Events

Published on October 28th, 2020 | by Panupong Jitthos

0

In the mi(d)st of pale breathe

ในกระแสธารของกาลเวลาที่อัดแน่นไปด้วยปรากฏการณ์ เหตุการณ์ และเรื่องราว บางเรื่องอาศัยหน่วยของเวลาที่ยาวนาน บางเรื่องอาศัยหน่วยเวลาเพียงเสี้ยววินาที ไปจนถึงหน่วยเวลาที่เล็กที่สุดอย่าง เซปโตวินาที (Zeptosecond) ในหน่วยเวลาเหล่านั้น เรากลับสามารถผลิตซ้ำ (reproductive) สภาวะนามธรรมและความหมายจากเหตุการณ์เหล่านั้นได้อีกครั้ง เพื่อขยายไปสู่พรหมแดนอื่นผ่านเครื่องมือในการก่อร่างสร้างมันขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูป ดินสอ คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ จนในที่สุด มันอาจกลายเป็นความล้นเกินของเรื่องราวที่ยังคงหมุนเวียนและหล่อเลี้ยงผู้สร้างสำเนาของมันขึ้นมา

เหตุการณ์จำนวนมากในกระแสธารแห่งกาลเวลา จึงไม่ต่างกับแหล่งบ่มเพาะหัวเชื้อชั้นดีของสภาวะนามธรรมที่หลากหลายและซับซ้อน อันเกิดจากการรับรู้และให้ความหมายด้วยตัวเรา ทั้งที่ความจริงปรากฏการณ์เหล่านั้นควรเป็นอิสระ ไร้การครอบครองและลื่นไหลไปตามเวลา ไม่ว่าเหตุการณ์เหล่านั้นจะเป็นกรรมสิทธิ์ทางกายภาพของคน สัตว์ สิ่งของ ไปจนถึงธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของจักรวาล   

นิทรรศการภาพถ่ายร่วมสมัย In the mi(d)st of pale breatheของ วิริยะ โชติปัญญาวิสุทธิ์ จัดแสดงที่ Gallery VER ระหว่างวันที่ 12 กันยายน ถึง 24 ตุลาคม 2563 นิทรรศการนำเสนอเหตุการณ์ในกระแสธารแห่งกาลเวลา ที่บอกเล่าเรื่องราวความเรียบง่ายจากเหตุการณ์รอบตัว สิ่งละอันพันละน้อยที่เราไม่ทันสังเกต หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ด้วยมุมมองที่ดูงดงาม เรียบง่ายและลึกลับ ทว่าปรากฏการณ์และเหตุการณ์ในภาพถ่ายกลับซุกซ่อนไปด้วยเงื่อนงำปัญหาเชิงกายภาพของเมืองและสิ่งแวดล้อมของประเทศกำลังพัฒนา ราวกับความงดงามของผิวน้ำในทะเลสาบที่ข้างใต้หมักหมมไปด้วยขยะและเรื่องราวปริศนา

ศิลปินยังมีการจัดการพื้นที่แกลเลอรี ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่กับชิ้นงาน การทำให้พื้นที่แสดงนิทรรศการตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยความมืดสลัว และการใช้แสงจากหลอดไฟด้านบนส่องมายังผลงาน จนเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ขอบรอบนอก เกิดเป็นแสงสีน้ำเงิน ชมพูและสีส้ม ทำให้ภาพถ่ายดูโดดเด่นและยกตัวขึ้นมาเหนือความมืดเหมือนดาวเคราะห์ที่ได้รับแสงสว่างจากดาวกฤษ์ (ดวงอาทิตย์) ขณะเดียวกันบรรยากาศภายในก็เคล้าคลอไปด้วยเสียงบรรเลงดนตรีจากห้องฉายวิดีโอสั้น ชื่อ Garden surrounding 2016 – 2020 ที่ศิลปินทำงานร่วมกับ Sound Design 

ความสัมพันธ์ระหว่างแสง วัตถุ เรื่องราวและปรากฏการณ์ เป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้ภาพถ่ายของวิริยะแสดงออกถึงความเงียบงันและสงบลึก เป็นสภาวะนามธรรมที่สัมผัสได้ในระยะเวลาสั้นๆ และหากผู้ชมอาศัย ‘เวลา’ ที่มากขึ้น ไวยากรณ์หรือองค์ประกอบหลักทั้งหมดจะค่อยๆ ทำงาน และเผยเรื่องราวความหมายในพื้นที่เฉพาะการตีความของผู้ชม  

เช่นเดียวกับที่ผู้เขียนสัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายและธรรมดาสามัญในผลงาน centre of reflection 2019 (ภาพล่าง) แสดงให้เห็นหนังยางรัดถุงแกงที่ลอยอยู่บนผิวน้ำที่พบเห็นอยู่ทั่วไป ทว่าหากอาศัยเวลาในการชมมากขึ้น กลับเห็นถึงความสัมพันธ์ทางปรากฏการณ์โดย ‘บังเอิญ’ และไร้บทบาทร่วมของมนุษย์มากที่สุด หรือถูกละทิ้งและปลดเปลื้องออกจากกิจกรรมของมนุษย์เพราะไร้ประโยชน์ ขณะเดียวกัน วัตถุเหล่านั้นกลับทิ้งร่องรอยและสร้างเรื่องราวใหม่ขึ้นมา แปรเปลี่ยนสู่สภาวะนามธรรมใหม่ตามกระแสธารของกาลเวลา สู่ความหมายที่ว่างเปล่า เงียบงัน และสูญสิ้นไปโดยปริยาย  

เนื้อหาในภาพถ่ายของวิริยะมักตัดขาดจากสิ่งรบกวน หลงเหลือเพียงรูปทรงและวัตถุเรื่องราวที่จำเป็นต่อการนำเสนอและแสดงออกถึงความงดงามอย่างเรียบง่าย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากมุมมอง การเลือกนำเสนอปรากฏการณ์ และเทคนิคการถ่ายภาพระยะใกล้ และการถ่ายให้เห็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ดูเป็นเอกเทศ หรือปราศจากสิ่งรบกวน จนไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเนื้อหาเหล่านั้นคืออะไร อยู่ ณ สถานที่ใด ตัวอย่างเช่นผลงาน Fuel Spills#1 และ Fuel Spills#2 (ภาพล่าง) ภาพถ่ายสองชิ้นฉายให้เห็นผืนผิวน้ำสงบนิ่งสะท้อนสีรุ้งอันบางเบา ทว่ามันกลับเป็นภาพสะท้อนของคราบน้ำมันในลำคลองแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ทำให้เราเห็นว่าศิลปินหยิบจับเหตุการณ์ และปรากฏการณ์ที่บกพร่องของสภาพความเป็นเมืองด้วยมุมมองการถ่ายภาพ ที่นำเสนอความเรียบง่ายและงดงามได้อย่างน่าสนใจ

ผลงานภาพถ่ายของวิริยะจึงอาศัยเวลาในการเดินเรื่องและหาความหมาย ถึงแม้ผลงานภาพถ่ายบางชิ้นของเขาจะใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม แต่เวลา ณ วินาทีนั้นก็ไม่ได้หลุดรอดเข้ามาในภาพถ่าย กล่าวคือ ไม่มีกาลเวลาในภาพถ่าย มีเพียงผู้ชมที่อาศัยเวลาตามโลกแห่งความจริง ในการอ่านสำเนาและร่องรอยที่กาลเวลาทิ้งเอาไว้ เวลาจึงไม่เคยหยุดนิ่งดั่งที่ภาพถ่ายได้กระทำ มันเป็นเพียงสิ่งที่นำพาปรากฏการณ์ เรื่องราวและอื่น ๆ ผ่านพบมาให้มนุษย์มองเห็นและสัมผัส หรือบันทึกไว้ด้วยกล้องถ่ายรูปเท่านั้น ไม่นานปรากฏการณ์ตรงหน้าก็มลายหายสูญไปตามการเลื่อนไหลของมัน เช่นเดียวกับที่เราเห็นรถคันหนึ่งวิ่งผ่านถนนเท่านั้น โดยมีเราเป็นผู้ให้ความหมายกับสิ่งเหล่านั้น   


About the Author

Panupong Jitthos



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives