Fine Art img379

Published on May 19th, 2016 | by fineartstaff

0

สร้างบ้านให้งานศิลป์|หอศิลป์เอมเจริญ

  • ‘ทำไมอาจารย์ประเทืองผู้มีบ้านเกิดที่ฝั่งธนฯ ถึงไปสร้างหอศิลป์ฯ ไกลถึงจังหวัดกาญจนบุรี?

IMG_0180

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 อุณหภูมิที่จังหวัดกาญจนบุรี สูงถึง 41 องศา แสงแดดที่แผดเผาพร้อมที่จะทำให้คณะเดินทางหลอมละลาย แต่ทุกคนก็ดั้งด้นและตั้งใจที่จะเดินทางมาเยือน ‘หอศิลป์เอมเจริญ’ เพื่อชมผลงานชิ้นสำคัญของ อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ ศิลปินแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2548 นำชมโดย คุณน้ำ ศรีศิลป์ เอมเจริญ ลูกสาวของ อ.ประเทือง ด้วยความสงสัย ผู้เขียนจึงถามเธอว่าทำไม อ.ประเทืองถึงได้มาสร้างหอศิลป์ที่อำเภอท่าม่วง คุณน้ำจึงเล่าให้ฟังว่า ด้วยความที่คุณพ่อรักธรรมชาติและมักหาแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว ผู้ที่ชื่นชมในผลงานของคุณพ่อท่านหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ทที่จังหวัดกาญจนบุรีจึงได้เชื้อเชิญให้คุณพ่อไปสร้างงานศิลปะ หลังจากนั้น คุณพ่อจึงซื้อที่ที่อยู่ใกล้ๆ กัน และเริ่มสร้างสตูดิโอ รวมถึงสร้างบ้านให้กับงานศิลปะ เกิดเป็น ‘หอศิลป์เอมเจริญ’ ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมเป็นเวลากว่า 9 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2550

IMG_0447

puttithorn_p002-2

อาคารวงกลม

แม้ว่าวันที่ผู้เขียนไปหอศิลป์ฯ จะไม่ได้พบกับ อ.ประเทือง เนื่องจากสุขภาพของท่านไม่แข็งแรง แต่การเดินทางมาเยือนของสื่อมวลชน จากการเชื้อเชิญของคณะทำงานพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA ก็ช่วยสร้างกำลังใจให้คุณน้ำได้เป็นอย่างดี เพราะตอนนี้เธอคือทายาทเพียงคนเดียวในพี่น้องทั้งหมด 12 คนที่เลือกเดินบนเส้นทางสายศิลปะ ทั้งยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการดูแลหอศิลป์ฯ และสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณพ่อประเทือง เอมเจริญ ที่ต้องการให้พื้นที่ของหอศิลป์เอมเจริญเป็นแหล่งการเรียนรู้

IMG_0169

บ้านศิลปินแห่งชาติ ประเทือง เอมเจริญ

puttithorn_p011-2

พื้นที่จัดแสดงผลงานภายในอาคารวงกลม

ภายในหอศิลป์เอมเจริญ มีอาคารทั้งหมด 4 หลัง แบ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงงาน 2 อาคาร ได้แก่ อาคารวงกลม และอาคารสามเหลี่ยม ซึ่งถูกตั้งชื่อตามรูปทรงของงานประติมากรรมบริเวณด้านหน้าอาคาร ส่วนอาคารอีกสองหลังคือ บ้านศิลปินแห่งชาติ และ อาคารโดม คุณน้ำเล่าว่า อ.ประเทือง เป็นผู้ออกแบบอาคารวงกลมและอาคารสามเหลี่ยม แต่ด้วยความที่ไม่ใช่สถาปนิก เมื่อถึงเวลาก่อสร้างจริง รูปแบบของอาคารจึงมีการปรับเปลี่ยนจากร่างเดิมไปบ้าง โดยโครงสร้างหลักของอาคารที่ใช้ในการจัดแสดงงานศิลปะจะมีหลังคาสูง มีจุดที่แสงจากธรรมชาติจะส่องสว่างเข้ามา และมีช่องลมถ่ายเทอากาศซึ่ง ภายในตัวอาคารไม่มีเครื่องปรับอากาศ ในจุดนี้จึงช่วยลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อย พื้นที่ด้านในอาคารวงกลมจัดแสดงชิ้นงานสำคัญๆ ของ อ.ประเทือง นับแต่ยุคแรกที่ศิลปินเริ่มวาดภาพหุ่นนิ่งไปจนถึงผลงานในช่วงสุดท้ายที่ศิลปินสร้างขึ้นระหว่างการเข้าออกโรงพยาบาล นอกจากนี้ภายในอาคารวงกลมยังมีโซนขายของที่ระลึกให้แฟนๆ ของ อ.ประเทือง ได้เลือกซื้อกันอีกด้วย ส่วนอาคารสามเหลี่ยมเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ประกอบไปด้วยผลงานของศิลปินหลายท่าน ส่วนใหญ่จะเป็นภาพเขียนสีน้ำมันรูปหยดน้ำค้างของ คุณแม่บุญยิ่ง เอมเจริญ ศิลปินคู่ชีวิตที่ได้รับอิทธิพลและความหลงใหลในความงามของธรรมชาติจาก อ.ประเทือง

puttithorn_p036

พื้นที่จัดแสดงผลงานในอาคารสามเหลี่ยม ด้านหน้าเป็นผลงานภาพเขียนน้ำค้างของคุณแม่ บุญยิ่ง เอมเจริญ

อ.ประเทือง เอมเจริญ เรียนจบเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพราะพ่อของท่านด่วนจากไป ศิลปินจึงต้องออกจากโรงเรียนมาทำงานตั้งแต่เด็ก กระทั่งโตเป็นหนุ่ม พี่ชายชวนให้มาทำงานที่บริษัทโฆษณา เริ่มจากการเป็นลูกมือจนสุดท้ายเป็นนายช่าง แล้วจึงออกมาทำอาชีพช่างเขียนภาพโฆษณาภาพยนตร์ อ.ประเทืองจึงได้มีโอกาสชมภาพยนตร์ดีๆ รวมไปถึงภาพยนตร์ชีวประวัติของศิลปินเอกของโลก ประสบการณ์ในการทำงานและสภาพแวดล้อม หล่อหลอมให้ อ.ประเทือง ชื่นชอบศิลปะและรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เขาต้องการในชีวิตคือการเป็นศิลปินและสร้างงานศิลปะ จึงตัดสินใจลาออกและผันตัวมาเป็นศิลปินนอกระบบสถาบันการศึกษา เรียนรู้ด้วยตัวเอง อดทนใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในช่วงที่ยังขายงานไม่ได้ เพื่อรอให้ถึงเวลาที่จะมีคนเห็นฝีมือ ความตั้งใจ และเห็นถึงจิตวิญญาณศิลปิน เมื่อย้อนมองดูผลงานในช่วงแรกของ อ.ประเทือง จะพบว่าท่านได้สร้างสรรค์งานศิลป์จากความทุกข์ยาก ท่ามกลางภาวะทางเศรษฐกิจของครอบครัวที่ค่อนข้างขัดสน ภาพเขียนสีน้ำมันของ อ.ประเทือง ไร้ซึ่งสีสัน แม้แต่พระอาทิตย์ยังเป็นสีดำ หรืออย่างภาพหุ่นนิ่ง (2506) ที่หากไม่พิจารณาให้ดีอาจมองไม่เห็นวัตถุที่ถูกนำมาเป็นแบบในภาพ คุณน้ำเล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังงานชิ้นนี้ว่า บางครั้งที่บ้านโดนตัดไฟนานหลายเดือน อ.ประเทืองจึงจำต้องใช้ชีวิตอยู่ในความมืด และภาพนี้ก็สะท้อนให้เห็นบรรยากาศในช่วงเวลานั้น

IMG_0097

หุ่นนิ่ง, 2506, สีน้ำมันบนผ้าใบ, 82 x 62 ซม.

พระอาทิตย์ เป็นสัญลักษณ์ที่พบเห็นอยู่บ่อยครั้งในผลงานของ อ.ประเทือง  รวมไปถึงลำแสงสีแดง เหลือง เขียวที่ถูกลากให้ตัดกันบนเฟรมผ้าใบ ก็เป็นอีกเอกลักษณ์ที่ทำให้คนจดจำงานของศิลปินท่านนี้ได้ อย่างภาพ ธรรม (2513) จุติ (2513) บทเพลงแห่งจักรวาล (2514) จิตรกรรมในรูปแบบดังกล่าว เริ่มสร้างชื่อให้ศิลปินเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยต่อมาเนื้อหาสาระในงานศิลป์ที่พูดถึงคุณค่าของธรรมชาติและธรรมะได้แปรเปลี่ยนไปเป็นเรื่องประเด็นทางการเมืองและการทำงานศิลปะเพื่อสะท้อนสังคม อย่างที่จะเห็นได้จากผลงานที่น่าจดจำหลายชิ้นที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2519 ได้แก่ พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา (2519) ยิ้มชาวสวน (2519) ก้อนหินเสนีย์ (2519) เป็นต้น หากสังเกตให้ดีจะพบว่าผลงานในช่วงปี พ.ศ. 2519 ศิลปินได้ใส่สัญลักษณ์วงกลมสีดำคล้ายกระสุนปืน สอดแทรกเป็นองค์ประกอบภายในภาพ สะท้อนให้เห็นถึงภาวะความสูญเสียและความไม่สงบในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลา บางภาพสะท้อนถึงชนชั้นกรรมาชีพที่ถูกกดขี่ และความไม่เป็นธรรมในสังคม เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลาย อ.ประเทือง ก็ได้กลับมาสร้างสรรค์ผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติอีกครั้ง

puttithorn_p009-2

พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา, 2519, สีน้ำมันบนผ้าใบ, 137 x 175 ซม.

2

(ซ้าย) จุติ, 2513, สีน้ำมันบนผ้าใบ, 97 x 119 ซม. (ขวา) ธรรม, 2513, สีน้ำมันบนผ้าใบ, 97 x 119 ซม. ผลงานสะสมของศิลปิน

img386

พ่อจะทำงานกลางแดดจัดๆ เสมอ แสงจากธรรมชาติทำให้พ่อมีพลัง มีความร้อนอยู่ข้างใน ต่างจากเราที่วาดรูปในสตูดิโอ” คุณน้ำเล่าถึงวิธีการทำงานศิลปะของคุณพ่อที่บางครั้งท่านก็จะออกไปนั่งกลางแดดอยู่นานแต่ไม่วาดรูป เพียงเพื่อต้องการซึมซับบรรยากาศและเรียนรู้จากธรรมชาติ อย่างเช่นครั้งหนึ่ง อ.ประเทือง เดินทางไปที่ทะเลน้อย ทะเลสาบน้ำจืดในจังหวัดพัทลุง ซึ่งปกติจะมีดอกบัวเยอะมากแต่วันที่ท่านไปไม่เจอดอกบัว เห็นแต่ใบบัวอยู่ใต้น้ำ อ.ประเทืองก็ยังมีความประทับใจในผิวน้ำและเงาบัว และได้สร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานกึ่งนามธรรม ใบบัวสภาวะจิต (2542)

IMG_0048

ใบบัวสภาวะจิต, 2542, สีน้ำมันบนผ้าใบ, 130 x 135 ซม.

“การสร้างสรรค์งานศิลปะจากสิ่งที่อยู่ข้างใน ทำให้ศิลปินมีเรื่องราวที่จะแสดงออกได้อย่างไม่จบสิ้น วิธีการการทำงานของคุณพ่อจึงเป็นการลงพื้นที่ใหม่ๆ เพื่อสร้างงานศิลปะ ท่านเรียนรู้จากธรรมชาติ เพราะธรรมชาติถือเป็นบรมครูที่ยิ่งใหญ่ จนมาถึงยุคสุดท้าย ‘สู่อิสรภาพ’ คุณพ่อได้สร้างงานที่ประกอบไปด้วยสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม และวงกลม แทนความหมายเป็นสัญลักษณ์ของจักรวาล”

ในยุคหลังเมื่อ อ.ประเทือง มีชื่อเสียงและมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากขึ้น สีสันในงานศิลปะของท่านก็แสดงตัวออกมาอย่างชัดเจนและสดใสมากขึ้นตามไปด้วย ศิลปินเปลี่ยนจากการใช้พู่กันขนาดเล็กมาใช้แปรงในการปาดป้ายสีสัน เห็นได้จากผลงาน พลังสร้างสรรค์ ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2545 และ 2548 โดยในช่วงสุดท้าย อ.ประเทือง ได้พยายามสร้างงานระหว่างที่เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นภาพเขียนสีน้ำมันราว 50 ชิ้น โดยผลงานที่จัดแสดงอยู่ที่หอศิลป์เอมเจริญนั้นมีชื่อว่า เมืองคีโม (2550) สัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ยังปรากฏให้เห็นอยู่ในภาพ หากแต่มีถุงน้ำเกลือบดบังแสงอาทิตย์ ท่ามกลางบรรยากาศของตึกสูงระฟ้าในมหานคร ผลงานศิลปะในช่วงสุดท้ายนี้สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะจิตใจของศิลปินที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายและไม่ได้ใช้เวลาใกล้ชิดกับธรรมชาติเช่นเคย

IMG_0057

เมืองคีโม (2550)

คุณน้ำเผยว่า อ.ประเทืองหายจากโรคมะเร็งลำไส้ หากแต่ผลกระทบหลังจากถูกผ่าตัดใหญ่ 2 ครั้ง ประกอบกับอาการเส้นเลือดในสมองตีบส่งผลต่อสุขภาพที่ไม่แข็งแรงเช่นแต่ก่อน รวมถึงกระทบต่อความทรงจำ ทำให้ อ.ประเทือง ไม่สามารถสร้างงานศิลปะใหม่ๆ ถึงแม้ว่าในตอนนี้ท่านยังพอมีแรงจับปากกาวาดภาพลงบนกระดาษ แต่ก็เป็นภาพที่มีลักษณะเดิมซ้ำไปมา แม้แรงกายของ อ.ประเทือง จะอ่อนแรงลง แต่ใจของท่านก็ยังต้องการ ‘กำลังใจ’ จากพี่น้องและมิตรสหายในแวดวงศิลปะ  ซึ่งถ้าหากใครคิดถึง อ.ประเทือง เอมเจริญ ก็สามารถเดินทางไปชมผลงานของท่านที่จัดแสดงอยู่ ณ หอศิลป์เอมเจริญ จังหวัดกาญจนบุรี หรือหากสะดวกในกรุงเทพฯ ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA ก็มีผลงานของ อ.ประเทือง จัดแสดงอยู่ในส่วนผลงานสะสมเช่นกัน – ปัจจุบัน อ.ประเทือง เอมเจริญ พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ในย่านบางแค กรุงเทพมหานคร

img385

       “…ถ้างานศิลปะที่ข้าพเจ้าสร้างขึ้น จะบกพร่องไปบ้างในด้านของความงามและทฤษฎีการสร้างศิลปะ แต่ข้าพเจ้าจะรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง ถ้างานศิลปะที่ข้าพเจ้าสร้างขึ้นนั้น ปราศจากความคมพอที่จะชำแหละความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตมนุษย์ได้ และตราบใดที่ข้าพเจ้ายังมีชีวิต มีแรงปรารถนา และความศรัทธาต่อธรรมชาติ ชีวิต ศิลปะ ข้าพเจ้าจะพยายามต่อไป” 
ประเทือง เอมเจริญ, 2523

 


หอศิลป์เอมเจริญ 25/3 ม.3 ตำบลพังตรุ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี 71120 เบอร์โทรศัพท์ 086-813-9616 เปิดทำการ: วันพฤหัสบดี-วันจันทร์ / เวลา: 09.00 – 17.00 น. / ค่าเข้าชม: คนไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท


Text: ปิยะดา ปริกัมศีล
photo: หอศิลป์เอมเจริญ และ พนัสนันท์ สัมฤทธิ์


About the Author



Back to Top ↑