Events

Published on December 22nd, 2020 | by Piyada Parikamsil

0

IMPERMANENCE by Puvadol

ภาพถ่ายชายผิวกร้านแดด ขอบปากแห้งดำ เผยฟันซี่ห่าง ชวนให้คิดว่าเขากำลังแอบงีบหลับเวลาทำงาน หรือนอนหลับในสถานที่สาธารณะ หรือจะไม่ใช่คนแต่เป็นศพบนท้องถนน ยิ่งกว่านั้นชายคนดังกล่าวคือมนุษย์ หรือเป็นเพียงหุ่นขี้ผึ้ง?

แม้แต่ภาพแม่น้ำสีน้ำตาลโคลนที่คุ้นตา เมื่อจ้องมองนานไปทำให้ยิ่งสงสัยในความลี้ลับ มีอะไรอยู่ในแม่น้ำ? มี message อะไรซ่อนอยู่ในผลงานศิลปะชิ้นนี้? ผลงานภาพถ่ายลึกลับเหล่านี้สร้างสรรค์โดย หน่อง – ภูวดล แสงวิเชียร ผู้ประกอบอาชีพเป็นสถาปนิกและนักออกแบบ เขาทำงานประจำ 18 ปีเต็ม ก่อนที่จะกระโดดออกมา ขับรถจากกรุงเทพฯ มายืนหยุดอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง

แม่น้ำบางปะกง ส่วนหนึ่งในงานนิทรรศการของภูวดล จัดแสดงที่ TARS Gallery ภายใต้ชื่องาน IMPERMANECE จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน – 20 ธันวาคม 2563

ความฝันหรือความจริง ?

ภูวดลตั้งคำถามต่อชีวิตปกติของการเป็นมนุษย์เงินเดือน ที่อาจเป็นความฝันซึ่งถูกเติมแต่งด้วยบริบทของสังคม หากแต่ความเป็นจริงแล้ว ความรักและหลงใหลในงานศิลปะเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจและอยู่ภายใน เรียกร้องให้จิตวิญาณที่ถวิลหามายาวนานนับสิบปีแสดงตัวตนออกผ่านสื่อบางอย่าง สื่อที่ภูวดลเลือกคือ การถ่ายภาพ นั่นต่างหากคือ ‘ความจริง’

ความจริงของการแปรสภาวะความปกติไปสู่ความปกติเสียยิ่งกว่า นั่นคือการแสดงความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง กล้าเผชิญหน้ากับความกลัวและความล้มเหลว ภูวดลตัดสินใจเลือกการทำงานศิลปะให้มาเป็นความปกติของตัวเอง นับแต่ปี 2016 เขาเริ่มถ่ายรูปอย่างจริงจัง เข้าร่วมกลุ่มเวิร์คชอปถ่ายภาพ street photo ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับนิทรรศการ IMPERMANENCE ในปี 2020 เป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งที่ 2 ของภูวดล โดยก่อนหน้านั้นเขาเคยจัดแสดงงาน Broken Dreams ‘นิมิตลวง’ บนพื้นที่ชั้นสองของ Fotoclub BKK ครั้งนั้นเขาใช้กล้องฟิล์มบันทึกภาพสวนสัตว์บนห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า ภูวดลค้นพบอดีตอันรุ่งเรืองผ่านความชำรุดทรุดโทรมของสถานที่ เสมือนความฝันที่แตกสลาย ผลงานดังกล่าวสะท้อนความรู้สึกแปลกประหลาด นำมาซึ่งการพัฒนา Personal Project ในปีต่อมา

กระบวนการสร้างสรรค์ของนักโยนหินถามทาง

ภูดลเล่าว่าเขามักใช้วิธีโยนหินถามทาง ไม่กำหนดแผนการหรือคอนเซปท์ที่ตายตัว แต่เอาตัวเองเข้าไปสัมผัสกับพื้นที่และผู้คน เมื่อเจอเหตุการณ์หรือ scene บางอย่างที่สร้างแรงกระเพื่อมต่อตัวเองแล้ว เขาจะใช้วิธีการเดินทางไปเก็บภาพในสถานที่เดิม “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” นี่คือกระบวนการทำงานของเขา การมองวัตถุจากระยะไกล จนเข้ามาใกล้ที่สุดในระยะประชิดที่ใกล้มากๆ เพื่อใช้สายตาในการมองเห็นและซึมซับบรรยากาศ “ซ้ำแล้วซ้ำอีก” เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กระทบใจ เขาจึงกดชัตเตอร์บันทึกภาพ ยิ่งถ่ายภาพเหล่านั้นมากเท่าไหร่ โครงเรื่องหรือตัวตนของศิลปินจะยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับนิทรรศการในครั้งนี้ที่เกิดขึ้นจากการได้ยินข่าวคนกระโดดน้ำตายที่แม่น้ำบางปะกง ที่ลือกันว่ามีคนมาฆ่าตัวตายกันเป็นประจำ ความเชื่อที่หาข้อพิสูจน์ไม่ได้นี้ ทำให้ภูวดลออกเดินทางไปยืนกลางสะพานฯ และจ้องมองแม่น้ำบางปะกง

“ลือวิญญาณหลอน สะพานบางปะกง
ปี 2549 พบศพหญิงสาวลอยน้ำอยู่ในแม่น้ำบางปะกง
ชาวบ้านลือเห็นวิญญาณนั่งอนู่บนราวสะพานและยืนโบกรถที่จุดกลับรถใต้สะพาน”

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดวาอาราม เจ้าที่เจ้าทาง ศาลเจ้า องค์เทพ คือ object ที่ภูวดลกำลังให้ความสนใจ อย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนผ่านนิทรรศการชุดนี้ นอกเหนือจากเรื่องราวเหล่านี้แล้ว ความน่าสนใจในนิทรรศการที่จัดขึ้นที่ TARS Gallery คือ การติดตั้งงานที่จงใจไม่ใส่ caption มีเพียง QR code สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านข้อมูลเกี่ยวกับนิทรรศการ

เรียกได้ว่าทั้งศิลปินและเจ้าของแกลเลอรี (คุณปิแอร์) ต้องการเปิดพื้นที่ทางความคิดให้ผู้ชมได้จินตนาการ โดยไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องราวที่จะเข้ามาครอบงำ หากแต่ความสงสัยและการเกิดคำถามระหว่างการเดินชมงาน อาจทำให้เราคิดหาคำตอบด้วยตัวเองซึ่งอาจเป็นเรื่องเดียวกันหรือแตกต่างจากศิลปินโดยสิ้นเชิง

แม้ผลงานในชุด IMPERMANENCE จะเป็นภาพระนาบสองมิติ แต่ความลึกลับกำกวมนี้กำลังสร้างบทสนทนาระหว่างผู้ชม ที่หากได้เข้าไปในสถานที่จัดแสดง จะมอบประสบการณ์อีกรูปแบบหนึ่ง ทั้งในเรื่องของขนาดภาพ ระยะความห่างของชิ้นงาน ไซส์ภาพที่จงใจขยายใหญ่ หรือย่นย่อให้เล็กจิ๋ว รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ล้วนตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ชมได้รับความรู้สึกที่ศิลปินต้องการถ่ายทอด

Puvadol Saengvichien, a Thai artist, and Pierre Béchon, the founder of TARS Gallery which opened on 28 November 2015 in the Sukhumvit neighborhood.

นิทรรศการ IMPERMANENCE ได้จบลงไปแล้วในเดือนธันวาคม ใครที่พลาดไปชมงานอย่าเพิ่งเสียดาย เพราะภูวดลกำลังทำงานชุดใหม่ ภายใต้แนวคิดกึ่งหลับกึ่งตื่น กึ่งความจริงกึ่งความฝัน ภาพเมืองพัทยาที่สะท้อนความปวดร้าวที่ได้รับมาจากแรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจและสังคม โปรดติดตาม Lost in the wind นิทรรศการชุดใหม่ของเขาเร็วๆ นี้้

Tags: , , , , , , , ,


About the Author

Piyada Parikamsil



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives