Events

Published on March 6th, 2018 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

INSPIRO

INSPIRO

สุรพงศ์ สุทัศน์ ณ อยุธยา

10 กุมภาพันธ์ – 11 มีนาคม 2561

ที่ ศุภโชค ดิอาร์ต เซนเตอร์

มนุษย์เรามักมีความคิดว่าปัญหาของเราคือปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การมองหาทางออกหรือทางแก้ไขจึงเป็นเรื่องยากจนเกินกว่าจะหาได้ ทว่าเมื่อมีสติและเริ่มพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วกลับพบว่าทุกสิ่งอย่างบนโลกล้วนมีทางออกของตัวเอง ปัญหาที่เราคิดว่าหนักเมื่อมองรอบข้างอาจพบคนที่ลำบากกว่าเรา และโดยสัญชาตญาณเราจะย้อนกลับมาทบทวนและพบว่าปัญหาที่เราเจอนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับคนกลุ่มนี้ แมน สุรพงศ์ สุทัศน์ ณ อยุธยา คือชายหนุ่มผู้เจอวิกฤตปัญหาและพยายามพิจารณาสิ่งรอบข้างหาข้อดีของสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ค้นหาว่าใครที่มีความพยายาม ความอดทน ความไม่หนีปัญหาและความขยัน 4 สิ่งที่เขาคิดว่าหากค้นพบบุคคลที่มีครบจะจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เขาเผชิญอยู่ได้ และเมื่อได้หยุดคิดก็พบว่าบุคคลกลุ่มนั้นที่ตามหาแท้จริงแล้วอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด กรรมาชีพ หรือ กรรมกร คือกลลุ่มคนที่ถูกมองข้ามทว่าในความเป็นจริงกลับมาความสำคัญอย่างยิ่งต่อชุมชน

กรรมาชีพ หรือ กรรมกร กลุ่มคนชายขอบที่กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ของสังคม พวกเขาเหล่านั้นต่างตากแดดตากฝนก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตนเองแม้จะไม่มีผู้ใดมองเห็นค่า ความพยายามในการหาเลี้ยงชีพแม้จะเผชิญกับคำดูถูกทำให้แมนเกิดความสนใจในกระบวนการจัดการความคิดของคนกลุ่มนี้ เมื่อได้ลงพื้นที่ไปคลุกคลีกลับพบว่าสิ่งที่เราคิดว่าพวกเขาต้องเป็นแท้จริงแล้วกลับไม่ใช่ ความรู้สึกที่ว่ากลุ่มคนทำงานก่อสร้างต้องเป็นคนที่ใช้แต่ความรุนแรง หน้าตาน่ากลัว และไม่เป็นมิตร แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกกลุ่มคนไม่ว่าจะชนชั้นไหนต่างประกอบไปด้วยบุคคลประเภทดังกล่าวทั้งสิ้น เมื่อด้านร้ายได้ถูกกำหนดโดยคนนอกแล้วการนำเสนอด้านดีจึงเป็นหน้าที่ของศิลปินที่แก้ไขข้อผิดพลาดในการรับรู้ของคนทั่วไปให้ถูกต้อง

ผลงานของแมนเริ่มต้นจากนำจินตนาการของคนทั่วไปต่อกรรมกรมาปรับเปลี่ยนเสริมจุดเด่น อาทิ ในเรื่องของกล้ามเนื้อที่เรามีชุดความคิดว่ากรรมกรจะต้องเป็นคนที่แข็งแรง ศิลปินเสริมกล้ามเนื้อให้ดูบึกบึนกว่าความเป็นจริง มัดกล้ามที่ใหญ่เกินกว่าลักษณะทั่วไปทางกายภาพไม่ได้เกิดจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความหนักหนาที่ได้รับจากคำพูดและคำดูถูกของคนรอบข้าง แม้งานที่ทำจะทำให้ร่างกายต้องปรับเพื่อทนรับกับความเจ็บปวดแล้ว แต่ด้านของจิตใจที่ต้องปรับเพื่อเข้มแข็งรับกับสิ่งกระทบภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ มัดกล้ามเนื้อที่ปรากฏจึงไม่ได้เกิดจากการใช้พละกำลังทางกายอย่างเดียว แต่เกิดการจากใช้พละกำลังทางจิตใจด้วย เมื่อความเจ็บปวดเข้ามากระทบนานวันเข้า มนุษย์เราก็ต้องปรับตัวเพื่อตอบรับความเจ็บปวดนั้นซึ่งเป็นสัญชาตญาณเพื่อความอยู่รอดที่มีอยู่ในตัว เมื่อเจ็บมากก็จะยิ่งเข้มแข็งมาก มัดกล้ามจึงยิ่งใหญ่ขึ้น นอกจากกล้ามเนื้อแล้วอวัยวะอย่างมือและเท้ายังมีขนาดที่ใหญ่และนิ้วที่มากกว่าคนทั่วไป สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แสดงถึงความบกพร่องทางร่างกาย แต่สื่อสารถึงงานที่ทำที่มีมากกว่าคนทั่วไป

นอกจากกล้ามเนื้อและนิ้วมือนิ้วเท้าที่เป็นเอกลักษณ์ในงานของแมนแล้ว อุปกรณ์เครื่องมืองานช่างก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยเสริมให้เราทราบว่าต้นแบบของเรากำลังทำหน้าที่อะไร ในนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก HERO (2558) แมนใช้บุคคลจริงมาเป็นต้นแบบในการวาดบางส่วน แต่ในครั้งนี้เขาเลือกนำลักษณะเด่นของนายช่างแต่ละตำแหน่งมาผสมผสานให้กลายเป็นภาพผลงาน อุปกรณ์ช่างต่างๆ ถูกเสริมแต่งให้บ่งบอกหน้าที่ชัดเจนขึ้น และในงานเราจะพบช่างทาสีมากกว่าช่างประเภทอื่นเนื่องด้วยการสร้างผลงานด้วยสีของช่างกลุ่มนี้ทำให้เขานึกถึงตัวเองที่เป็นศิลปินจับแปรงทาสีเช่นกัน การเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้างและเริ่มพูดคุยนอกจากจะได้รู้จักกันมากขึ้นบางครั้งยังได้รับความรู้แบบใหม่ เทคนิคการทาสีอย่างไรให้เรียบเนียนบางครั้งก็สามารถนำมาปรับใช้กับงานของเขาได้

ผลงานภาพวาดไม่ได้มีเพียงภาพกรรมกรหน้าเข้มกับอุปกรณ์ช่างครบชุดเท่านั้น นิทรรศการครั้งนี้แมนยังนำโครงสร้างหลักของกรรมกรมาสวมเครื่องแบบนักรบของชาติต่างๆ อาทิ จีน ญี่ปุ่น ไทย แอฟริกา อินเดียแดง อียิปต์ และยุโรป ผลต่อเนื่องจากงานชุด HERO ที่นิยามว่ากรรมกรแท้จริงแล้วก็คือฮีโร่ที่ช่วยเราสร้างที่อยู่อาศัยที่เรามีอยู่ และเมื่อกล่าวถึงฮีโร่คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงนักรบในประเทศของตัวเอง แมนจึงนำชุดเครื่องแบบเหล่านั้นมาสวมทับตัวละครของเข แต่ดัดแปรงดาบ ธนู ปืน ให้เป็นอุปกรณ์ช่าง ที่เมื่อดูแล้วก็มีความน่าเกรงขามไม่แพ้อาวุธที่ใช้ออกรบ

ผลงานอีกสองชุดที่เหลือคืองานประติกรรมและการจัดวาง ผลงานประติมากรรมศีรษะทั้ง 6 ชุดเริ่มต้นมาจากคำถามที่ว่าอนุสาวรีย์ที่เราเห็นนั้นจำเป็นต้องเป็นภาพของบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักทั่วไปหรือไม่ หรือเพียงแค่บุคคลนั้นเป็นคนที่เราเคารพนับถือ สร้างประโยชน์สำหรับเราเท่านั้นก็เพียงพอ และเมื่อเดินทางหาคำตอบเขาก็พบว่ามีอนุสาวรีย์หลายชิ้นที่เขาเองก็ไม่รู้จักว่าคือใคร ฉะนั้นคำตอบก็คือเขาสามารถสร้างใครก็ได้ที่น่าเคารพและสร้างประโยชน์ที่ส่งผลต่อตัวเขาเอง ศีรษะของบุคคลทั่วไปจึงเกิดขึ้น รูปทรง กล้ามเนื้อยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปินไว้ การเลือกใช้ปูนซีเมนส์มาเป็นวัสดุหลักในการสร้างคือการนำส่วนหนึ่งของงานก่อสร้างมาเสริมให้สื่อถึงกรรมกรได้ชัดเจนขึ้น และการใช้ปูนซีเมนส์คือการนำศิลปะการปั้นปูนสดกลับมาใช้ เนื้อสัมผัสครั้งแรก การปาดตามความรู้สึกที่ส่งลงไปถูกบันทึกไว้เป็นร่องรอยเพื่อให้นึกถึงสิ่งที่กระตุ้นให้เขาสร้างผลงานแต่ละชิ้นขึ้นมา

งานจัดวางหรืออาจจะเรียกว่าประติมากรรมจัดวาง สร้างจากสิ่งพื้นฐานที่พื้นที่ก่อสร้าง ทราย และ ปูน ทรายถูกจัดเป็นกองกระจายบนพื้นห้องจัดแสดง ปูนถูกนำมาปั้นสดอีกครั้งแต่มาในรูปทรงที่ต่างกันออกไป โดยหลักๆ ประกอบด้วย มือ หมวกก่อสร้าง และรูปทรงอิสระ มือมีทั้งทั้งลอยตัว กำลังลอยตัว และอยู่บนพื้น ทั้ง 3 ระดับ หรืออาจจะมากกว่านั้นคือประสบการณ์ที่ต่างกัน ประสบการณ์ที่มากขึ้นมือก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นและสามารถลอยตัวได้สูงขึ้น บางมือกำลังช่วยดึงอีกมือหนึ่งขึ้นจากพื้นสื่อถึงความช่วยเหลือเกื้อกูลที่เกิดขึ้นในกลุ่ม ในส่วนของหมวกมีการจัดวางไล่ลำดับสูงต่ำไม่เท่ากันเช่นเดียวกับมือ และรูปทรงอิสระคือส่วนที่กำลังเรียนรู้และเริ่มพัฒนา

ผลงานทั้งหมดในเรื่องราวของชนชั้นกรรมาชีพยังคงตอบสนองและเติมเต็มความต้องการของศิลปิน ทว่าเมื่อถามถึงแนวทางในอนาคตกลับยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน การเดินทางไปยังที่ต่างๆ เพื่อร่วมงานศิลปะกับศิลปินท่านอื่นๆ ทั่วโลกยังคงเปิดประสบการณ์ใหม่ให้เขาเสมอ การเดินทางหลายครั้งถูกนำมาสร้างผลงานในชุดนี้ และการเดินทางในอนาคตอาจสร้างผลงานในแนวทางอื่นก็เป็นได้


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ชอบเดินทาง เขียนได้บ้าง ดื่มได้เยอะกว่า



Back to Top ↑