Gallery

Published on November 20th, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

Head in the Clouds เมื่อฝันกลายเป็นจริง

ภาพจาก Head in the Clouds

“จบด้านศิลปะมา เราจะทำอะไร มีพื้นที่ไหนรองรับงานของเราได้บ้าง” จุดเริ่มต้นเล็กๆ จากเสียงร้องข้างในตัว ทำให้เหล่าบัณฑิตจบใหม่จากคณะสีส้ม ย่านวังท่าพระ เริ่มต้นการสร้างพื้นที่ของตัวเอง เพื่อตอบสนองและตอบคำถามต่อข้อสงสัยนั้น ตึกแถวสามชั้นย่านวัดบวรที่ยังคงกลิ่นอายและอัตลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรมโบราณไว้ได้อย่างน่าหลงใหลจึงถูกเนรมิตให้กลายเป็นอาร์ทสเปชพร้อมร้านกาแฟขนาดกระทัดรัดที่รอต้อนรับผู้คนทุกกลุ่มเข้ามาใช้บริการ

“ตรงนี้น่าจะเรียกว่าคอมมูนิตี้มากกว่าร้าน” ขิม หนึ่งในหุ้นส่วนร้านได้กล่าวกับเรา ด้วยความที่หุ้นส่วนทั้ง 4 คน ไม่มีใครมีประสบการณ์ด้านการจัดการหรือการบริหารกิจการมาก่อน การเริ่มต้นจึงค่อนข้างล้มลุกคลุกคลาน มี่ ปัน เตย ขิม เกิดจากการร่วมตัวกันกลุ่มพี่น้องในคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แรกเริ่มเดิมทีจำนวนหุ้นส่วนมีมากกว่านี้ทว่าการสร้างกิจการหรือเริ่มต้นธุรกิจที่ไม่คุ้นเคยย่อมเกิดข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้หลายคนไม่สามารถก้าวต่อมาร่วมกันได้

Head in the Clouds ตึกแถว 4 ชั้นที่แต่เดิมเป็นร้านตัดเสื้อของคุณน้า ถูกเนรมิตให้กลายเป็นอาร์ทสเปชสไตล์วินเทช เพดานชั้น 2 และ 3 ถูกตีทะลุให้คล้ายเป็นชั้นลอยนอกจากจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ติดงานศิลปะแล้วการตีทะลุเพดานยังช่วยทำให้พื้นที่ดูโปร่งและเพิ่มแสงธรรมชาติภายในร้านอีกด้วย บันไดวนสีดำด้านหน้าพาเราขึ้นสู่ห้องเวริ์คช้อปที่ชั้น 2 และสตูดิโอที่ชั้น 3 ย้อนกลับมาที่ชั้นแรก เมื่อเดินเข้าไปเราจะพบกับภาพ The Kiss เวอร์ชั่นไทยที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยกลุ่มหุ้นส่วนร้านและเพื่อนๆ ที่เนรมิต The Kiss ที่เรารู้จักให้กลายเป็นภาพสมเด็จย่าหอมแก้มในหลวงรัชกาลที่ 9  เป็นภาพ The Kiss ที่หลายคนควคุ้นเคย ภาพขนาดใหญ่จะมีการปรับเปลี่ยนเวียนไปเป็นประจำทุกปี โดยแต่ละปีจะพิจารณาสร้างสรรค์จากเหคุการณ์ ณ ช่วงเวลานั้น โดยร้านแห่งนี้เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 6 เดือน ช่วงเวลาเตรียมการเปิดร้านตรงกับช่วงสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพอดี ทางร้านจึงเลือกภาพนี้เป็นภาพร้านประจำปีนี้ เมื่อเดินเข้ามาเราจะพบกับงานศิลปะมากมายทั้งบนผนัง ชั้นหนังสือ หน้าเคารเตอร์ และบนทางเดิน “งานส่วนใหญ่เป็นงานขนาดเล็กของศิลปินรุ่นใหม่ที่ยังไม่มีโอกาสทำงานศิลปะอย่างจริงจัง” ปัน บอกกับเราว่า ผลงานส่วนใหญ่ที่เอามาฝากขายที่ร้านจะเป็นของคนที่อยากเป็นศิลปินแต่ยังไม่มีทุนมากพอที่จะมุ่งไปในอาชีพศิลปิน แต่จะสร้างงานศิลปะในช่วงที่มีเวลาว่างควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ซึ่งราคาผลงานที่ฝากขายจึงไม่ได้สูงมากเหมือนแกลเลอรีอื่นๆ

นอกจากงานภาพวาดอัดกรอบที่เราเห็นทั่วไปแล้ว เสน่ห์อีกอย่างที่เราค้นพบในร้านแห่งนี้คือ ตัวการ์ตูนลับที่ซุกซ่อนอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่ตู้ขนมเค้ก โต๊ะอาหาร ปลั๊กไฟ มุมห้อง ทุกรายละเอียดที่ปรากฎเกิดจากฝีมือของพวกเขาทั้งสิ้น ตัวการ์ตูนน่ารักๆ ที่จะมาค่อยแนะนำเมนูอาหาร บอกพาสเวิร์ด Wi-Fi ชี้เป้าที่ชาร์ตแบต สร้างสีสันให้ร้านแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นคอมมูนิตี้มากกว่าร้านอาหาร เมื่อได้ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานเข้าก็ทำให้รู้ว่าคำกล่าวข้างต้นไม่ได้เกิดจริงเลย ผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาพร้อมสีหน้ายิ้มแย้มและคำทักทายที่เป็นกันเอง การแนะนำเมนูอาหารเครื่องดื่มที่ใส่ใจสอบถามถึงความต้องการของลูกค้า แนะนำเมนูที่เหมาะสมหรือแม้แต่กระทั่งคิดเมนูใหม่เพื่อตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการทำให้ผู้เขียนที่แอบสังเกตการณ์อยู่อดยิ้มตามไม่ได้ จนต้องเข้าร่วมวงสนทนา พี่ตุ๊ เป็นครูสอนศิลปะที่ art tutor

 

ที่วันนี้แวะเอางานมาฝากขายใช้เวลาในร้านกว่าชั่วโมงเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราว การเริ่มต้นพูดคุยเพียงไม่กี่คำต่อบทสนทนาให้คนแปลกหน้าสองคนได้เป็นชั่วโมง หลักธรรม งานศิลปะ การใช้ชีวิต ด้วยบรรยากาศโดยรวมของร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องรับแขกบ้านเพื่อนมากกว่าร้านกาแฟ ทำให้การเริ่มทำความรู้จักกันไม่ใช่เรื่องยาก เฟอร์นิเจอร์มากมายในร้านหลายชิ้นเป็นชิ้นส่วนความทรงจำของเจ้าของร้านแต่ละคน ต่างคนต่างหยิบของจากบ้านติดมือมาคนละชิ้นสองชิ้น การสร้างพื้นที่ให้กลายเป็นบ้านสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดคือการยกบ้านของเราเข้ามาไว้ในพื้นที่ เฟอร์นิเจอร์ตัวเก่ง ตุ๊กตาตัวโปรดถูกนำมาใส่ “กว่าจะออกมาเป็นอย่างที่เห็นใช้เวลานานมาก” ด้วยเพราะหุ้นส่วนหลายคน ความชอบที่แตกต่างทำให้บางอย่างไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้ “ตอนแรกพี่มี่อยากให้ผนังเป็นสีเหลือง” หากทาผนังสีเหลืองงานศิลปะที่เอาขึ้นอาจถูกรบกวนจากสีของผนัง สีของผนังเป็นเรื่องใหญ่ไม่สามารถที่จะใช้ความชอบของคนคนเดียวได้ สีเหลืองของมี่จึงตกไปอยู่บนลูกบิดประตูแทน

ขยับตัวออกจากโซฟา เดินมาที่หน้าเคาเตอร์ จะพบกับงานฝีมือชิ้นเล็กชิ้นน้อยยั่วยวนสายตาเราอยู่ กระเป๋าผ้าปักลาย โปสการ์ด ต่างหู ของจุกจิกจากเพื่อนฝูงกลายเป็นของตกแต่งร้านและวางขายเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ศิลปินรุ่นใหม่ เคลื่อนตัวไปตามบันไดวนสีดำจนมาถึงชั้น 2 ทั้งชั้นถูกตีทะลุให้กลายเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ มีโต๊ะอุปกรณ์อยู่กลางห้อง จักรเย็บผ้า อุปกรณ์ช่างประเภทต่างๆ แต่ที่สะดุดตาเรามากที่สุดเห็นว่าจะเป็นอ่างอาบน้ำที่กลายร่างมาเป็นอ่างวล้างมือขนาดใหญ่ไว้สำหรับล้างอุปกรณ์ต่างๆ กิจกรรมเวิร์ดช้อปจะถูกจัดขึ้นเป็นประจำเกือบทุกเดือน ผลัดเปลี่ยนเวียนหมุนกันไป อาทิ Pause and Play with Hand sewing ปักกระเป๋า และ embroidery your shoes กับ Tanpopo และ Keepพื้นที่ในส่วนนี้กำลังรอปรับปรุงพื้นที่เพื่อเปิดเป็นสตูดิโอให้ผู้คนสนใจเข้ามาใช้พื้นที่สร้างสรรค์งานศิลปะ “เหมือนเราอยากหาที่เงียบๆ นั่งวาดรูปแล้วไม่รู้จะไปที่ไหน” พื้นที่เงียบๆ ที่แยกตัวออกจากส่วนอื่นๆ ของร้าน บรรยากาศและอุปกรณ์ที่พร้อมสรรพสำหรับการสร้างสรรค์งานศิลปะกำลังจะเกิดขึ้นบนพื้นที่ชั้นนี้ ความต้องการสร้างห้องที่ตอบโจทย์แก่คนส่วนรวมไม่ใช่เพียงตอบคำถามของเจ้าของเท่านั้นทำให้ในตอนนี้ทางเจ้าของร้านทั้ง 4 กำลังระดมความคิดถึงสิ่งจำเป็นที่ต้องมีในการสร้างบรรยากาศห้องที่เหมาะแก่การวาดรูป โดยการเปิดรับความคิดเห็นทั้งจากเพื่อน พี่น้องและกลุ่มผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการว่าต้องการสิ่งใดบ้าง

ในส่วนของชั้น 3 เป็นโปรเจ็ค ‘ระดมทีแปรง’ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 8 กันยายบน 2560 เป็นโปรเจ็คทดลองก่อนที่จะสร้างห้องสตูดิโอชั้น 2 ห้องสี่เหลี่ยมโปร่งๆ กับแสงอ่อนๆ กับหุ่นที่จัดขึ้นรอการแต่งแต้มจากผู้ที่รักในงานศิลปะ เพื่อสำรวจความคิดของผู้ใช้งานจริงและความต้องการห้องที่ตอบโจทย์สำหรับผู้หลงใหลในงานเพ้นท์แต่ไม่มีพื้นที่ให้ทำงาน นอกจากหุ่นแล้วยังมีเฟรมผ้าใบขนาดใหญ่รอให้ทุกคนแต้มสีลงไป

 

ย้อนกลับมาลงที่ชั้นล่าง ร้านกาแฟขนาดเล็กท่ามกลางผลงานศิลปะ “ตอนแรกเราจะทำเป็นอาร์ทสเปชอย่างเดียว แต่รู้สึกว่ามันไม่สื่อสารกับคนกลุ่มอื่น การมีร้านกาแฟเข้ามาอาจช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลายและเปิดรับคนกลุ่มอื่นเข้ามาได้มากกว่า” กลุ่มลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามานอกจากจะเป็นกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ที่แสวงหาพื้นที่ของตนเองแล้วยังมีลูกค้าขาจรที่ติดใจในรสชาติของอาหารแลเครื่องดื่ม เมล็ดกาแฟสดออแกนิคถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูกาแฟชนิดต่างๆ ไล่มาตั้งแต่เข้มสุดอย่าง เอสเปสโซ่ อเมริกาโน มอคค่า ลาเต้ และคาปูชิโน นอกจากนี้ยังมีชาร้อนให้บริการ และหากต้องการเพิ่มความสดชื่นให้กับบรรยากาศในหน้าร้อนของบ้านเราทางร้านก็มีเมนู Indian Tea Latte ชานมผสมผสานเครื่องเทศ ให้รสชาติหวานกลมกล่อม มีกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ และSummer Time เมนูน้ำผลไม้ฤดูร้อนรสเปรี้ยวนิดๆ ในส่วนของขนมเค้ก ทางเรามีเมนูผลัดเปลี่ยนมาให้บริการ อาทิ mango rasberry, mixberry cheesecake,chocolate fudge, เค้กมะตูม ฝีมือของน้องสาว และเมนูอาหารคาวอย่าง ข้าวสตูเนื้อ, ข้าวหน้าไก่ อาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดที่เสริ์ฟในร้านล้วนได้รับการส้รางสรรค์จากคนในครอบครัวทั้งสิ้น คุณภาพและรสชาติจึงเหมือนกับการนั่งรับประทานอาหารในบ้านตัวเอง

Head in the Clouds มาจากสำนวนที่ว่า Keep Your Head in the Clouds and Your Feet on the Ground.หมายถึงแม้ความคิดของเราจะล่องชายไปบนท้องฟ้าแต่คในความเป็นจริงแล้วเรายังต้องยืนอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง การเปิดร้านแห่งนี้ก็เช่นกัน แม้ฟังดูจะคล้ายความฝันที่เด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์มาเลยตั้งใจจะเปิดกิจการในสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ แต่เด็กกลุ่มนี้ดึงความฝันนั้นลงมาทำให้เป็นจริงได้ในโลกแห่งความเป็นจริง แม้ระยะเริ่มต้นจะเกิดปัญหามากมาย แต่ด้วยความที่ทุกคนอยู่กับแบบครอบครัว ทั้งตัวเจ้าของกิจการและกลุ่มคนที่เข้ามาใช้บริการ ปัญหาต่างๆ ที่พบจึงไม่ใช่เรื่องยากในการหาทางออก Head in the Clouds จึงไม่ใช่ฝันกลางวันของเด็กที่อยากเป็นเจ้าของกิจการอีกต่อไป Head in the Clouds กลายมาเป็นต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างฝันให้กลายเป็นความจริง เมื่อเราหาคำตอบให้กับคำถามของวเราไม่ได้ การสร้างคำตอบนั้นให้เป็นรูปธรรมจึงกลายเป็นทางออกที่ดีที่สุด

Head in the Clouds ตั้งอยู่บนถนนพระสุเมรุ ฝั่งตรงข้ามวัดบวรฯ มีทางม้าลายและหม้อแปลงไฟขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้าร้าน เดินทางสะดวก ถัดจากบางลำพูเล็กน้อย อยู่ข้างร้านข้าวต้นวัดบวรฯ เจ้าดัง แวะเวียนไปเยี่ยมไปสร้างเพื่อนใหม่กันได้ หรือจะแวะเข้าไปชมกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในร้านได้ทาง เพจเฟสบุ๊คheadintheclouds.artspace

 

ปล. ที่ร้านมีแมวสองตัว ชื่อฟลีด้ากับดาลี เป็นพนักงานต้อนรับประจำร้าน

 


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ปิ๊งโกะ ชอบพูดชอบคุย ชอบดื่ม ชอบไอติม ชอบอ่านหนังสือ ชอบเดินแกลเลอรี ฝันอยากเดินทางรอบโลก



Back to Top ↑