Events

Published on May 8th, 2018 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

เหม เวชกร ศิลปินแห่งสยาม

ในแวดวงการศิลปะมักมีผู้ตั้งคำถามถึงคำว่าศิลปะเสมอว่าสิ่งไหนคือศิลปะ สิ่งไหนไม่ใช่ศิลปะ และมักเกิดการถกเถียงกันเรื่องที่ว่านักวาดภาพประกอบนั้นถือว่าเป็นศิลปินหรือไม่ พาณิชย์ศิลป์จะมาเทียบชั้นกับทัศนศิลป์ได้หรือไม่ คนที่ทำผลงานเพื่อเชิงพาณิชย์เราจัดเขาเหล่านั้นเป็นศิลปินและนำผลงานมาเป็นแบบอย่างในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้หรือ?ประเด็นคำถามดังกล่าวยังถูกพูดถึงประทั่งในปัจจุบันที่เราไม่สามารถแยกคุณค่าทางศิลปะกับมูลค่าทางศิลปะออกจากกันได้ แต่เราก็ยังคงพยายามแยกศิลปินกับนักวาดภาพประกอบอยู่เสมอ ผลงานภาพวาด ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม หรือ ภาพประกอบ ต่างก็มีคุณค่าปรากฏชัดในตัวของผลงานเอง อย่างเช่นผลงานภาพประกอบของ เหม เวชกร ที่ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นงานแนวเหมือนจริง (Realistic)

เหม เวชกร หรือจิตรกรมือเทวดา ผลงานที่เป็นที่รู้จักกันดีตั้งแต่การวาดภาพประกอบเรื่อยไปจนถึงจิตรกรรมฝาผนังที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อาทิ นวนิยายชุดผี ภาพชุดพุทธประวัติ และภาพจิตรกรรมฝาผนังชุดรามเกียรติ์ ณ ระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ผนังที่ 69 เหม เวชกร เริ่มต้นการเป็นจิตรกรโดยอาศัยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เมื่อยังเป็นเด็กเขาอยู่ในการดูแลของลุง มรว. แดง ทินกร ผู้เป็นนายช่างใหญ่ที่ทำงานรวมกับนายช่างจากประเทศอิตาลี คาร์โล ริโกลี (Carlo Rigoli)ผู้เขียนจิตรกรรมในโดมของพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งเชื่อว่าคือผู้ที่ปูพื้นฐานงานช่างสไตล์ตะวันตกให้กับเหม การเรียนรู้แบบครูพักลักจำทำให้รู้แบบการทำงานของเขาไม่ตายตัวตามระบบการศึกษาในรั่วของกระศึกษาธิการ รูปแบบการสร้างผลงานมีความพิเศษเฉพาะตัวที่ผสานตะวันออกและตะวันตกเอาไว้ได้อย่างลงตัว โอกาสในการศึกษางานด้านศิลปะของเหมต้องชะงักเมื่อตอนที่เขาต้องแยกจากลุง เดินทางอยู่ในการดูแลของทั้งบิดาและมารดาสลับกัน การเดินทางแม้จะไม่ได้ฝึกฝนด้านงานศิลปะอย่างเป็นกิจลักษณะ ทว่าการออกไปเห็นโลกกว้าง วิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ก็สามารถนำมาสร้างเป็นแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์ผลงานของเขาได้

 

ผลงานชุดมหาภารตะยุทธ์

ลักษณะงานที่โดดเด่นของเขาคงหนีไม่พ้นประเด็นเรื่องการใช้เส้นในการสร้างผลงาน ทั้งในแง่ของมิติ องค์ประกอบ แสงและเงา เหมเลือกใช้เส้นสายในการสร้างแสงเงาควบคู่ไปกับการสร้างรูปทรงเส้นขีดสานไขว้ทับซ้อนกันหลายครั้งเพื่อสร้างน้ำหนักในเงามืด น้ำหนัก แสงเงา ความมืด ความสว่าง ตลอดจนขนาดตัวคนใหญ่เล็กภายในภาพแสดงให้เห็นความเข้าใจในเรื่องหลักทัศนียวิทยาของเหม เรื่องของมุมมองที่ปรากฏในผลงานภาพประกอบแบบ 4ช่อง เราจะพบมุมที่แตกต่างและทันสมัยในยุคสมัยนั้น มุมใกล้ มุมกว้าง แล้วย้อนกลับไปที่มุมใกล้อีกครั้ง สร้างอารมณ์ลุ้นระทึกไปพร้อมกับตัวละครให้แก่ผู้อ่าน การเขียนภาพแบบย้อนแสงก็เช่นกัน เงาร่างสีดำ หรือใบหน้าที่แสดงออกเพียงครึ่งหน้าสร้างอารมณ์และเปิดจินตนาการให้ผู้อ่านได้มากกว่าภาพในมุมทั่วไป ผลงานของเขาไม่ได้โดดเด่นเพียงเรื่องการใช้แสงเงาเท่านั้น ในแง่ของความสมจริงก็โดดเด่นไม่แพ้กัน

ความสมจริงในแง่การสร้างสรรค์ผลงานของเหมไม่ได้หมายถึงเพียงเรื่องของฟิกเกอร์ ลักษณะทางกายภาพของตัวละครเท่านั้น ทว่าหมายรวมไปถึงเรื่องของสภาพแวดล้อม ฉากที่ปรากฏในงาน บรรยากาศที่เกิดขึ้นจากฉากที่เหมจำลองมาจากวิถีชีวิตจริงที่เขาได้เดินทางไปพบเห็นครั้งที่ต้องเดินทางตามพ่อและแม่ และการทำงานที่หลากหลายทั้งที่ท่าเรือ อู่ต่อเรือ ท่าเรือ การดูแลกิจการไร่นา การใช้ชีวิตในช่วงนั้นช่วยสร้างภาพฉากที่สมจริง และเป็นภาพที่ผู้อ่านส่วนใหญ่เคยพบเห็นในชีวิตประจำวันซึ่งช่วยกระตุ้นให้จินตนาการของผู้อ่านได้โลดแล่นจนบางเรื่องเราอาจกำลังสวมบทบาทนั้นอยู่ก็เป็นได้ บรรยากาศที่ดูสมจริงที่เหมใส่เข้าไปในผลงาน แม้บางภาพอาจไม่เหมือนจริงดั่งเช่นศิลปินท่านอื่น แต่เมื่อมองแล้วสามารถทำให้เรานึกย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เราเคยไปยังสถานที่นั้นๆ ได้ และตลอดการสร้างสรรค์ผลงานของเหมการสร้างฉากจากเรื่องราวในชีวิตประจำวันในช่วงยุคนั้นยังถือเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ทางอ้อมให้แก่ผู้อ่านอีกด้วย บางเรื่องก่อนผู้เขียนจะเกิดเมื่อเปิดอ่านดูทำให้พบว่าสิ่งของบางอย่างที่สมัยนี้กลับมานิยมจริงๆ แล้วเป็นของใช้ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยก่อน ความสมจริงในเรื่องกายภาพและฟิกเกอร์ที่กล่าวไปข้างต้น สัดส่วนของร่างกาย ความโค้งมน กล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว คล้ายถอดแบบมาจากศิลปะจากตะวันตก ซึ่งคาดเดากันว่าคือวิชาความรู้ที่เหมได้รับครั้งยังอยูกับนายช่างอิตาเลียน หญิงสาวท่าทางเย้ายวน ความพลิ้วไหวของเครื่องแต่งกายที่ขับเน้นให้เห็นถึงสัดส่วนและเสน่ห์ของหญิงสาว หากเป็นสาวนักรบเขาจะเพิ่มมัดกล้ามเนื้อเผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่ไม่แพ้ผู้ชาย

ผลงานชุด เงาะป่า

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เหมมากที่สุดชิ้นหนึ่งคือ ผลงานชุดผี ที่เขาเป็นทั้งผู้เขียนเรื่องและภาพประกอบเอง เรื่องราวของผีที่เราได้ยินกันมาตั้งแต่เด็ก สิ่งเหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถหาคำตอบได้คือเรื่องลึกลับที่คนทุกยุคสมัยสนใจ เนื้อเรื่องในตอนนั้นยังสร้างความสนุกให้ได้แม้ในยุคปัจจุบัน ภาพประกอบเรื่องผีเราจะเห็นความโปร่งแสงของวิญญาณที่ปรากฏในภาพ การลากเส้นเบาๆ บางๆ ให้ผู้อ่านได้มองทะลุถึงด้านหลังของร่างร่างหนึ่งเพื่อบอกให้ผู้อ่านรู้ว่าตัวละครนี้คือผี นอกจากนี้บางครั้งเหมยังใช้สีหมึกเขียนลงบนกระดาษสีน้ำตาลเพื่อเพิ่มอารมณ์ความหดหู่ ความน่าสะพรึงกลัวได้อย่างน่าสนใจ และในบางครั้งก็นำสัญลักษณ์มาใช้สื่อสารถึงเรื่องของความตาย อาทิ การใช้หัวกะโหลกที่ถูกเผาจนมอดไหม้ท่ามกลางเปลวไฟที่ร้อนระอุ

ผลงานชุด ผี

ภาพชุดสงครามมหาภารตะยุทธ เป็นอีกชุดที่มีความโดดเด่นในแง่ของความถูกต้องด้านสรีระวิทยา โครงสร้าง กล้ามเนื้อและกิริยาท่าทางของม้า ตลอดจนการเคลื่อนไหวที่สง่างามทำให้รู้ว่านอกจากกายภาพของคนแล้วกายภาพของสัตว์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาทำได้ดี แม้จะยังไม่มีเทคโนโลยีภาพเคลื่อนไหวในสมัยนั้นแต่เหมนำเส้นมาสร้างแรงกระเพื่อม เส้นโค้งรอบๆ ตัวม้าที่วิ่งพุ่งไปข้างหน้า แสดงให้เห็นการเคลื่อนไหวของม้าในทิศทางต่างๆ

ผลงานชุดมหาภารตะยุทธ์

อีกหนึ่งผลงานภาพชุด ขุนช้างขุนแผน เทคนิคที่ใช้ในผลงานชุดนี้มีหลายหลากทั้งเส้นปากกา ดินสอ พู่กัน โทนสีขาว ดำ เทา ผู้อ่านคงคุ้นเคยกับเรื่องราวของขุนช้างขุนแผนแล้วเป็นอย่างดี เรามีจินตนาการของเราเพียงแต่ยังไม่เคยวาดจินตนาการเหล่านั้นออกมา เหมทำหน้าที่นั้นได้อย่างสมบูรณ์ เหล่าสาวสวยของขุนแผนได้ออกมาโลดแล่นยั่วยวนผู้อ่านอย่างดึงดูดใจ การแสดงออกสีหน้าท่าทางของบุคคล สื่อถึงสภาวะอารมณ์และบอกผู้อ่านถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในหน้าต่อไป

ผลงายชุด ขุนช้างขุนแผน

ผลงานตลอดชีวิตการทำงานของเหมยังปรากฏให้ผู้อ่านได้พบเห็นอีกมากมาย ทว่าหลายชิ้นงานปรากฏเพียงลายเซ็นแต่ไม่ได้บอกว่าสร้างสรรค์ในช่วงเวลาไหน การจัดลำดับผลงานจึงต้องอาศัยการสังเกตโดยผู้เชี่ยวชาญจากเทคนิคที่พัฒนาขึ้น ฉากที่ปรากฏในผลงาน ความทันสมัยของเนื้อหา แม้เหม เวชกร จะได้ชื่อว่าเป็นจิตรกรมือเทวดา แต่เขาก็เริ่มต้นเส้นทางสายศิลปะจากการเป็นนักวาดภาพประกอบการทำงานในเชิงพาณิชย์ศิลป์ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบันว่านักวาดภาพประกอบนั้นคือศิลปินหรือไม่ ทว่าเมื่อย้อมกลับมาพิจารณาที่คุณค่าของตัวผลงานแล้วคำว่าพาณิชย์ศิลป์ นักวาดภาพประกอบ และศิลปิน คงต้องถูกยกขึ้นมานิยามกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง

 

หมายเหตุ ภาพถ่ายทั้งหมดมาจากหนังสือ หนังสือ 100 ปี เหม เวชกร 2446 – 2546

 

ณ นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

20 มีนาคม – 22 มิถุนายน 2561


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ชอบเดินทาง เขียนได้บ้าง ดื่มได้เยอะกว่า



Back to Top ↑