Events

Published on September 11th, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

Krung Thep Bangkok – Thai Pavilion

Krung Thep Bangkok

Thai Pavilion

ศาลาไทย (Thai Pavilion) ตั้งอยู่บริเวณหน้าทางเข้าสวนเจียร์ดินี (giardini) สถานที่จัดงานหลัก เนื่องด้วยพื้นที่ภายในสวนไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดสร้างศาลาถาวรได้อีก พื้นที่ของศาลาไทยจึงมีปรับเปลี่ยนโยกย้ายทุกปี ในปีนี้ เราได้พื้นที่เดิมจากการจัดงานครั้งที่ 56 ที่ได้นำผลงานของ กมล ทัศนาญชลี จัดแสดง พื้นที่จัดแสดงเป็นส่วนหนึ่งของร้านอาหาร Gallery Paradiso ที่ในเวลาปกติทำหน้าที่เป็นร้านอาหาร ฟังค์ชั่นหลักของพื้นที่กลายเป็นโจทย์หลักในการสร้างงานเพื่อให้ผู้ชมลืมเลือนฟังค์ชั่นเดิม

Gallery Paradiso ร้านอาหาร 2 ชั้น หากใครต้องการเดินเข้าไปดูงานภายในสวนเจียร์ดินี ต้องผ่านร้านอาหารแห่งนี้ก่อน เพราะตัวอาคารตั้งอยู่หน้าประตูทางเข้าหลัก ฟังค์ชั่นของร้านอาหารยังคงทำงานต่อแม้จะมีการจัดแสดงงาน ด้านหน้าจัดเป็นโต๊ะอาหารรองรับคนมาใช้บริการดั้งเดิม สมบูรณ์ หอมเทียนทอง ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ ต้องการตัดทอนความวุ่นวายจากสิ่งเร้าภายนอกออกจากตัวงานให้ได้มากที่สุด ความท้าทายในการจัดการกับพื้นที่จึงเกิดขึ้น พื้นที่เดิมที่เต็มไปด้วยหน้าต่าง สมบูรณ์จัดการปิดหน้าต่างเหล่านั้นเพื่อกันสิ่งเร้าที่จะเข้ามารบกวนความสงบภายในพื้นที่ สีของผนังและพื้นถูกซ่อมแซมให้เรียบเสมอ เป็นความพยายามทำห้องในนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

ความสงบชั่วครู่หนึ่งที่หยิบยื่นให้ผู้ชม เมื่อได้ก้าวเข้ามาในพื้นที่ ผู้ชมจะลืมหน้าที่เดิมของพื้นที่ แม้ด้านหน้าจะยังเป็นร้านอาหารที่คนพลุกพล่าน แต่ถ้าก้าวเข้ามาในห้องจัดแสดงจะพบกับความสงบ ผลงานแต่ละชิ้นไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวของมันออกมาตรงๆ ผู้ชมสามารถสร้างความหมายให้งานแต่ละชิ้นด้วยตัวเอง สิ่งแรกที่กระทบต่อสายตา คือรั้วเหล็กสีเทา สมบูรณเลือกรั้วบ้านมาจัดแสดงบริเวณทางเข้าคล้ายเป็นการเชื้อเชิญให้ผู้ชมเข้าบ้านหลังใหญ่ของเขาที่ชื่อว่า Krung Thep Bangkok ด้านหลังรั้วเมื่อมองรอดเข้าไปพบกับประติมากรรมนางขอ หน้าที่ของนางขอในสังคมไทย เหมือนกับนางกวัก เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้านการค้าขาย โชคลาภ ที่คนไทยให้ความนิยมมีติดบ้านและร้านค้า

ภาพถ่ายจาก นำทอง แกลเลอรี

ขยับเข้ามาที่ห้องโถงใหญ่ เราจะพบกับ หีบไม้ เก้าอี้ ตู้โชว์ ช้าง พระพุทธรูป สิ่งเหล่านี้ต่างมีที่มาที่แตกต่างกัน การจัดวางวัสดุ 2 ชิ้นที่แตกต่างกันชวนให้ผู้ชมตั้งข้อสังเกตถึงสารที่ศิลปินต้องการจะสื่อ เหมือนตัวกรุงเทพมหานครที่ประกอบขึ้นจากวัฒนธรรมที่หลากหลายและแตกต่าง แต่เมื่อมารวมกันแล้วกลับมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและความหมายในตัวเอง ศิลปินต้องการให้ผู้ชมตั้งคำถาม และสร้างคำตอบขึ้นมาด้วยตัวเอง ใส่ความหมายให้กับสารที่วางอยู่ตรงหน้า คำถามเหล่านี้สามารถดึงผู้ชมให้หลุดออกจากความพลุกพล่านของพื้นที่ได้ แม้ด้านหลังห้องโถงใหญ่จะเป็นห้องครัวที่พนักงานต้องเดินเข้าออกตลอดเวลา แต่เมื่อยืมชมผลงานกลับไม่รู้สึกถึงสิ่งรบกวนเหล่านั้นแม้แต่น้อย เมื่อเดินขึ้นบันไดกระจกไปยังชั้น ขณะที่เราก้าวเท้าขึ้นบันไดเมื่อมองลงมาผ่านขั้นบันไดจะพบกับผลงานจัดวางที่ให้มุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม

บริเวณชั้นลอย พื้นที่ที่มีสิ่งรบกวนน้อยที่สุดในพื้นที่ สทมบูรณ์เลือกจัดแสดงวิดีโอ 2 ตัว เพื่อบอกเล่าที่มาที่ไปของตัวเขาและผลงานในครั้งนรี้ วิดีโอชิ้นแรกคือเรื่องราวของสมบูรณ์ หอมเทียนทอง ตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางการเป็นศิลปินและผลงานเกือบทุกชุดที่ผ่านมา พัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจนตกตะกอนเป็นผลงานที่เราได้เห็นมีที่มาจากประสบการณ์ในชีวิตของสมบูรณื วิดีโอชิ้นนี้จะช่วยทำให้เรารู้จักตัวตนของสมบูรณ์และมองเห็นเส้นทางความคิดของเขา อีกชิ้นหนึ่ง เป็นวิดีโอที่กล่าวถึงเรื่องราวของกรุงเทพมหานคร หรือวิดีโอที่กล่าวถึงคอนเซปในงานครั้งนี้ กรุงเทพมหานครในสายตาของคนวัย 67 ปี ที่ผ่านเหตุการณ์มากมาย กรุงเทพฯ ที่ยังหลวมและสบายตากว่าในปัจจุบัน สมบูรณ์พาเราย้อนกลับไปยังพื้นที่ในอดีตเหล่านั้นและซ้อนทับด้วยพื้นที่ปัจจุบัน ควันหลงจากอดีตยังคงอบอวลอยู่ในหลายพื้นที่ที่เขาได้เดินทางไปสำรวจ นอกจากผลงานวิดีโอแล้ว ฝั่งตรงข้ามกับชั้นลอยที่แตกเดิมเป็นพื้นที่ห้องเก็บของ สมบูรณ์นำเก้าอี้พลาสติกหลากสีที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปจัดเรียงเป็นกำแพงขนาดใหญ่คล้ายเป็นสีสันของกรุงเทพฯ ที่เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนจะต้องพบเห็น

ภาพถ่ายจาก นำทอง แกลเลอรี

ในแง่ของพื้นที่ในปีนี้อาจเรียกได้ว่าบริบทของพื้นที่เข้ากับความเป็นกรุงเทพมหานครที่เราต้องการนำเสนอมากที่สุด ด้วยความที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และมีผู้คนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา เป็นเมืองที่ให้การต้อนรับทุกคน เหมือนกับ Gallery Paradiso ที่มีผู้คนเข้ามาใช้บริการตลอดทั้งวัน ในส่วนของสารของต้องการสื่อสมบูรณ์สร้างสารที่สามารถดึงผู้ชมออกจากความวุ่นวายภายนอกได้อย่างลงตัว ผลงานที่ต้องอาศัยการพินิจ คิด และตีความ ทำให้ผู้ชมหลุดเข้ามาอยู่ในโลกของเขาได้อย่างสมบูรณ์ ศาลาไทยในปีนี้หากเปรียบเทียบในแง่ของความตื่นเต้นหรือฉูดฉาดของตัวงานกับพื้นที่อื่นแล้ว อาจไม่สามารถแข่งขันดึงความสนใจจากศาลาอื่นได้ แต่หากผู้ชมกำลังหาพื้นที่สงบเพื่ออยู่กับงานศิลปะสักชิ้น ศาลาไทยปีนี้ไม่ได้มีเรื่องตื่นเต้นแฝงอยู่ มีเพียงความเรียบง่าย เน้นเรื่องอารมณ์และความรู้สึก ความเรียบง่ายที่เป็นสากล ให้ผู้ชมได้ตีความกรุงเทพฯ เข้าใจกรุงเทพฯ และสร้างความหมายให้แก่กรุงเทพฯ ด้วยตัวของเขาเอง ดูเหมือนจะตอบโจทย์ของผู้ชมมากกว่าพื้นที่ไหนๆ


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ปิ๊งโกะ ชอบพูดชอบคุย ชอบดื่ม ชอบไอติม ชอบอ่านหนังสือ ชอบเดินแกลเลอรี ฝันอยากเดินทางรอบโลก



Back to Top ↑