Events

Published on June 19th, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

German Film Week 2017

หากพูดถึงหนังเยอรมันหลายคนคงนึกไปถึงภาพของสงครามโลก นาซี กำแพงเบอร์ลิน ประวัติศาสตร์ของเยอรมันถูกส่งต่อเข้ามาในสังคมไทยพร้อมภาพสงครามที่เกิดขึ้น ภาพยนตร์ที่สะท้อนประเทศเยอรมันส่วนใหญ่จึงเป็นภาพสงครามที่สร้างขึ้นโดยประเทศอื่น แต่ในครั้งนี้เราจะขอพูดถึงภาพยนตร์เยอรมันที่สร้างและแสดงโดยคนเยอรมันเอง พล็อตเรื่องไม่ได้มีแต่สงครามอย่างเดียว แต่ประกอบไปด้วยเรื่องโรแมนติก ตลกขบขัน สยองขวัญ สืบสวนสอบสวน ตามรูปแบบภาพยนตร์ทั่วไปจะมี ภาพยนตร์เยอรมันเริ่มเข้ามาเป็นที่รู้จักในประเทศไทยคงต้องกล่าวว่ามีจุดเริ่มต้นมาจาก สถาบันเกอเธ่ (GOETHE-INSTITUT THAILAND) ก่อตั้งเมื่อปี 2503 เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของประเทศเยอรมนีที่มุ่งเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของประเทศเยอรมันให้เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วโลก

ภาพยนตร์ถือเป็นสื่อสำคัญที่ทางเกอเธ่เลือกขึ้นมาเป็นสื่อกลางในการสร้างความเข้าใจทางวัฒนธรรมร่วมกันกับคนไทย ด้วยความที่ภาพยนตร์ประกอบไปด้วยสิ่งนำสายตามากมาย ภาพ เสียง หรือเนื้อหา ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวของประเทศเยอรมนีฉบับย่อได้ในระยะเวลา 2 ชั่วโมง สิ่งที่สื่อสารออกมาหาใช่เพียงสารจากผู้กำกับเท่านั้น แต่ภาพสถานที่ต่างๆ สถานการณ์จำลองที่บางเรื่องอ้างอิงมาจากสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้คนภายนอกค่อยๆ รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเยอรมนีได้มากขึ้นกว่าเดิม และในปีนี้ทางสถาบันเกอเธ่ได้พัฒนาระบบและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นบุคคลทั่วไปมากขึ้น โดยได้จับมือกับทางสยามพารากอนที่ให้การสนับสนุนด้านการฉายภาพยนตร์ พื้นที่ที่ ณ ตอนนี้ถือเป็นศูนย์กลางของคนเกือบทุกเพศทุกวัย ด้วยการอำนวยความสะดวกในด้านนี้ทำให้เทศกาลภาพยนตร์เยอรมันคึกคักมากขึ้นกว่าทุกปี

เทศกาลภาพยนตร์เยอรมันจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2555 ปีนี้ดำเนินการมาเป็นครั้งที่ 5 กระแสการชมภาพยนตร์เยอรมันของคนไทยมีจำนวนมากขึ้นทุกปี แม้โรงภาพยนตร์ชั้นนำยังไม่ค่อยนำเข้าภาพยนตร์เยอรมันมาฉาย แต่เมื่อวัดผลจากจำนวนผู้เข้าชมในงานเทศกาลครั้งนี้กลับหนาตาขึ้นเป็นอย่างมาก โดยในปีนี้ผู้ที่ทำหน้าที่คัดสรรภาพยนตร์คุณภาพมาให้เราได้ชมคือ Hans Kohl โดยเทศกาลภาพยนตร์เยอรมันเน้นการคัดเลือกภาพยนตร์ที่หลากหลาย

เทศกาลภาพยนตร์เยอรมันหรือ German Film Week 2017 เปิดตัวเทศกาลด้วย ภาพยนตร์ที่เป็นที่กล่าวถึงในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (FESTIVAL DE CANNER) เมื่อปีกลาย Toni Erdmann ผลงานการกำกับของ Maren Ade กวาดรางวัล โลลา หรือตุ๊กตาทองคำของเยอรมันไปไหวถึง 6 รางวัล หนังพูดถึงความสัมพันธ์ของพ่อลูก ที่มีไลฟ์สไตล์ต่างกัน โทนี แอ็ดมันน์คุณพ่อวัยเกษียณครูสอนเปียโนที่รักการแต่งกายเป็นคนอื่น อินเนสลูกสาวนักธุรกิจสุดแกร่งที่ต้องทำงานแข่งกับเพื่อนร่วมงานผู้ชายหลายคน การต่อสู้ในวงการธุรกิจทำให้อินเนสไม่มีเวลาที่จะกลับมาสนใจผู้เป็นพ่อ คุณพ่อตัวแสบจึงเดินทางไปเยี่ยมเซอร์ไพรส์ลูกสาวถึงที่บ้าน ความวุ่นวายจากความสัมพันธ์ที่ห่างไกลกันไปนานทำให้อินเนสต้องปวดหัวกับผู้เป็นพ่อไม่น้อย แม้เรื่องราวจะคลายกับปมดราม่าแต่หนังยังสอดแทรกมุกตลกร้ายให้เราอมยิ้มทั้งน้ำตาได้ตลอดทั้งเรื่อง

มาต่อกันที่หนังขาวดำสุดคลาสสิคของผู้กำกับ Fritz Lang ในเรื่อง M นำเหตุการณ์ฆาตกรรมในช่วงปี 1930 ที่มีฆาตกรโรคจิตล่อลวงเด็กหญิงไปฆ่าอย่างโหดเหี้ยม หนังสะท้อนภาพของแกงค์ ประชาชน และการทำงานของเจ้าหน้าตำรวจในหลายแง่มุม ประชาชนต้องอยู่อย่างหวาดระแรง หันไปเจอใครคุยกับเด็กหญิงก็จะถูกลงโทษและตราหน้าว่าเป็นฆาตกร การทำงานของตำรวจที่ไม่มีประสิทธิภาพทำให้แกงค์ต่างๆ ในเมืองต้องร่วมมือกันเพื่อจับตัวฆาตกรให้ได้ หนังถูกจัดให้ฉายต่อจากเรื่อง Fritz Lang  ที่กำกับโดย Gordian Maugg หนังเล่าย้อนไปในช่วงที่ Fritz Lang เริ่มต้นขุดขุ้ยหาข้อมูลมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง M ภาพนำเสนอการตัดสลับระหว่างความคิดของผู้กำกับคนนี้และภาพของฆาตกรเลือดเย็นที่กำลังลงมือ ซึ่ง Gordian Maugg ก็เลือกนำฉากจากเรื่อง M มาเป็นภาพฆาตกรในจินตนาการของภาพยนตร์เรื่องนี้ นอกจากการซ้อนทับของฉากภาพยนตร์ในจินตนาการกับฆาตกรแล้วหนังยังทำให้เราได้มองย้อนไปเห็นถึงตัวตนอันเลวร้ายของ Fritz Lang ที่เคยกระทำผิดต่อภรรยาคนแรก เรื่องราวในหนังอิงจากคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจริง หากแต่ชีวิตของ Fritz Lang นั้นจะเป็นอย่างไรคงต้องให้ผู้ชมหาคำตอบกันอีกที

อีกเรื่องหากไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ หนังทริลเลอร์อย่าง Berlin Syndrome ผลงานการกำกับของ Cate Shortland เมื่อนักท่องเที่ยวสาวจากออสเตรเลีย แคลร์ เดินทางมาเที่ยวเบอร์ลินคนเดียวครั้งแรกได้พบกับหนุ่มเจ้าเสน่ห์ แอนดี้ ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องโรแมนติกกลับพลิกผันในเช้าวันถัดมา เมื่อแคลร์พบว่าตนไม่สามารถออกไปจากห้องของแอนดี้ได้ ความรักกลายเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว ภาพยนตร์เรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นตรงที่ทีมโปรดักชั่นทั้งหมดเป็นทีมงานชาวออสเตรเลีย แต่ที่ทางสถานบันเกอเธ่เลือกหนังเรื่องนี้มาฉายในเทศกาลนั้นเพราะว่าโลเคชั่นที่ใช้ในการถ่ายทำอยู่ที่เบอร์ลิน ทิวทัศน์ของเมืองแห่งนี้จะได้ออกสู่สายตาผู้ชมชาวไทย

ทิศทางของภาพยนตร์เยอรมันในไทยนั้นไม่อาจกล่าวได้ว่าจะเข้ามาตีตลาดหรือเดินคู่กับภาพยนตร์จากฝั่ง Hollywood แต่ที่สถานบันเกอเธ่ได้เริ่มต้นนำเข้าภาพยนตร์เยอรมันมาสู่สายตาคนไทยนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้เราคุ้นหน้าคุ้นตา และคุ้นเคยกับวงการภาพยนตร์จากฝั่งเยอรมันมากขึ้น นอกจากเทศกาลภาพยนตร์เยอรมันที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีแล้ว ทางสถาบันเกอเธ่ยังมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องการภาพยนตร์อีกมากมาย อาทิ ภาพยนตร์เยอรมันซีรีย์ที่จัดร่วมกับหอภาพยนตร์ เทศกาลภาพยนตร์เงียบ และเทศกาลภาพยนตร์กลางแจ้ง เป็นต้น ผู้สนใจสามารถเข้าไปติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ทาง https://www.goethe.de/de/index.html

 


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ปิ๊งโกะ ชอบพูดชอบคุย ชอบดื่ม ชอบไอติม ชอบอ่านหนังสือ ชอบเดินแกลเลอรี ฝันอยากเดินทางรอบโลก



Back to Top ↑