Events

Published on March 21st, 2021 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

In the dream I look out to see only the stars by Rungruang Sittirerk

เมื่อพูดถึงคำว่า แรงงาน เรามักคิดถึงเพียงแรงงานก่อสร้าง กรรมกร หรือกลุ่มคนที่ใช้กำลังทำงานหนักเพื่อเลี้ยงชีพกับค่าแรงรายวันขั้นต่ำ ทว่าความหมายของแรงงานจริงๆ หมายถึงทุกคนที่ได้รับค่าแรงจากการทำงานในระบบโดยไม่ได้แบ่งชนชั้นว่าจะเป็นแรงงานชั้นไหน ความเหลื่อมล้ำแรกเปิดเผยผ่านคำเรียกและนิยามที่เรายัดเยียดให้

In the dream I look out to see the star ชื่องานนิทรรศการมาจากท่อนหนึ่งของภาพยนตร์สัญชาติกัมพูชา DIMOUND Islands ที่นำเสนอเรื่องราวของกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ทำการก่อสร้างอยู่ที่ “เกาะเพชร” แหล่งอุตสาหกรรมใหม่ของกัมพูชา พื้นที่เกาะถูกจับจองและลงทุนโดยนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาแสวงผลประโยชน์ ช่วงหนึ่งของภาพยนตร์เปิดเผยให้เห็นแสงของความหวังผ่านฉากดาวตกที่ตัวละครหลักต่างเฝ้าอธิฐานถึงบางสิ่งที่ดีกว่าเดิม ความเชื่อเรื่องดาวตกยังคงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างหนึ่ง ความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นผลักดันให้คนกลุ่มนี้เดินทางเข้าเมืองใหญ่

การล้นทะลักเข้าเมืองเพื่อหางานหรือคุณภาพชีวิตที่ดีกว่ายังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยังไม่อาจแก้ไขได้ความเจริญที่กระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่กับคนบางกลุ่ม ผลักดันให้กลุ่มผู้ที่มีโอกาสน้อยเดินทางเข้ามา แม้จะมีงานมีรายได้ แต่เมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่ารายได้พื้นฐานที่ได้ยังคงสวนทางกับค่าครองชีพที่นับวันจะยิ่งสูงขึ้น เมื่อครั้งเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 จะเห็นว่ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบชัดเจนกว่ากลุ่มอื่น ข่าวนำเสนอเรื่องราวของนายทุนผู้ล้มละลายแต่เมื่อเวลาผ่านไปก็สามารถกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง ทว่าเรื่องราวการล้มของคนอีกกลุ่มกลับไม่ถูกนำเสนอ รุ่งเรือง สร้างผลงานชุดนี้จากวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งในครั้งนั้นที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับครอบครัวของเขาที่ประกอบอาชีพช่างก่อสร้าง การเดินทางกลับบ้านเกิดทั้งที่ไม่เหลืออะไรติดมือกลับไป ทั้งยังพ่วงโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการทำงานหนัก สร้างความเจ็บปวดให้แก่ครอบครัวเขาเป็นอย่างมาก ผลพวงจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เขาต้องเดินทางโยกย้ายไปอยู่อาศัยกับญาติพี่น้องคนอื่นๆ การย้ายถิ่นสร้างความรู้สึกถึงการเป็นคนนอกให้เขาตลอดมา

รุ่งเรืองสนใจเรื่องของแรงงานจากสภาวะภายในที่เกิดขึ้นโดยตรงกับเขา เฝ้ามองหาสิ่งที่หลงเหลืออยู่ภายใต้โครงสร้างทางสังคมที่ยิ่งใหญ่นี้ การมองหาหน่วยย่อยที่ขับเคลื่อนให้โครงสร้างสังคมเดินหน้าทำให้เขาค้นพบว่า แรงงานที่เรามองข้ามคือฟันเฟืองสำคัญ ผลงานช่วงแรกเริ่มต้นจากการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับแรงงานเหล่านั้นโดยตรง นำเสนอเรื่องราวออกมาอย่างตรงไปตรงมาผ่านบุคคลต้นเรื่อง ใช้เสียงของพวกเขาเพื่อให้พวกเราได้ยิน ผลงานชุดต่อมาเขามองลึกลงไปอีกระยะชั้นหนึ่ง แรงงานที่วันหนึ่งเมื่อไม่มีงานก็ต้องโยกย้าย เมื่อเขากลับไปที่จุดเดิมและพบว่าบุคคลเหล่านั้นหายไปแล้ว ทำให้เขาต้องกลับมาคิดอีกครั้งว่า แล้วอะไรคือสิ่งที่เหลืออยู่

สิ่งที่เหลืออยู่? เมื่อคนหนึ่งจากไปสิ่งที่เหลืออยู่คือความทรงจำของคนนั้นกับบุคคลรอบข้าง แต่อะไรจะสื่อสารได้เป็นรูปธรรมมากกว่าความทรงจำได้หล่ะ? รุ่งเรืองออกเดินทางอีกครั้งเพื่อสำรวจสิ่งที่หลงเหลืออยู่ผ่านสถานที่ที่คนเหล่านั้นเคยพักอาศัย พื้นที่ตลาดคลองเตย และพื้นที่แยกกีบหมู คือสองพื้นที่ที่เขาให้ความสนใจ หลังตลาดคลองเตยเมื่อสืบค้นไปเรื่อยๆ จึงพบความเชื่อมโยงที่ครั้งหนึ่งพ่อแม่ของเขาเคยเข้ามาใช้บริการพื้นที่แห่งนี้เหมือนแรงงานอีกหลายคน เป็นแหล่งรวมที่พักอาศัยของกลุ่มแรงงานจากหลากหลายประเทศ อีกพื้นที่หนึ่งคือบริเวณแยกกีบหมู มีนบุรี พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ตอนเช้าจะคึกคักเป็นพิเศษเมื่อเหล่าแรงงานข้ามชาติเดินทางมาถึง ทุกคนยืนรอคอยเสียงเรียกอย่างมีความหวัง “ต้องการช่างเทปูน” ใครที่สามารถเทปูน ทำงานปูนได้ ก็จะยกขบวนขึ้นรถคันนั้นและเดินทางออกไป รุ่งเรืองเฝ้ามองทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ความเคลื่อนไหวที่ผ่านไปเพิ่งนิ่งสงบลง เมื่อแรงงานเดินทางออกไปหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือเศษขยะ เมื่อคนเดินทางต่อไปสิ่งที่หลงเหลือไว้ให้รู้ว่าครั้งหนึ่งยังมีแรงงานอยู่ที่นี้ก็คือ “ขยะ”

เขาจึงเลือกนำเสนอนิยามของแรงงานผ่าน “ขยะ”อาทิ สิ่งของเหลือทิ้ง ทั้งกองขยะ ผงถ่าน หรือแม้กระทั่งรูปถ่ายที่ถูกคัดทิ้งเพราะความไม่ชัดเจน ภาพถ่ายที่ไม่ชัดเจนถูกนำเสนอผ่านภาพวาดดรออิ้งที่วาดจากผงถ่านที่เจอในกองขยะ การลดทอนรายละเอียดและเปลี่ยนเทคนิคการนำเสนอก็เพื่อสร้างความหมายใหม่ให้แก่สิ่งเหล่านี้ ทั้งภาพวาดที่ฉากหลังเป็นภูเขาในอำเภอเชียงดาว บ้านเกิดของเขากับฉากด้านหน้าที่เป็นแท่งเหล็กของเสาเข็มต้นใหญ่ที่แสดงถึงการเริ่มต้น ทั้งสองสิ่งซ้อนทับกันอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แสดงออกถึงการเดินทางออกจากที่หนี่งเพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่ ชิ้นส่วนดินเผาที่บรรจุอยู่ในลูกกรงเหล็กทรงกลมตั้งท้าทายสายตาผู้ชมอยู่กลางห้องจัดแสดง ดินเผาเหล่านี้สร้างขึ้นโดยใช้รูปทรงจากสิ่งของที่ถูกทิ้งเป็นวัตถุต้นแบบ ทั้งขวดเครื่องดื่มชูกำลัง กล่องนม และลูกตะกร้อ เป็นต้น ซึ่งความหมายแฝงอีกอย่างที่ต้องการสื่อสารปรากฎผ่านลูกตะกร้อที่ถือได้ว่าเป็นกีฬาประจำพื้นที่ของแคมป์คนงาน ทว่าตะกร้อยังเป็นกีฬาของเด็กๆ ที่อยู่ต่างจังหวัด ความผ่อนคลายจากการทำงานของแรงงานกับความสนุกสนามของชีวิตที่ต่างจังหวัด กำลังส่งคำถามถึงเราว่าคุณภาพชีวิตที่เผชิญอยู่ทุกวันนี้มันถูกต้อง เพียงพอแล้วหรือยัง?

สิ่งที่ถูกทิ้งไว้และคนที่เราหลงลืม ถูกนำเสนอผ่านผลงานศิลปะติดตั้งในพื้นที่ห้องแสดงงานเพื่อกลับมาบังคับให้ผู้ที่เดินเข้าไป (ที่อาจไม่ได้นิยามว่าตัวเองเป็นแรงงาน) ได้พินิจพิเคราะห์ ตีความ หาความหมาย และชื่นชมกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมองข้ามและละทิ้ง เสมือนกับการนำเรื่องของแรงงานที่ถูกมองข้ามกลับมาบังคับให้สังคมได้มองมันในอีกรูปแบบหนึ่ง สารที่เปลี่ยนไปอาจกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือช่วยลดช่องว่างของความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นในจิตใจผู้คน


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives