณ์ Dance & Moment Psychotherapist คนแรกและคนเดียวของประเทศไทย เนื่องจากมีความสนใจเรื่องจิตวิทยากับศิลปะการแสดงทำให้เธอเลือกนำทั้งสองศาสตร์มาผสมผสานกัน ประเด็นที่เธอจับทดสอบประสาการณ์รับรู้ของผู้ชมเริ่มต้นจากจิตวิทยาระดับเล็กที่สุดอย่างเรื่องของปัจเจก การแสดงชุด Secret Keeper (2558) ที่ชวนผู้ชมมาตั้งคำถามเรื่องพื้นที่ ความปลอดภัย การไว้วางใจ ว่าครั้งสุดท้ายที่เราไว้ใจคนคนหนึ่งนั้นมีตั้งแต่เมื่อไหร่และเพราะเหตุใดบุคคลนั้นจึงได้รับความไว้วางใจจากเรามากกว่าคนอื่น กระบวนการตั้งคำถามกับเรื่องใกล้ตัวและจำลองสถานการณ์ให้ผู้ชมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงถือเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งในงานของเธอ มาในครั้งนี้ดุจดาวเริ่มขยายขอบเขตจากปัจเจกกลายเป็นจิตวิทยาระดับสังคม โดยตั้งคำถามกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นจากการเลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ที่ทุกวันนี้เกิดกระแสการแชร์การโพสต์เรื่องราวที่ ‘โดนใจ’ หากแต่ข้อเท็จจริงของเรื่องราวกลับยังไม่อาจหาข้อพิสูจน์ได้ ปรากฎการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า คนเราดีลกับเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เหตุการณ์ในปัจจุบันเต็มไปด้วยความขัดแย้งมากมาย นอกจากขยายขอบเขตแล้วยังเพิ่มอิสระให้ผู้ชมได้มีโอกาสปฎิสัมพันธ์กับการแสดงมากขึ้น ท้าทายศักยภาพและเพิ่มประสบการณ์การรับรู้ให้แก่ผู้ชม โดยดึงเอา ZIEGHT มาทำ Light Installation และสร้างโครงสร้างภูเขาแห่งปัญญาขนาดใหญ่ขึ้นที่กลางห้องอีกด้วย

เมื่อก้าวเข้าไปในพื้นที่จัดแสดงของ Bangkok City City Gallery ห้องโถงสีขาวขนาดใหญ่ถูกอาบไปด้วยแสงไฟนีออนจากหลอดไฟ LED ภูเขาแห่งปัญญาสร้างขึ้นเพื่อครอบตัวผู้แสดงหลัก (ดุจดาว วัฒนปกรณ์) และทำหน้าที่เป็นอุโมงค์แห่งการรับรู้ให้คนดูก้าวข้ามไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง ต้องบอกก่อนว่างานในครั้งนี้ดุจดาวเปิดจัดพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน ผู้ชมสามารถเดินไปมาหรือเลือกหยุดอยู่ที่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งได้ แต่การแสดงของทั้งสามพื้นที่จะมีความแตกต่างกันออกไป  3 พื้นที่!!! แสดงต่างกัน!!! แล้วอย่างนี้เราจะดูทั้งหมดได้อย่างไรในเวลาเดียวกัน?? ดุจดาวไขข้อข้องใจด้วยประโยคสั้นๆ ว่า “เราต้องเลือก ไม่มีใครมองเห็นอะไรได้เหมือนกันหรอก” บางคนเลือกที่จะปักหลักอยู่ด้านในด้านหนึ่ง กับบางคน (เราด้วย) เลือกที่จะเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบให้ได้มากที่สุด การเดินไปรอบๆ แม้จะช่วยให้เราได้เห็นการแสดงที่หลากหลายแต่ก็ทำให้เราพลาดการแสดงที่เป็นจุดสำคัญบางจุดของอีกพื้นที่หนึ่งไป ชิ้นส่วนเล็กๆ ที่ได้มาจากแต่ละพื้นที่เมื่อนำมาต่อเข้าด้วยกันปรากฎรูปร่างเฉพาะตัวขึ้นมา แม้สุดท้ายเราจะเลือกปักหลักอยู่ในภูเขาแห่งปัญญา เพราะคิดว่าจะสามารถเห็นภาพรวมทั้งการแสดงได้ดีที่สุดและนักแสดงหลักที่เป็นตัวควบคุมความคิดที่วิ่งอยู่ทั้งสองฝั่งก็อยู่ที่นี่ แต่ระหว่างช่องที่จะมองออกไปก็ยังมีพลาสติกสีขาวขุ่นบังตาของเราไว้ แม้จะคิดว่าเลือกได้ดีแล้วแต่ภาพที่ได้ออกมาก็ยังไม่สมบูรณ์อยู่ดี

เกล็ดเล็กน้อยที่ไม่รู้จะเพิ่มลงในบทความอย่างไร

  • ก้อนสีเหลี่ยมกลางห้อง คือ บล็อคแก้ว แม้จะดูแข็งแรงและเหมือนเป็นรากฐานที่มั่นคง แต่แท้จริงแล้ววัสดุที่นำมาใช้สร้างกลับเป็นเพียงเม็ดทรายเม็ดเล็กๆ ที่สามารถเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงได้ตามรูปทรงต่างๆ มากมาย
  • เส้นเอ็นที่ขึงไว้ในพื้นที่ด้านใน เป็นโครงสร้างที่ต้องการบังคับให้ผู้ชมก้มตัวลงเพื่อเงยหน้าขึ้นมองการแสดงด้านบน สร้างภาวะความกดดัน ตึงเครียด ซึ่งต่างจากพื้นที่อีกฝั่งซึ่งเป็นที่โล่งกว้างมีเพียงแท่นวางไว้กลางห้อง ทั้งสองฝั่งเปรียบเสมือนขั้วตรงข้ามทางความคิดที่มีหน้าที่ป้อนข้อมูลให้แก่พื้นที่ตรงกลางอย่างภูเขาแห่งปัญญา
  • ภูเขาแห่งปัญญา (อันนี้เราตั้งชื่อเอง) เพราะเราคิดว่าสุดท้ายแล้วคนที่รับข้อมูลจากทั้งสองฝั่งแม้จะเลือกรับเฉพาะข้อมูลที่ตัวเองต้องการแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็เป็นผู้ควบคุมเรื่องราวทั้งหมดอยู่ดี แม้ตอนแรกจะสับสนกับสิ่งที่ตนเองรับมา แต่สุดท้ายเรื่องราวก็อยู่ในการควบคุมเช่นเคย
  • ZIEGHT ที่มาดูแลเรื่อง Light Installation คือ มนต์ วัฒนศิริโรจน์ รวมงานกับดุจดาวครั้งแรกในงาน Wonderfruit ในการจัด Light Installation ให้กับการแสดง Secret Keeper ซึ่งปกติคุณมนต์ถนัดจัดงานปาร์ตี้มากกว่า
  • แม้เราจะจดจ่อกับการเคลื่อนไหวของนักแสดงและแสงสีที่อยู่ตรงหน้า แต่เสียงในงานนี้กลับเป็นตัวดึงให้ผู้ชมดำเนินไปในเนื้อเรื่องเดียวกัน

 


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ปิ๊งโกะ ชอบพูดชอบคุย ชอบดื่ม ชอบไอติม ชอบอ่านหนังสือ ชอบเดินแกลเลอรี ฝันอยากเดินทางรอบโลก



Back to Top ↑