Events 008

Published on July 1st, 2016 | by Pawornpon

0

คุณค่าคืออะไรกันแน่? นิทรรศการ PERCEIVED VALUE โดย ฐิติรัตน์ คัชมาตย์

ด้วยพื้นฐานการเป็นนักออกแบบของ ฟิ่ว – ฐิติรัตน์ คัชมาตย์ ที่สร้างสรรค์งานมาแล้วหลายรูปแบบ ทำให้กระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับแตกต่างไปจากงานออกแบบของจิวเวลรี ดีไซเนอร์หลายๆ คน เธอเล่าว่าตนไม่มีแบล็คกราวน์ในการทำงานเครื่องประดับ เพราะเรียนจบด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งเรามองว่าเป็นความท้าทายให้ศิลปินสามารถทดลองสร้างงานในรูปแบบเฉพาะตัวได้เป็นอย่างดี ตรงกับที่ฐิติรัตน์เล่าว่า ทุกวันนี้เรียกตัวเองว่าเป็นโปรดักท์ ดีไซเนอร์ เพราะไม่มีกระบวนการทำเครื่องประดับตายตัว การออกแบบไม่ได้เริ่มจากข้อจำกัด ดังนั้นถ้าต้องการทำก็จะออกไปค้นคว้าทันที

 

tithi.info water mark
Secret Friend Family

 

 

เป็นโอกาสดีที่ได้พูดคุยกับศิลปินสาวท่านนี้ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ฐิติรัตน์และผมนั่งเก้าอี้ไม้ใน ATTA Gallery แกลเลอรีที่นำเสนอเครื่องประดับในนิยามของศิลปะร่วมสมัย ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในอาคาร O.P.Garden ชั้นที่ 1 เธอแนะนำตัวเอง และเริ่มพูดคุยด้วยการหยิบกำไลกระต่ายอลูมิเนียมสีเทาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในผลงานชุด Secret Friend Family มาให้ดูเป็นชิ้นแรก ก่อนจะสาธิตการสวมใส่อย่างคล่องแคล่ว ผลงานชิ้นนี้พัฒนามาจากงานชุด A Secret Friend ในปี 2008 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสุนัขที่เสียชีวิต จึงทำเครื่องประดับรูปสัตว์เพราะต้องการนำสัตว์เลี้ยงที่รักติดตัวไปด้วยทุกหนทุกแห่ง
แล้วที่มาของนิทรรศการนี้คืออะไรครับ ผมถาม
เรากลับไปดูผลงานของตัวเองทั้งหมด แล้วพบว่าหัวข้อส่วนใหญ่ที่ทำมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องราวในระบบทุนนิยม ครั้งนี้ก็ยังเล่นกับประเด็นนี้เพราะมันสัมพันธ์กับชีวิตของมนุษย์ทุกคน เหตุนี้จึงกลายเป็นนิทรรศการโซโล่ชื่อ Perceived Value งานแสดงศิลปะเครื่องประดับร่วมสมัยที่เล่นกับประเด็นการตีความหมายเรื่องการให้คุณค่าของคน โดยฐิติรัตน์สับเปลี่ยนมุมมองระหว่างสิ่งของที่มีค่าและไม่มีค่า ความมีอารยธรรมและไร้อารยธรรมมานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ

 

04 tithi reincarnation
“Stirring coffee takes only a moment, but that small plastic stirrer will last for hundreds of years.”

 

 

ก่อนที่จะพูดถึงงานชิ้นใหม่ ฐิติรัตน์ชี้ชวนให้ดูงาน Reincarnation ที่สร้างสรรค์ในปี 2008 – 2009 ชื่อผลงานดังกล่าวหมายถึงการกลับชาติมาเกิดหรือการเกิดใหม่ ทำให้ผู้ชมอย่างเรานึกถึงปรัชญาพุทธศาสนาที่กล่าวไว้ว่าผู้ที่ยังไม่หลุดพ้นจากกิเลส ไม่สามารถหนีการเวียนว่ายตายเกิดได้ ทั้งนี้ฐิติรัตน์ใช้แนวคิดในการเกิดใหม่ในร่างเดิมเป็นประเด็นหลัก ศิลปินใช้เทคนิค Lost – wax casting กระบวนการหล่อเครื่องประดับในระบบสากล ที่โดยปกติจะใช้เทียนแท่งแกะเป็นรูปทรงตามที่ต้องการหล่อ แต่แหกกฎด้วยการนำเอาขยะมาหล่อ แล้วใช้ความร้อนเผาขยะออกไป เพื่อให้เนื้อโลหะไปแทนที่รูปทรงเดิม ได้ผลลัพธ์เป็นชุดภาชนะใส่อาหารเช้า (silver breakfast set) ประกอบด้วยกล่องใส่ไข่ แก้วพลาสติก โฟมห่อผลไม้ คงรูปทรงดั้งเดิมไว้ แต่หรูหราขึ้นเพราะวัสดุโลหะเงินมันวาว นอกจากแปลกใหม่และแฝงแนวคิดการตั้งคำถามกับคุณค่าของสิ่งของ ฐิติรัตน์กล่าวว่าผู้ที่ใช้สอยจะได้มีบทสนทนาเกี่ยวกับไอเดียของงานกับแขกที่มาเยี่ยมบ้านได้

 

05 tithi reincarnation
silver breakfast set

 

 

แหวนทองใส่มา 10 ปี เมื่อไม่ต้องการใส่ก็เก็บเข้าตู้เซฟ แต่ทำไมขยะใช้แค่ 5 – 10 นาที เสร็จแล้วก็ทิ้งเลยฐิติรัตน์กล่าว ชี้ให้เห็นว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้ในงาน Reincarnation คือการท้าทายระบบคุณค่าสากลที่ยกให้เครื่องเงินมีมูลค่าและความงดงามสูงส่งกว่าพลาสติก ดังนั้นคำถามที่ฐิติรัตน์ตั้งต่อแหวนและขยะพลาสติก จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนมีประสบการณ์ร่วม เพราะแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเก็บขยะไว้ให้สกปรกรกบ้าน หากจำหน่ายก็คงได้ราคาน้อยนิด ดังนั้นจึงนำเครื่องเงินมาใส่ในรูปทรงดั้งเดิมของขยะ พร้อมทิ้งท้ายให้ขบคิดว่า ถ้าขยะเป็นเครื่องเงินล่ะ คุณจะยังทิ้งขว้างมันอยู่ไหม

 

Tithi Kutchamuch 04
Material: Oxidized Silver 925

 

เมื่อเห็นว่ามีไอเดียในการสร้างงานเกี่ยวกับเรื่องขยะ ผมเลยถามต่ออีกสักหน่อย มีงานชิ้นไหนที่พัฒนามาจากไอเดียเรื่องขยะอีกบ้างครับ
นี่ค่ะ อันนี้เป็นชุดดอกไม้ เคยแสดงที่มิวนิก ประเทศเยอรมันนี
ผลงานที่กล่าวถึงคือผลงานชุด Travels with My Spoon สร้างสรรค์ในปี 2014 เกิดจากความชื่นชอบสะสมช้อนใช้แล้วทิ้งจากทั่วทุกมุมโลกของฐิติรัตน์ แล้วนำมาดัดรูปทรงให้เปลี่ยนเป็นดอกไม้ด้วยความร้อน จากนั้นนำเข้าสู่กระบวนการ Lost – wax casting กลายเป็นดอกไม้เนื้อโลหะโดยสมบูรณ์ แต่เป็นความสมบูรณ์ที่เกิดจากการดัดแปลงรูปร่างใหม่ แล้วแทนที่ด้วยวัสดุที่มีคุณค่าเช่นเดียวกับงานชุด Reincarnation ต่างกันเพียง Travels with My Spoon ศิลปินเลือกบิดเบือนรูปทรงของขยะ แต่ Reincarnation ยังคงรูปแบบเดิมไว้ทุกประการ

 

03
Sealife 2.0

 

 

01
Sealife 2.0

 

หากพูดถึงช้อนแล้วก็ต้องพูดถึงส้อมผลงานที่สร้างสรรค์จากส้อมเป็นงานชุดใหม่ที่สร้างขึ้นในปี 2016 ชื่อ Sealife 2.0 ชิ้นงานทั้งหมดเกิดจากส้อมใช้แล้วทิ้ง ดัดด้วยความร้อนให้มีรูปทรงเป็นปลาหมึก กุ้ง และม้าน้ำ แล้วนำเข้าสู่กระบวนการ Lost – wax casting มีวัสดุที่ใช้หลากหลาย ได้แก่ เงินและทองคำ 3 ชนิด ได้แก่ ทองคำเหลือง ขาว และชมพู เมื่อนำผลงานเครื่องประดับชุดนี้มาจัดแสดงบนกระจก และใช้ Searchlight สำหรับเรือเดินทะเลส่องไปที่ผลงาน จะให้บรรยากาศเสมือนการส่องหาสัตว์น้ำในโลกใต้ทะเล ฐิติรัตน์กล่าวว่าผลงาน Sealife 2.0 ไม่ได้เป็นเพียงรูปร่างของสัตว์เท่านั้น เพราะหากมองอีกมิติมันคือขยะหรือสัตว์ทะเลสมัยใหม่จากน้ำมือมนุษย์ยุคปัจจุบัน

 

 

006
Pearly White

 

สุดท้ายคือผลงานสร้อยคอและกำไลข้อมือชุด Pearly White เครื่องประดับมุกแท้ที่ไม่ผ่านการเจียระไน (Baroque Pearl) ฐิติรัตน์ตั้งใจเลือกเฉพาะเม็ดที่มีรูปร่างคล้ายฟันมาเรียงร้อยให้เป็นฟันมนุษย์ มีทั้งแบบที่เป็นไข่มุกน้ำจืดสีขาว และไข่มุกตาฮิติ-ไข่มุกสีดำหายาก ส่วน โลหะเงิน (Sterling Silver) ที่ครอบมุกเพียงเล็กน้อยเกิดจากการนำขี้ผึ้งอ่อนๆ มาปั้นขลิบให้หน้าตาเหมือนเหงือก และเข้าสู่กระบวนการ Lost – wax casting เพื่อให้โลหะเงิน เข้ามาแทนที่ขี้ผึ้งนั้น ทั้งนี้ผลงานชุด Pearly White จะจัดแสดงควบคู่หุ่นหมอฟัน เพื่อให้ผู้ชมเกิดจินตนาการได้ว่านี่คือฟันมนุษย์ สำหรับกำไลข้อมือหากใส่ประกบกันสองชิ้นจะเป็นเหมือนฟันบนกับฟันล่างกระทบกันอีกด้วย

 

 

ทำไมถึงทำเป็นสร้อยรูปฟันมนุษย์
เราต้องการตั้งคำถามว่าอะไรมีอารยธรรมและไม่มีอารยธรรม
อารยธรรมแปลอย่างเบาบางที่สุดก็คือความเจริญทางวัฒนธรรม สิ่งที่กำหนดให้เป็นวัฒนธรรมส่วนใหญ่มักเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับสังคมแต่ละแห่ง ลองสมมติกันเล่นๆ ว่าถ้าเห็นคนสวมสร้อยคอฟันมนุษย์ คุณอาจรู้สึกแปลกและตกใจ รู้สึกถึงความไม่มีอารยะหรือป่าเถื่อน ถ้ารู้สึกเช่นนั้นเคยสงสัยไหมว่าใครทำให้รู้สึกว่าการห้อยฟันดูแปลก เพราะในขณะที่คนส่วนหนึ่งมองว่าแปลก  ชนเผ่า Aché ในประเทศปารากวัยอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะผู้หญิงในเผ่าสามารถใส่เครื่องประดับที่ทำมาจากฟันเพื่อบ่งบอกตัวตนของพวกเธอได้

020

019

Pearly White

Pearly White

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเราต้องดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางการวัดคุณค่าในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม หลายคนเกลียดมัน หลายคนพยายามอยู่กับมัน บางขณะเรามีความรู้สึกขัดแย้งเกิดขึ้นในใจ เพราะมนุษย์ในระบบทุนนิยมไม่สามารถปฏิเสธมูลค่าของเงินได้ ยิ่งร่ำรวยก็ยิ่งมีอำนาจในการจับจ่าย ขณะที่ ฐิติรัตน์ คัชมาตย์  เลือกที่จะเรียนรู้และนำมาเป็นไอเดียในการสร้างและพัฒนางานเครื่องประดับอย่างต่อเนื่อง ความน่าสนใจของ นิทรรศการ Perceived Value จึงเป็นการตั้งคำถามถึงระบบคุณค่าที่ทุกคนถูกปลูกฝังว่าสิ่งใดสูงส่งหรือต่ำต้อย ฐิติรัตน์บอกกับผมว่าสิ่งที่เธอเลือกทำคือการลองหาความหมายของคุณค่าที่แท้จริงบนโลก ซึ่งท้ายที่สุดเราอาจต้องหันมาทบทวนอย่างจริงจังว่าอะไรคือคุณค่าที่แท้จริงกันแน่ ?

 

 

เกี่ยวกับศิลปิน

tithi kutchamuch lowres

ฟิ่ว – ฐิติรัตน์ คัชมาตย์ เกิดที่จังหวัดเชียงรายในปี 2524 เรียนจบจากสาขาวิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากนั้นทำงานด้านการออกแบบในบริษัทออกแบบและโรงงานเซรามิกเป็นระยะเวลา 2 ปี
ต่อมาในปี 2548 เรียนต่อปริญญาโทสาขา Design Products ที่ Royal College of Art ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร  หลังจากเรียนจบ เธอตัดสินใจทำงานที่อังกฤษต่อ 5 ปี โดยเน้นการสร้างงานที่สตูดิโอส่วนตัว ทั้งงานออกแบบและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ควบคู่กันไป ก่อนกลับมายังประเทศไทยในช่วงปี 2554 ปัจจุบันมีผลงานจำหน่ายทั้งในไทยและต่างประเทศ
ฐิติรัตน์เคยได้รับรางวัลด้านการออกแบบมากมาย อาทิ  รางวัล Winner of the Best newcomer จาก Craft Council UK  รางวัล Deutsche Award จาก  Deutsche Bank นอกจากนี้ในปี 2556 ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นดีไซเนอร์แห่งปีในประเภทเครื่องประดับและผลิตภัณฑ์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร
ฐิติรัตน์ไม่มีแนวคิดยึดติดตายตัวทำให้ออกแบบชิ้นงานได้อย่างหลากหลายและน่าสนใจ ทั้งยังเชื่อมศาสตร์การตกแต่งวัตถุและการใช้สอยเครื่องประดับ การออกแบบผลิตภัณฑ์ และโปรเจกต์เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมเข้าด้วยกันได้อย่างน่าสนใจ ทั้งนี้วัตถุดิบที่เธอเคยนำมาใช้กับการสร้างสรรค์เครื่องประดับมีทั้งไข่มุก ไม้ อลูมิเนียม ทอง เงิน หรือแม้แต่เชือกฟางก็เอามาใช้เป็นวัตถุดิบมาแล้ว
ติดตามผลงานของ ฐิติรัตน์ คัชมาตย์ ได้ที่ http://www.tithi.info

Tags: , , , , ,


About the Author

Pawornpon

เมฆ - ปวรพล รุ่งรจนา จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เริ่มต้นเขียนบทความเกี่ยวกับศิลปะลงในนิตยสาร Fine Art และนิตยสาร Art Square ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน Mek - Pawornpon Rungrodchana completed his bachelor’s degree from the Faculty of Archaeology, Silpakorn University. Since graduation, he has started writing for Fine Art magazine and Art Square magazine from 2014 to date.



Back to Top ↑