Events

Published on June 14th, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

THRILLER & HORROR

THRILLER & HORROR โดย อัญชลี อารยะพงศ์พาณิชย์

 

“ถ้าเราเป็นผู้หญิงสวยๆ สักวันก็คงจะดี” ประโยคสั้นๆ ที่ผู้หญิงหลายคนต่างเคยนึกฝัน จ๋า อัญชลี อารยะพงศ์พาณิชย์ เด็กสาวขี้อายจากอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ที่รักการวาดรูปมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จุดเริ่มต้นการวาดรูปของจ๋าก็คงเหมือนใครหลายคน การ์ตูนเล่มเล็กๆ ที่เด็กทุกคนต้องมีติดมือ คือต้นแบบแรกที่เธอใช้ฝึกฝีมือ กระดาษจากหน้ากลางของสมุดถูกฉีกออกมาเก็บไว้ทุกวันจนสมุดเรียนของเด็กหญิงหมดไวกว่าเพื่อนคนอื่น จ๋าเริ่มต้นวาดรูปด้วยตัวเองจนถึงชั้นมัธยมปลาย ช่วงปีที่ต้องเลือกว่าจะศึกษาต่อสาขาไหนในระดับมหาวิทยาลัย ในวันนั้นจ๋ายังไม่รู้จักมหาวิทยาลัยศิลปากร รู้เพียงแค่ว่าตัวเองรักการวาดรูป การเลือกเข้าเรียนยังคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ นั่นคือจุดเริ่มต้นเส้นทางสายศิลปะที่แท้จริงของเธอ

การยึดมั่นในภาพวาดหญิงสาวยังคงติดตัวจ๋ามา เมื่อเรียนถึงชั้นปีที่ 2 วิชาเรียนพอทเทรด (วาดภาพเหมือนบุคคล) กลับกลายเป็นวิชาที่เธอเกร็งที่สุดเมื่อต้องเข้าเรียน เนื่องด้วยภาพวาดหญิงสาวของเธอหากเรียกว่าภาพพอทเทรดก็คงเรียกได้ไม่เต็มปาก เอกลักษณ์ในงานของเธอภาพหญิงสาวไม่ใช่ความสวยงามตามแบบสมัยนิยม การวาดภาพคนไม่ใช่การวาดให้เหมือนกับต้นแบบทุกกระเบียบนิ้ว แต่ภาพวาดของเธอ คือหญิงสาวที่หลุดออกมาจากตัวตนที่ซ่อนอยู่ข้างใน จ๋าเลือกใช้ภาพในแนวการ์ตูนผสมผสานกับฉากในภาพยนตร์ที่เธอชื่นชอบ การเลือกการ์ตูนและฉากภาพยนตร์คือการพยายามหลบหลีกจากโลกของความจริงให้มากที่สุด หญิงสาวบนผืนผ้าใบคือภาพอวตารของตัวเธอที่สามารถทำได้ทุกอย่างและเป็นได้ทุกคนอย่างที่เธออยากเป็น ซึ่งแตกต่างจากบุคลิกของเธอที่เป็นเด็กสาวขี้อายที่เมื่อต้องอยู่ท่ามกลางคนมากมายเธอเลือกที่จะเร้นกายกลืนไปกับคนอื่นๆ

 

ทักซิโด – Tuxedo, 2013, Oil on Canvas, 100 x 80 cm

 

ผลงานในชุดนี้จ๋าเลือกธีมหลักในการนำเสนอเรื่องราวเป็นแนวสยองขวัญ เมื่อมองโดยรอบคล้ายเราเดินเข้ามาในงานเทศกาลภาพยนตร์สยองขวัญ ยิ่งถ้ามีจอโปรเจคเตอร์มาฉายประกอบเราคงต้องหาป็อปคอร์นมานั่งรับประทานไประหว่างดูงาน เปิดตัวนิทรรศการนี้ด้วยภาพยนตร์สยองขวัญขาวดำสุดคลาสสิกเรื่อง Phycho ของผู้กำกับอัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อก ฉากการตายของแมเรี่ยน เครน ที่แต่เดิมต้องถูกฆาตกรถือมีดฆ่าตายในห้องน้ำ จ๋านำมาปรับเรื่องราวให้เข้ากับประสบการณ์ที่เธอเจอมา ประสบการณ์เสี่ยงชีวิตที่พบเจอตอนนั่งรถตู้เข้าเมืองแล้วคนขับชอบเล่นโทรศัพท์ พี่สาวพี่ชายที่ชอบเล่นโทรศัพท์ตอนขับรถ อัตราการเกิดอุบัติเหตุจากผู้ขับขี่ที่ใช้โทรศัพท์ที่มีมากขึ้น ฉากการตายของนางเอกจึงปรับเปลี่ยนไปเป็นภาพที่เธอใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ฆาตกรที่อยู่ด้านหลังยังคงทำท่าถือมีดเหมือนกับในหนังแต่ครั้งนี้มาเป็นเพียงเงาเหมือนต้องการจะสื่อให้เห็นถึงอันตรายที่กำลังก้าวตามเรามาติดๆ ดังเงาที่ตามตัวของเรา

 

แมลง(Insects), 2016, Oil on canvas, 160 x 170 cm

 

โทรศัพท์มรณะ (Deadly Call), 2017, Oil on canvas, 180 x 250 cm

 

เปลี่ยนอารมณ์กลับมาดูภาพยนตร์ที่ตัวเองเป็นผู้ล่าบ้างอย่าง Starship Trooper หรือสงครามหมื่นขาล่าล้างจักรวาล ของผู้กำกับพอล เวอร์โฮเวน นำเสนอภาพหลังสงครามจบสิ้น ซากของแมลงยักษ์นอนเกลื่อนกลาด สอดคล้องกับประสบการณ์ของจ๋าที่เกลียดและกลัวแมลงเข้าเส้น หากพบเจอมีความรู้สึกว่าต้องกำจัดมันให้ได้ ต้องเห็นซากของมันก่อนถึงจะสบายใจ ตัวเอกของเรื่องในครั้งนี้จ๋าจินตนาการตัวเองต่อสู้อย่างเหน็ดเหนื่อยกับแมลงเหล่านั้น ใบหน้าเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้ แววตาตึงเครียดจากภาวะสงครามหากแต่ไม่ปรากฏแววตระหนกจากความหวาดกลัว สาวผมสั้นสีทองคืออีกลุคหนึ่งที่จ๋าอยากลองเป็น การเป็นผู้ล่าที่กล้าหาญและจัดการกับสัตว์ร้ายตรงหน้าลงได้อย่างสวยงาม คือภาพฝันที่ว่าวันหนึ่งบ้านของเธอจะปราศจากแมลงสาบที่เธอกลัวมากที่สุด

 

กรรไกร (Scissors), 2016, Oil on canvas, 200 x 200 cm

 

ขยับมายังผลงานอีกชิ้นที่สร้างมาจากความหลัง ความแค้น ของหญิงสาวคนนี้ที่เก็บมานานถึง 8 ปีอย่างผลงาน ‘กรรไกร’ แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง Edward Scissorhands ผลงานการกำกับของ ทิม เบอร์ตัน ที่นำแสดงโดย จอห์นนี เดปป์ จ๋าเคยได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีกับช่างทำผม บุคคลที่หลายคนคงเคยมีปัญหาด้วยกับคำว่า “เอาออกนิดเดียว” แต่เมื่อหันมามองกระจกอีกทีกลายเป็นว่าปลายผม 15 เซนของฉันได้หายไปแล้ว ความผิดหวังจากร้านทำผมในวันนั้นทำให้จ๋าเลือกที่จะตัดผมด้วยตัวเองมาตลอด 8 ปี การปรับเปลี่ยนใบหน้าของตัวเองที่เป็นแบบในการวาดภาพมาตลอดให้สอดคล้องกับโครงหน้าของจอห์นนี เดปป์ ถือเป็นเทคนิคใหม่ที่จ๋าเริ่มนำมาใช้กับงานชุดนี้ โดยเธอให้เหตุผลว่า “ถ้าวาดหน้าเดิมๆ ของตัวเองทุกวันก็คงจะน่าเบื่อ เราเลยปรับโครงหน้าให้เข้ากับโครงของดาราที่เรานำมาเป็นต้นแบบ”

 

คนข้างหลัง (Behind), 2017, Oil on canvas , 90 x 110 cm

 

เดินต่อกันมาอีกนิดเพื่อมาพบกับผลงานสยองขวัญปนเศร้า ‘คนข้างหลัง’ ผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Light Out ผลงานกำกับของ เดวิด แซนด์เบิร์ก ในช่วงที่สร้างผลงานจ๋าเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองถึงการอยู่นอกบ้านนานเกินไป การต้องเรียนในมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้อยู่จังหวัดเดียวกับบ้านทำให้เธอต้องย้ายมาอยู่หอตั้งแต่ช่วงเรียนปริญญาตรี เรื่อยมาจนถึงช่วงเรียนปริญญาโทที่จ๋าเลือกเรียนต่อทันที ทำให้ระยะเวลาที่ไม่ได้อยู่บ้านนานๆ ยืดยาวออกไปอีก ความคิดถึงพ่อแม่เกาะกุมจิตใจของเธอ ทำให้แววตาของหญิงสาวที่น่าจะกลัวเพราะเป็นภาพยนตร์สยองขวัญกลับกลายเป็นความเศร้าและความคิดถึงที่เกิดขึ้นจากการที่ไม่ได้เจอครอบครัว ภาพเงาชายหญิงสองคนด้านหลังคือภาพสะท้อนพ่อและแม่ของเธอ

 

ซีเรียส จัง(Stress), 2015, Oil on canvas, 80 x 100 cm

 

มากันที่ตัวตนของภาพสะท้อนที่จ๋าอยากลองเป็นมากที่สุด ผลงาน ‘Stress หรือซีเรียส จัง’ ไม่ได้มาจากฉากของภาพยนตร์เรื่องไหนแต่คือตัวจริงของเธอผสมผสานกับสิ่งที่เธออยากทดลองเป็น สภาพแวดล้อมโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น ผู้คน อากาศ เหตุการณ์ต่างๆ รอบตัว และด้วยความที่เป็นคนขี้อายไม่ค่อยพูดทำให้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดอยู่หลายครั้ง จ๋าบอกกับเราว่า เธอมักปวดหัวหนักๆ เวลาต้องออกมาข้างนอก ผลงานนี้สะท้อนภาพความตึงเครียดที่ถูกเก็บอยู่ภายในผ่านทางแววตาได้เป็นอย่างดี การสูบบุหรี่แม้ไม่สามารถทำให้ความเครียดหมดลงได้แต่ก็อาจช่วยคลายความกังวลที่เกิดขึ้นได้บ้างและจ๋ายังบอกอีกว่าผู้หญิงที่สูบบุหรี่สำหรับเราตอนมองเขาเราว่าเขาเท่ห์และมีความมั่นใจในตัวเองดี

 

20.00 – 03.00 น., 2015,Oil on canvas, 90 x 110 cm

 

ผลงานในชุดนี้แม้จะมีธีมกำหนดชัดเจนแต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของจ๋าไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นดวงตากลมโตที่สื่อสารอารมณ์ออกมาอย่างไม่มีปิดบังแม้ตัวจริงจ๋าจะไม่สามารถสบตากับคนอื่นได้โดยตรงมาอย่างในภาพ ดวงตาโตคู่นั้นจึงเหมือนตัวแทนในการมองสิ่งต่างๆ ได้อย่างทะลุปรุโปร่งแทนเธอ ความกล้าที่จะพบปะกับคนใหม่ ความมั่นใจในแววตา คือสิ่งที่จ๋าอยากทำได้มาโดยตลอด อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเธอคือ การนำตัวเองมาเป็นแบบในการวาด อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่าเพราะต้องการดึงตัวตนที่ซ่อนอยู่ของตัวเองให้ออกมาเป็นที่รู้จักแก่คนอื่นและเป็นการลองเป็นสิ่งที่ตัวเองอยากเป็นแม้จะเป็นเพียงภาพสะท้อนบนผ้าใบก็ตาม แต่อีกหนึ่งเหตุผลที่เธอกล่าวติดตลกกับเราว่า “ตอนที่เริ่มวาดใหม่ๆ จะเอาเงินที่ไหนไปจ้างคนมาเป็นแบบ และก็คิดว่าถ้าวาดมาไม่สวยจะต้องโดนด่าแน่นอนดังนั้นวาดตัวเองดีที่สุดไม่โดนด่าและไม่เสียเงิน”

แม้วันนี้เธอจะมีผลงานออกมามากมาย เป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินมากขี้น แต่จ๋าก็ยังขอนิยามตัวเองว่าเป็น คนชอบวาดรูปคนหนึ่งเท่านั้น เพราะคำว่าศิลปินอาจจะยังยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับเธอ

 

เดินต่อไป (Keep walking), 2016, Oil on canvas, 190 x 250 cm

 

ป่าสยองขวัญ (The horror forest), 2016, Oil on canvas, 200 x 200 cm


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ปิ๊งโกะ ชอบพูดชอบคุย เจ้าของสโลแกนผูกมิตรทั่วหล้า มักได้เพื่อนเพิ่มจากวงสนทนาใหม่ๆ เสมอ ชอบดื่มเบียร์มากกว่าเหล้า ชอบกินไอติมเป็นชีวิตจิตใจ อ่านหนังสือเวลาต้องเดินทางโดยรถสาธารณะ ชอบเดินแกลเลอรี ฝันอยากเดินทางรอบโลก



Back to Top ↑