Events

Published on September 5th, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

ปัจจุบันขณะ ที่ไร้กาลเวลา

‘ปัจจุบันขณะ ที่ไร้กาลเวลา’ เพียงแค่ชื่อนิทรรศการก็ทำให้ผู้เขียนนึกไปถึงเรื่องราวทางปรัชญาหรือไม่ก็พุทธศาสนา ยิ่งเมื่อเห็นชื่อของศิลปิน ‘คามิน เลิศชัยประเสริฐ’ ยิ่งเป็นการตอกย้ำสิ่งที่คิดนั้นถูกต้องแล้ว คามิน เลิศชัยประเสริฐ ศิลปินที่ทำงานศิลปะเพื่อหาคุณค่าและความหมายของชีวิต โดยเชื่อว่าตลอดระยะเวลากว่า 36 ปีที่สร้างสรรค์งานศิลปะ ศิลปะได้ให้คำตอบบางอย่างแก่ชีวิตของเขา นิทรรศการในครั้งนี้รวบรวมผลงานตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ผลงานภาพถ่ายตั้งแต่ครั้งไปศึกษาต้องที่สหรัฐอเมริกา  ผลงานจิตรกรรมชุด ‘วัฏสงสาร’ ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน เรื่อยมาจนถึงชุด ‘ก่อนเกิด หลังตาย’ ‘ปัจจุบันขณะ’ ที่ประกอบไปด้วยงานวาดเส้น จิตรกรรม หุ่นขี้ผึ้ง งานเครื่องปั้นดินเผา จนกลายมาเป็นงานนิทรรศการ ‘ปัจจุบันขณะ ไร้กาลเวลา’ ในครั้งนี้

เมื่อเดินผ่านกำแพงแก้วสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของ MAIIAM Contemporary Art Museum จะพบกับกล่องกระจกขนาดใหญ่ให้เราได้สำรวจตัวเองก่อนที่จะเดินเข้าไปสำรวจผลงานภายใน ประติมากรรม 4 ชิ้นจัดแสดงเปรียบเสมือนรูปปั้นที่เฝ้าทางเข้าสถานที่แห่งนี้ คามินเล่าว่า ทั้งสี่ชิ้นคือสัญลักษณ์แทน วัฏจักรชีวิตของมนุษย์  เกิด แก่ เจ็บและตาย ในมือจะถือสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์แทนช่วงวัยต่างๆ อาทิ สัญลักษณ์ ‘เกิด’ แสดงออกผ่านประติมากรรมชายหญิง ในมือถือหัวใจ บ้าน ถัดมาคือ ‘แก่’ สื่อถึงการเจริญเติบโตของมนุษย์ที่ต้องพบเจอกับสังคม ศาสนา เศรษฐกิจ ความเปลี่ยนแปลงมากมาย ในส่วนของ  ’เจ็บ’ เป็นเรื่องของการรักษา การดูแลร่างกาย และสุดท้าย ‘ตาย’ โครงกระดูกสีทอง แวดล้อมไปด้วยสัญลักษณ์ทางศาสนา

เมื่อเดินผ่านประติมากรรมทั้งสี่ชิ้นมาแล้ว สิ่งแรกที่สะดุดกับสายตาคือ ผนังขนาดใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยติดภาพชายใส่หน้ากากผี จากงานแสดงครั้งก่อนของ เจ้ย อภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล ตอนนี้ได้กลายร่างเป็นกำแพงที่มีภาพวาดติดอยู่หลายร้อยภาพ ภาพวาดที่คามินวาดตั้งแต่ศึกษาอยู่ โดยสังเกตว่าภาพวาดในยุคแรกๆ ยังเต็มไปด้วยสีสันและรายละเอียดมากมาย เมื่อไล่ดูมาเรื่อยๆ จะพบว่าภาพครึ่งหลังเริ่มเหลือเพียงสีดำและลดทอนรายละเอียดลงทีละนิด ประสบการณ์ที่มากขึ้นทำให้เขาได้ค้นพบความสงบ ด้านหน้ากลางห้องจัดแสดงจะพบกับเครื่องปั้นดินเผาจำนวน 364 ใบวางเรียงรายกันเป็นวงรี จุดเริ่มต้นและจุดจบของเรื่องราวใน 1 ปีเวียนมาพบกัน ถ้วยใบแรกและใบสุดท้ายถูกคั่นกลางด้วยถ้วยของลูกศิษย์ที่แวะเวียนมาหาในช่วงที่เขาสร้างสรรค์ผลงาน บอกเล่าเรื่องราวการค้นพบในช่วง 1 ปีถ้วยแต่ละใบจะมีตัวอักษรสลักไว้ อาทิ ธรรมะ เราคือ… เป็นต้น  หัวโต๊ะฝั่งหนึ่งปรากฏรูปปั้นแทนตัวศิลปินแสดงถึงความมีตัวตนปลายโต๊ะอีกด้านหนึ่งคือเส้นวงกลมสีดำบนกระดาษสีขาวที่สื่อถึงความว่างเปล่า

ถัดมาอีกด้านหนึ่งจัดแสดงภาพวาดและภาพถ่ายสถานที่ต่างๆ ที่ศิลปินเดินทางไปเยือน รูปถ่ายถูกนำมาเป็นแบบสร้างผลงานจิตรกรรม ทว่าเมื่อเริ่มต้นวาดกลับใช้เวลานานกว่าปกติจนผู้ที่แวะเวียนไปเยี่ยมซักถามว่าเมื่อไหร่ภาพวาดเหล่านี้จะเสร็จ? คามินฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เราไม่จำเป็นต้องวาดภาพให้เสร็จก็ได้ปล่อยให้ภาพค้างอยู่ที่ตรงนี้เพื่อที่วาดภาพเหล่านี้จะได้ไม่กลายเป็นอดีต นอกจากนั้น ภายในยังจัดแสดงภาพวาดช่วงชีวิตของเขาตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ช่วงเวลาที่ต้องสูญเสียมารดาปรากฏอยู่ในภาพวาดและกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างสรรค์ผลงานรูปหัวกะโหลกที่อยู่ในโซนถัดมา เพื่อให้คนตระหนักถึงคุณค่าความหมายของการเกิดและการตาย ผลงานชุดหัวกะโหลก เป็นประติมากรรมกะโหลกสีทองขนาดใหญ่ ด้านหลังเป็นสัญลักษณ์ของอวัยวะเพศหญิงที่เปิดออกให้คนสามารถเข้าไปข้างในได้ เสมือนว่าเป็นการย้อนกระบวนการเพื่อเกิดใหม่อีกครั้ง ด้านหลังเป็นผลงานวิดีโอที่นำเสนอเรื่องราวของการเกิดเพื่อให้ผู้ชมได้เห็นถึงกระบวนการอันยากลำบากและความอดทนของแม่ที่ให้กำเนิดเราออกมา

อีกฝั่งหนึ่งของห้องคือภาพถ่ายที่อัดไว้ในกระจกบานใหญ่แขวนลงมากลางห้องจัดแสดงสีขาว แผ่นหลังของชายหญิงทั้งสองคนนั่งหันหน้าเขาสวนหินญี่ปุ่นหรือสวนเซ็นญี่ปุ่น (คะเระซันซุย) เป็นสวนที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธนิกายเซน สายรินไซ ซึ่งมุ่งเน้นการเข้าถึงแก่นแท้ด้วยการนั่งสมาธิ ภายในภาพศิลปินจินตนาการว่าทั้งสองกำลังนั่งนับหินในสวนและพบว่าหินขาดไป 1 ก้อน ก้อนที่ขาดไปนั้นศิลปินตีความคือตัวเรานั่นเอง นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วเราน่าจะคุ้นตากับภาพหนูที่นอนอยู่บนอุ้งมือเด็กชายที่เป็นภาพโปรโมทงานนิทรรศการ เรื่องราวของหนูและเด็กชายเป็นเรื่องที่ศิลปินประสบพบเจอ วันหนึ่งเขารับรู้เรื่องราวของเด็กชายที่พบลูกหนูและถามพ่อว่าสามารถเก็บหนูตัวนี้ไว้ได้หรือไม่ พ่อเขาตอบเพียงว่าไม่ได้โดยไม่ให้เหตุผลอะไรรองรับคำตอบนั้นเด็กน้อยทำได้เพียงทิ้งลูกหนูไว้เบื้องหลัง ภาพเด็กไม่ได้แทนด้วยสีใดๆ ศิลปินให้เหตุผลว่าเด็กคือสิ่งบริสุทธิ์ที่ยังไม่มีสีใดไปปาดป้ายให้เกิดมลทินมีเพียงความคิดที่อยากจะเก็บชีวิตๆ หนึ่งเอาไว้

นิทรรศการ ปัจจุบันขณะ ไร้กาลเวลา คืองานที่กระตุ้นให้ผู้ชมตระหนักถึงธรรมชาติของชีวิต การเวียนว่ายตายเกิด ปรัชญาที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเราแม้จะมองไม่เห็น อุเบกขาคือหลักธรรมที่ศิลปินหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวเอกของการเล่าเรื่อง การวางเฉย วางใจให้เป็นกลางคือเส้นทางที่คามินเลือกเดิน  ตลอดระยะเวลากว่า 36 ปีในเส้นทางสายศิลปะนอกจากผลงานที่สร้างสรรค์ออกมาให้คนภายนอกได้เห็นแล้ว ผลงานเหล่านั้นยังซึมซัมเข้าสู่วิถีชีวิตของคามิน อย่างที่เคยกล่าวว่า “การทำงานศิลปะคือการค้นหาคุณค่าของความเป็นมนุษย์ภายในตนเองและสัจธรรมเป็นแนวทางในการปฏิบัติสมาธิอย่างหนึ่ง” งานในครั้งนี้หากใครมีโอกาสได้เดินทางไปที่จังหวัดเชียงใหม่ สามารถแวะเวียนไปค้นหาสัจธรรมของชีวิตสไตล์ คามิน เลิศชัยประเสริฐ ได้ที่ MAIIAM Contemporary Art Museum ผลงานจัดแสดงถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 ไม่แน่ว่าใครสักคนที่ได้ไปดูงานนี้อาจค้นพบสัจธรรมในชีวิตของตนเองก็เป็นได้

 

 


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ปิ๊งโกะ ชอบพูดชอบคุย ชอบดื่ม ชอบไอติม ชอบอ่านหนังสือ ชอบเดินแกลเลอรี ฝันอยากเดินทางรอบโลก



Back to Top ↑