Events 13555923_10206903013278056_848638292_o

Published on June 30th, 2016 | by Pinko

0

นิทรรศการ ‘I WRITE YOU A LOT’ โดย นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

I WRITE YOU A LOT โดย นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์
18 มิถุนายน – 7 สิงหาคม 2559
BANGKOK CIYTCITY GALLERY

ฉาก 1 – บ่ายวันหนึ่งภายนอก BANGKOK CITYCITY GALLERY สาทรซอย 1 เพื่อนสาว 2 คนได้นัดแนะกันมาเพื่อชมนิทรรศการภาพถ่ายของเต๋อ นวพล โชคดีแค่ไหนที่ได้มารอบ Private (เธอคิดในใจ) เมื่อมาถึงก่อนเวลาสิ่งแรกที่ทำเมื่อพวกเธออยู่ท่ามกลางสถานที่ฮิปๆ คือ ถ่ายรูปเล่นกับผนังแกลเลอรีสีขาว ถ่ายไปสามสี่รูป สาวตาคมผมสั้นเจ้าของแกลเลอรีก็เดินมาบอกพวกเธอว่า ‘พร้อมแล้วคะ เข้าชมได้เลยทั้งสองห้อง’ กล้องถ่ายรูปถูกยกขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่พวกเธอจะรีบตามเดินตามเข้าไป  จบ. (PINKO)

1

ฉาก 1

ฉาก 1 ที่พูดถึงเมื่อครู่คือเรื่องราวในจินตนาการของฉันที่ผุดขึ้นจากสิ่งที่ได้เห็น เช่นเดียวกับเรื่องราวในจินตนาการของชายคนหนึ่งที่ถูกเล่าออกมาผ่านนิทรรศการภาพถ่าย ‘I WRITE YOU A LOT’ ภาพจากการเดินทางของเขา ‘เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์’ ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีในบทบาทของผู้กำกับ และนักเขียน มาวันนี้นวพลได้กระโดดเข้ามาในโลกศิลปะและมีงานนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของตัวเองแล้ว มาดูกันค่ะว่าเรื่องของเขาจะตรงกับเรื่องของเรามากน้อยขนาดไหน

ภายในห้องจัดแสดงขนาดเล็ก เก้าอี้โรงหนังสีแดง 4 ตัววางเรียงอยู่กลางห้อง หันหน้าไปทางกระจกใสบานใหญ่ที่มองดูไปก็คล้ายจอภาพยนตร์ เมื่อเดินเข้าไปในโรงหนังแห่งนี้เราสามารถเลือกที่นั่งได้ตามอัธยาศัย บางคนยืน บางคนนั่ง แต่ทุกคนใส่หูฟังแล้วโหลดไฟล์เสียงจาก www.scence135.com เสียงหนึ่งดังขึ้น “ซีนที่ 135 หน้ากำแพงบ้านของวี กล้องแทนสายตาของซัน……” เสียงของชายคนหนึ่งกำลังอ่านบทภาพยนตร์บางอย่าง ภาพที่เราเห็นตรงหน้ากับบทละครที่เขาอ่านมันช่างสอดคล้องกัน หากแต่บางซีนเราได้เห็นรายละเอียดบางอย่างที่เพิ่มเข้ามาจากเสียงที่เราฟัง ความเคลื่อนไหวกระตุ้นจินตนาการของเราให้แล่นซ้อนไปกับเสียงที่พูดอยู่ข้างหู เสียงและภาพเล่าเรื่องที่ดำเนินไปพร้อมกันถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ผู้กำกับใช้สื่อสารกับผู้ชม ขนาดงานนิทรรศการภาพถ่ายนวพลยังนำความเป็นผู้กำกับของตนเองสอดแทรกเข้ามาได้อย่างแนบเนียน

9

นี่เธอตกลงเรามาดูงานภาพถ่ายของพี่เต๋อ หรือเรากำลังมาดูหนัง – หญิงสาวกล่าวกับแฟนของเธอหลังจากที่นั่งลงบนเก้าอี้โรงหนังสีแดง จบ (PINKO)

 

7

ฉาก 2

ฉาก 2 – กำแพงสีขาวหน้าบ้านของครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งมีหญิงสาวกำลังยืนถ่ายรูปเข้ามาทางเรา มีนกบินผ่าน 2 ตัว รถยนต์สีแดงแล่นผ่านไป ผู้คนเดินไปมาแล้วหันมามอง ชายหนุ่มหนึ่งคนกับหญิงสาวสองคนนั่งอยู่บนเก้าอี้สีแดงฟังเสียงชายคนหนึ่งบ่นอะไรบางอย่าง แล้วเสียงก็หายไปเฉยๆ จบ. (PINKO)

12

ในกระเป๋าสีดำใบโต เด็กหนุ่มพกกล้องถ่ายรูปขนาดใหญ่ ความฝันหนึ่งของเขาคือการเดินทางรอบโลกเพื่อถ่ายรูปสถานที่สำคัญต่างๆ เขาจึงเลือกที่จะมีดูงานนิทรรศการภาพถ่ายที่บอกเล่าเรื่องราวจากสถานที่ต่างๆ ในมุมมองของผู้กำกับคนโปรด โลกในแบบของพี่เต๋อ จบ (PINKO)

 

8

หนุ่มแว่นเหลือบสายตาขึ้นไปมองอ่าน caption ของภาพต่างๆ ที่จัดแสดงในครั้งนี้เพื่อให้เข้าใจถึง concept แต่แฟนสาวของเขาเลือกที่จะจดจ่ออยู่กับภาพถ่ายตรงหน้าแล้วคิด caption ขึ้นมาเองในใจเงียบๆ จบ (PINKO)

ภายในห้องนอกจากจะจำลองโรงหนังขนาดย่อมที่ให้เราสามารถเขียนบทในจินตนาการของตัวเราแล้ว ยังมีภาพถ่ายจัดแสดงพร้อมกับบทละครสั้นๆ ประกอบอยู่ด้านข้าง ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ใช้ประกอบกับภาพ อ่านไปอ่านมาบางภาพเราก็แปลไม่ออกซึ่งการที่เราไม่รู้บทของนวพลทำให้เราสามารถใส่บทของตัวเองลงไปในภาพได้อย่างเต็มที่ มีอยู่ภาพหนึ่งที่ฉันชอบมากเพราะบทของนวพลดันตรงกับบทในใจของเราพอดี ภาพเด็กชายสวมชุดนักเรียนยืนเถียงกับแม่ที่จับจักรยานกำลังยืนรอข้ามถนนเพื่อไปโรงเรียน

Ryo tells his mother that he won’t cross the road to go to school.

Ryo: I won’t go.

Mother: You are lazy

Ryo: You know? There are no teacher there for 2 months now. I go to school everyday but I have nothing to do.

Mother: Ok, you are not lazy.

Ryo: Thank you

The End

ฉาก 3 – แสงสว่างจากจอโปรเจคเตอร์บนผนังขาวและภาพที่จัดแสดงใน LIGHT BOX โดดเด่นสะดุดตาสาวแว่นเสื้อน้ำเงิน เธอก้าวเข้ามาในห้องพร้อมเพื่อนสาวสองคนที่แต่ละคนต่างเดินไปคนละทิศทาง สาวเสื้อขาวหยุดลงที่ภาพมุมขวา สาวเสื้อดำหยุดยืนที่ภาพที่สองด้านซ้าย ส่วนตัวของเธอนั้นกำลังถูกดึงดูดด้วยโต๊ะยาวกลางห้อง ที่มีสมุดเล่ม ปรินต์เตอร์ และที่หนีบกระดาษวางเรียงรายอยู่ เดินไปหยุดที่สมุด เปิดขึ้นมาแล้วเริ่มเขียน จบ. (PINKO)

3

เพื่อนสาวเสื้อขาว

4

เพื่อนสาวเสื้อดำ

 

ภายในห้องจัดแสดงใหญ่ ปรากฏภาพถ่ายในกล่อง LIGHT BOX ทั้งหมด 19 ภาพ ติดเรียงโดยรอบผนังขาวทั้ง 3 ด้าน ไม่มีจุดเริ่มต้นกำกับว่าจะต้องเริ่มดูจากภาพไหน เรื่องราวในภาพเกิดขึ้นตามที่ต่างๆ ที่นวพลได้เดินทางไปเยือน บทภาพยนตร์ขนาดสั้นสองภาษาถูกติดอยู่ข้างภาพที่สว่างราวกับออกมาจากจอทีวี เอ๊ะหรือจะเป็นจอภาพยนตร์ นวพลตั้งใจทำให้ภาพจัดออกมาในรูปแบบนั้น ‘คล้ายดูภาพจากจอภาพยนตร์’ หรือโปสเตอร์ที่ติดอยู่หน้าโรงภาพยนตร์ เพราะเขายังคงเป็นผู้กำกับและนักเขียนในสายตาของคนส่วนใหญ่ สไตล์ของภาพถ่ายทั้งหมดที่นำมาจัดแสดงเป็นการถ่าย SNAP-SHOT แบบ WIDE-SHOT ซึ่งก็คือการถ่ายภาพในมุมกว้างที่ไม่มุ่งเน้นไปที่องค์ประกอบหรือความสมบูรณ์ของภาพแต่เน้นไปที่เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในภาพ การเคลื่อนไหวหรือท่าทางที่ปรากฏของตัวละครคือสิ่งสำคัญในภาพถ่ายของเขา ‘เพียงขยับก็เกิดเรื่องราว’ การเดินทางตลอดหลายปีที่ผ่านมา นวพลเดินทางไปหลายที่ พบปะพูดคน สังคม วัฒนธรรมมากมาย เราอาจสงสัยว่าหลายปีมานี้ มีแค่ 19 เหตุการณ์หรือที่เขาเลือกเก็บไว้ แต่ในความเป็นจริงแล้วรูปถ่ายมากมายถูกนำมาคัดแล้วคัดอีก เพื่อให้ได้ภาพที่สื่อเรื่องราวออกมาได้ดีที่สุด บางภาพการขยับไม่สื่อถึงเรื่องราว อย่างเช่นภาพคนนั่งเฉยๆ ท่ามกลางผู้คน กับภาพชายหนุ่มยกมือขึ้นทำอะไรบางอย่าง ภาพหลังย่อมกระตุ้นจินตนาการได้ดีกว่าภาพแรก การประกอบสร้างเรื่องใหม่หรือจินตนาการสะท้อนตัวตนของผู้กำกับที่มองเห็นทุกสิ่งเป็นภาพยนตร์หรือเป็นไอเดียในการเขียนบท นวพลตั้งใจเลือกภาพรูปแบบนั้นขึ้นมาเพื่อกระตุ้นจินตนาการของผู้ชมเช่นกัน

2

ภายนอก. ปารีส – เช้า ความทรงจำสุดท้ายของต่ายคือ เธอเมาเละกับเพื่อนที่ผับแมสๆแถวเชียงใหม่ในคืนวันที่ 17 มีนาคม เธอจึงไม่รู้ว่าเธอดื่มและสร่างเมาที่ปารีสได้อย่างไร แต่ที่เธอสงสัยคือว่า ตอนที่เธอเมาแล้วไปทำวีซ่านี่ มันผ่านมาได้ยังไง จบ. (V.O.)

6

ลองไปหากันค่ะว่า ภาพนี้นวพลจินตนาการบทออกมาว่าอย่างไร

นอกจากการขยับในภาพถ่ายของเขาจะทำให้เกิดเรื่องราวแล้ว การขยับภายในห้องจัดแสดงก็ทำให้เกิดเรื่องราวเช่นกัน จอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ถูกฉายขึ้นบนผนังขาว ปรากฏข้อความ

1.ภายใน บางกอก ซิตี้ซิตี้ แกลเลอรี – กลางวัน

ชายหนุ่มชุดขาวที่ยื่นอยู่กลางห้อง กำลังเปิดสมุดที่เขียนว่า SAY SOMETHING เขาทำหน้าสงสัยและคิดในใจ

ให้กูทำอะไร

จบ. (V.O.)

11

ภายใน. บางกอก ซิตี้ซิตี้ แกลเลอรี่ – กลางวัน ชายหนุ่มชุดขาวที่ยื่นอยู่กลางห้องกำลังเปิดสมุดที่เขียนว่า SAY SOMETHING เขาทำหน้าสงสัยและคิดในใจ ชายหนุ่ม ให้กูทำอะไร จบ. (V.O.)

16

เด็กน้อยจับแขนแม่ด้วยความตื่นเต้นหลังจากที่แม่ของเธออ่านบทในจินตนาการของนวพลให้เธอฟัง พร้อมกับถามแม่เธอว่า “เด็กคนนั้นสั่งให้สร้างระเบิดจริงหรอแม่” จบ. (PINKO)

14

ถ้ามีบทของเราสักบทก็คงดีนะที่รัก สแตมป์คิดหลังจากนั้นก็เริ่มฮัมเพลงหลังจากได้อ่านบททั้งหมดไป จบ. (PINKO)

ข้อความใหม่ยังคงปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ บางข้อความพิมพ์ไปลบไป แก้ไปตามการขยับตัวของตัวละครหลักในบทนั้น เมื่อตัวละครรู้ตัว การแสดงออกจึงเปลี่ยนไป บทของนวพลก็ถูกลบแล้วเริ่มเขียนใหม่ จนบางครั้งทำให้เราคิดว่าตกลงแล้วผู้กำกับเป็นคนกำหนดบทบาทให้ตัวละครจริงหรือ? บทภาพยนตร์ยังคงมีออกมาเรื่อยๆ เปรียบเสมือนการพูดคุยกันระหว่างศิลปินกับผู้ชมเหมือนงานเปิดนิทรรศการอื่นๆ ทุกข้อความถูกปรินต์ออกมาจะนำมาติดไว้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงานนิทรรศการ สิ่งแรกที่เกิดขึ้นหลังจากข้อความปรากฏ ทุกคนหยุดแล้วสอดส่ายสายตาหาชายหนุ่มชุดสีขาว แล้วเริ่มค้นหาว่านักเขียนเจ้าของนิทรรศการครั้งนี้อยู่ที่ไหน นวพลต้องการสร้างบทละครเรื่องใหม่จากพื้นที่แห่งนี้ โดยการฝังตัวเองอยู่ในห้องลับแล้วเฝ้ามองพฤติกรรมของผู้ชมที่เดินไปมาภายในนิทรรศการ ตลอดระยะเวลา 6 ชั่วโมง (14.00 – 20.00 น.) ที่เขาเฝ้าสังเกตการณ์และเขียนบทอยู่นั้น ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ไหน ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร ทุกคนเพียงเพลิดเพลินไปกับภาพถ่ายและจินตนาการของเขา บางคนคิดบทละครของตัวเองขึ้นมาได้หลายบท เฝ้ามอง จินตนาการและนั่งอมยิ้มกับความคิดของตนเอง บทที่หลั่งไหลออกมาถือเป็นการออกมาพบปะ หยอกล้อ ยั่วเย้า ผู้ชมในแบบของนวพลได้เป็นอย่างดี หลายคนมองหา บางคนพยายามขยับตัวให้มากกว่าปกติและเฝ้ามองหน้าจอสีขาวว่าจะมีเรื่องราวของตนเองขยับขึ้นมาหรือไม่

10

หญิงสาวชี้ชวนชายหนุ่มให้มาดูบทที่เขียนถึงตนเอง โดยมีเจ้าหน้าที่สาวคนสวยกำลังติดบทละครแผ่นใหม่ลงบนโต๊ะจัดแสดง จบ. (PINKO)

13

บทเริ่มหลั่งไหลออกมาเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่จะมีบทของฉันหล่ะ (ฉันคิดในใจ) จบ. (PINKO)

ฉากสุดท้าย – ณ สวนด้านหลังแกลเลอรี กลุ่มผู้คนที่ทำงานในวงการศิลปะในมือถือเครื่องดื่มเย็นๆ นั่งจับกลุ่มพูดคุยถึงงานนิทรรศการครั้งนี้อย่างออกรสชาติ บางคนตั้งข้อสงสัยว่า ‘พี่เต๋อต้องอยู่ในห้องด้านหลังนี่แน่นอน’  สาวแว่นในวงถามขึ้นมาวาง ‘มาดูงานแล้วเป็นไงบ้าง’ สาวแว่นอีกคนตอบกลับ ‘ได้จินตนาการดีนะ สนุกดีได้มีเรื่องเป็นของตัวเอง’ แล้วบทสนทนาก็ดำเนินต่อไป เสียงหัวเราะดังออกมาเป็นระยะ จบ. PINKO

 

 

 

 


About the Author

Pinko

ชโลธร อัญชลีสหกร (ปิ๊ง) จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี 2552 และปริญญาโท คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2557 Chalotorn Anchaleesahakorn (Pink) graduated with a bachelor’s degree from the Faculty of Archaeology, Silpakorn University in 2009 and a master’s degree from the Faculty of Social Science and Humanities, Mahidol University, in 2014. Her first article on cultural arts was published in Fine Art and Art Square magazines in 2015.



Back to Top ↑