Fine Art

Published on April 3rd, 2018 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

Marina Abramović

 

Installation view of Marina Abramović’s performance The Artist Is Present at The Museum of Modern Art, 2010. Photo by Scott Rudd. For her longest solo piece to date, Abramović will sit in silence at a table in the Museum’s Donald B. and Catherine C. Marron Atrium during public hours, passively inviting visitors to take the seat across from her for as long as they choose within the timeframe of the Museum’s hours of operation. Although she will not respond, participation by Museum visitors completes the piece and allows them to have a personal experience with the artist and the artwork. © 2010 Marina Abramović. Courtesy the artist and Sean Kelly Gallery/Artists Rights Society (ARS), New York

 

บทความหลายๆ ฉบับที่ผ่านมา ผมมักจะเล่าถึงนิทรรศการแปลกๆ หรือบางครั้งก็เป็นผลงานศิลปะชุดใหม่ล่าสุดของศิลปิน ที่สะท้อนให้เห็นถึงความน่าตื่นตาตื่นใจ กระแสความเปลี่ยนแปลง รสนิยมและทัศนคติของศิลปะร่วมสมัยในโลกตะวันตก แต่ครั้งนี้ผมขออนุญาตเปลี่ยนบรรยากาศมาเล่าถึงนิทรรศการแสดงผลงานย้อนหลังของศิลปินกันบ้าง โดยเป็นนิทรรศการของMarina Abramovićศิลปินหญิงชาวยูโกสลาเวียซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1960จากผลงานลักษณะการแสดง (Performance Art)และการบันทึกภาพผลงานด้วยเทคนิคภาพถ่าย ภาพยนตร์ และวีดีโอ เธอเป็นศิลปินยุคบุกเบิกที่ริเริ่มใช้ “การแสดง”มาเป็นองค์ประกอบหลักของผลงานศิลปะ…ถึงแม้ว่าผลงานที่นำมาจัดแสดงในห้องนิทรรศการหมุนเวียนของพิพิธภัณฑ์ MOMA (Museum of Modern Art) บางชิ้นจะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเมื่อสามสิบปีที่แล้ว หากแนวความคิดตลอดจนเทคนิคการนำเสนอล้วนแล้วแต่ยังดูทันสมัย ผลงานหลายชิ้นมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ให้อิทธิพลต่อศิลปินยุคหลังอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือศิลปินท่านนี้ยังไม่ได้หยุดทำงาน เธอยังนำเสนอผลงานศิลปะชิ้นใหม่ๆ ออกมาสร้างสีสันและความเคลื่อนไหวให้กับวงการศิลปะจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงผลงานล่าสุดชื่อ The Artist Is Present ซึ่งถูกใช้เป็นชื่อของนิทรรศการครั้งนี้ด้วย

Installation view of Marina Abramović’s performance The Artist Is Present at The Museum of Modern Art, 2010. Photo by Scott Rudd. For her longest solo piece to date, Abramović will sit in silence at a table in the Museum’s Donald B. and Catherine C. Marron Atrium during public hours, passively inviting visitors to take the seat across from her for as long as they choose within the timeframe of the Museum’s hours of operation. Although she will not respond, participation by Museum visitors completes the piece and allows them to have a personal experience with the artist and the artwork. © 2010 Marina Abramović. Courtesy the artist and Sean Kelly Gallery/Artists Rights Society (ARS), New York

The Artist Is Presentเป็นผลงานชิ้นล่าสุดในปี 2010ถูกจัดแสดงในบริเวณโถงกลางขนาดใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเมื่อผู้ชมเดินเข้ามาในตัวอาคารจะต้องเห็นผลงานชิ้นนี้เป็นอันดับแรก ในพื้นที่อันกว้างขวางมีเพียงชุดโต๊ะไม้และเก้าอี้สองตัวตั้งอยู่ตรงกลาง ศิลปินนั่งบนเก้าอี้ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ชมอาสาผลัดเปลี่ยนเข้าไปนั่งนิ่งๆ หันหน้าเข้าหากัน จนกว่าจะหมดเวลาตามที่ผู้ชมได้กำหนดไว้ด้วยตัวเอง บางคนนั่งสิบนาทีแต่บางคนอาจจะนั่งนานเป็นชั่วโมงก็ได้ ไม่มีบทสนทนา ไม่มีรอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะ สภาวะที่แทบจะไม่มีสิ่งใดขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวทำให้ดูคล้ายกับเวลาภายในห้องแสดงผลงานถูกทำให้หยุดนิ่ง ตัวศิลปินและอาสาสมัครกลายสภาพเป็นเหมือนผลงานประติมากรรม ร่างกายของมนุษย์ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นวัตถุสิ่งของไร้ชีวิตจิตใจ ทั้งนี้แนวความคิดในการพิสูจน์ขีดจำกัดความอดทนและสภาวะที่ต้องฝืนทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ จนถึงจุดที่ร่างกายทนไม่ไหวเปรียบเสมือนเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่ปรากฏบ่อยครั้งในผลงานศิลปะของMarina Abramovićตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่เธอก้าวเข้าสู่ชีวิตศิลปิน

ผลงานของ Marina Abramović หลายๆ ชิ้นมักได้รับแรงบันดาลใจจากแรงกดดันของสถานการณ์การเมืองในประเทศยูโกสลาเวีย การถูกจำกัดและควบคุมอิสรภาพในการแสดงออกของประชาชน เหล่านี้ทำให้ศิลปินตั้งคำถามถึงคุณค่าที่แท้จริงของร่างกายมนุษย์…โดยAbramovićนำเสนอร่างกายของตนเองในฐานะผลงานศิลปะ เปลี่ยนความหมายให้กลายเป็นเพียงแค่วัตถุที่ไร้ชีวิตจิตใจ เหมือนเครื่องจักรที่ทำงานไปตามการสั่งการโดยไร้ความรู้สึก ผลงานศิลปะถูกแสดงออกในรูปแบบของกิจกรรมหรือกิริยาท่าทางอย่างใดอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่ถูกทำซ้ำๆ ในระดับเข้มงวด รุนแรงต่อเนื่อง และยาวนานมากที่สุดเท่าที่ตัวศิลปินจะทนได้ เพื่อทดสอบขีดความอดทนของร่างกายและจิตใจในหลายๆ ด้าน อาทิเช่น การตะโกนสุดเสียงจนหมดแรง การท่องหนังสืออย่างต่อเนื่องจนสมองว่างเปล่า หรือการเต้นรำจนร่างกายล้มพับไป เป็นต้น

Marina Abramović Art Must Be Beautiful, Artist Must Be Beautiful. Performed in 1975 for one hour at Charlottenburg Art Festival, Copenhagen Still from video (black and white, sound). 22:30 min. © 2010 Marina Abramović. Courtesy the artist and Sean Kelly Gallery/Artists Rights Society (ARS), New York

ในผลงาน Rhythm O ศิลปินได้อนุญาตให้ผู้ชมเลือกอุปกรณ์ใดๆก็ได้ซึ่งถูกตระเตรียมไว้ แล้วนำมาใช้กับร่างกายอันเปลือยเปล่าของศิลปิน อุปกรณ์เหล่านี้มีความหลากหลายทั้งในแง่ความหมายและความอันตรายในการใช้งาน เช่น มีด แซ่ กรรไกร เลื่อย เข็ม ปืน ผลไม้ น้ำหอม ลิปสติก และชอล์กสำหรับเขียนกระดานดำ เป็นต้น ซึ่งตลอดเวลาศิลปินจะไม่มีการขยับเขยื้อนหรือตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น คล้ายกับว่าร่างกายก็เป็นอีกหนึ่งวัตถุที่ไม่ตอบสนองต่อความรู้สึก กลับกลายเป็นผู้ดูที่รู้สึกอึดอัด เนื่องจากถูกบังคับให้ปิดบังความขัดเขินอันเกิดขึ้นจากการมองหรือสัมผัสร่างกายที่เปลือยเปล่า เมื่อการแสดงสิ้นสุดลง เสื้อผ้าของศิลปินถูกตัดขาดออกไปบ้าง ร่างกายบางแห่งมีร่องรอยการกรีด มีภาพวาดตกแต่งตามอวัยวะส่วนต่างๆ และมีปืนที่โหลดลูกกระสุนวางไว้ข้างตัว ในนิทรรศการครั้งนี้ นอกเหนือจากภาพถ่ายบันทึกการแสดง ศิลปินยังได้นำตัวอย่างอุปกรณ์ที่เคยใช้เมื่อปี 1974 มาจัดแสดงไว้ร่วมกันด้วย

Marina Abramović and Ulay Breathing in/Breathing out. First performed in 1977 for 19 minutes at the Student Cultural Center, Belgrade 16mm film transferred to video (black and white, sound). 10:26 min. © 2010 Marina Abramović. Courtesy Marina Abramović and Sean Kelly Gallery/Artists Rights Society (ARS), New York

ต่อมาในปี 1975 Marina Abramović เดินทางมาเมืองอัมสเตอร์ดัมแล้วพบกับศิลปินชาวเยอรมัน Uwe Laysiepen หรือที่รู้จักกันในชื่อUlayทั้งสองจับคู่กันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา20 ปี จนกระทั่งแยกทางกันในปี 1988 ผลงานในระยะเวลานี้ยังแสดงออกผ่านความต่อเนื่องและซ้ำซากของกิริยาท่าทาง อาทิเช่น การยืน การวิ่ง การตบหน้า การกรีดร้อง และการหายใจ และคงเน้นย้ำแนวความคิดในการใช้ร่างกายมนุษย์สื่อความหมายของวัตถุหรือเครื่องจักร ถึงแม้ว่าจะเพิ่มตัวแสดงเป็นชายและหญิงหนึ่งคู่ แต่ผลงานถูกนำเสนอโดยไม่ได้คำนึงถึงความสัมพันธ์ทางเพศ ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง ปราศจากความรักหรือรังเกียจ ทั้งสองคนเพียงแต่พยายามทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองให้สมบูรณ์ที่สุด ยกตัวอย่างเช่นในผลงานชื่อ Breathing in/Breathing out (1977)ซึ่งAbramovićและ Ulay ประกบปากกันเป็นระยะเวลา19นาที ตลอดเวลาทั้งคู่พยายามหายใจเข้าออกผ่านลมหายใจที่หมุนเวียนในปากระหว่างกัน หรือในผลงาน Rest Energy (1980)ที่Abramovićยืนถือคันธนูแล้วปล่อยตัวเอียงลงไปกับพื้น ในขณะที่ Ulay ใช้เพียงปลายนิ้วมือง้างลูกศรเล็งเป้าไปที่หัวใจของ Abramović โดยทั้งคู่ค้างอยู่ในท่าทางดังกล่าวเป็นระยะเวลานานถึง 4 นาที เรียกได้ว่าถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดพลาด ลูกธนูอาจจะพุ่งทะลุไปที่หน้าอกของศิลปินได้ทันที

Marina Abramović and Ulay Rest Energy. Performed in August 1980 for four minutes at ROSC’80, National Gallery of Ireland Production image (black and white) for 16mm film transferred to video (color, sound). 47 min. © 2010 Marina Abramović. Courtesy Marina Abramović and Sean Kelly Gallery/Artists Rights Society (ARS), New York

ความน่าสนใจของนิทรรศการย้อนหลัง (Retrospective Exhibition) คือผู้ชมสามารถติดตามพัฒนาการของศิลปินได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเข้าใจในรูปแบบการแสดงออก ที่มาของแนวความคิด ตลอดจนเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาอันส่งผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงของผลงานศิลปะ ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้นำเสนอพัฒนาการทางความคิดตลอดระยะเวลามากกว่า40ปี มีทั้งการนำภาพยนตร์ วีดีโอ และภาพถ่ายที่บันทึกการแสดงต้นฉบับมาฉายให้ผู้ดูได้รับชม และในขณะเดียวกันยังได้เอาผลงานศิลปะเก่าๆ ที่โด่งดังมาจัดแสดงใหม่ (Reperform) โดยใช้ตัวแทนมาทำการแสดงในรูปแบบเดียวกับที่ศิลปินเคยทำไว้ อาทิเช่น Imponderabilia ซึ่งของเดิมนั้นจัดแสดงมาตั้งแต่ปี 1987 โดย Abramovićและ Ulay แต่เมื่อนำมาแสดงใหม่ในครั้งนี้ศิลปินได้จ้างนักแสดงผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งสองคนถอดเสื้อผ้าและยืนหันหน้าเข้าหากันโดยให้แผ่นหลังติดกับผนังของทางเดินอันคับแคบ บังคับให้ผู้ดูต้องเบียดไปกับร่างกายอันเปลือยเปล่าของตัวแสดงเพื่อจะเดินผ่านเข้าไปภายใน

Marina Abramović and Ulay Imponderabilia. Originally performed in 1977 for 90 min. Galleria Comunale d’Arte Moderna, Bologna Still from 16mm film transferred to video (black and white, sound). 52:16 min. © 2010 Marina Abramović. Courtesy Marina Abramović and Sean Kelly Gallery/Artists Rights Society (ARS), New York Reperformed continuously in shifts throughout the exhibition Marina Abramović: The Artist Is Present at MoMA, March 14-May 31, 2010

ผลงานในระยะหลังของ Marina Abramović มีการผสมผสานระหว่างศิลปะแสดง (Performance Art)และศิลปะลักษณะจัดวาง (Installation) แต่ยังคงสร้างสรรค์ผลงานที่ท้าทายขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่นผลงานชื่อ The House with the OceanView เมื่อปี2002 ซึ่งศิลปินได้สร้างบ้านขึ้นหลังหนึ่งในพื้นที่ของแกลเลอรี่ Sean Kelly ในมหานครนิวยอร์ก แล้วใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมดังกล่าวเป็นระยะเวลา 12 วัน ประทังชีวิตโดยปราศจากอาหาร ดื่มแค่น้ำแร่เพียงอย่างเดียว กิจกรรมและวิถีการดำเนินชีวิตถูกบังคับอย่างเคร่งครัด ไม่มีการพูดคุย ไม่มีการอ่านหรือเขียนหนังสือ จำกัดให้อาบน้ำวันละสามครั้งและนอนหลับวันละ 7ชั่วโมง บันไดของบ้านแต่ละขั้นทำขึ้นจากใบมีดอันแหลมคมเพื่อแสดงให้เห็นว่าศิลปินไม่สามารถหลบหนีออกจากพื้นที่ดังกล่าวได้จนกว่าจะถึงกำหนดเวลา ซึ่งในนิทรรศการครั้งนี้ก็ได้นำโครงสร้างบ้านหลังดังกล่าวมาจัดแสดงไว้ให้ชมจริงๆ   ผลงานเชิงจัดวางอีกชิ้นหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังและถูกนำมาจัดแสดงด้วยเช่นกันคือ Balkan Baroque ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลศิลปินยอดเยี่ยม The Golden Lion จากเทศกาลศิลปะ Venice Biennaleในปี 1997 ผลงานดังกล่าวประกอบด้วยภาพวีดีโอขนาดเท่าจริงของแม่ พ่อ และตัวศิลปิน ฉายบนผนัง ด้านหน้าจัดวางโครงกระดูกสัตว์จำนวนมหาศาลกองอยู่บนพื้น ซึ่งในการแสดงจริงๆ ศิลปินได้นั่งอยู่ในผลงานจัดวางดังกล่าวเป็นเวลา 4 วัน วันละ 6 ชั่วโมง ใช้เวลาทั้งหมดในการลอกเนื้อสัตว์ออกจากกระดูก ทำความสะอาดโครงกระดูกดังกล่าวไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นถึงความโหดร้าย ทุกข์ทรมาน และการเข่นฆ่าในสงคราม

Marina Abramović The House with the Ocean View. Performed in 2002 for 12 days at Sean Kelly Gallery, New York Three-channel video with props (color, sound). Duration variable Photo: Attilio Maranzano. © 2010 Marina Abramović. Courtesy the artist and Sean Kelly Gallery/Artists Rights Society (ARS), New York

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความน่าตื่นเต้นในผลงานศิลปะ Performance Art ของ Marina Abramović ส่วนหนึ่งเกิดจากการนำเสนอเรือนร่างของมนุษย์อย่างเปิดเผย ผมเชื่อว่ามีผู้ชมหลายท่านที่เข้ามาดูนิทรรศการเพราะเหตุผลดังกล่าว แต่เมื่อได้เห็นและสัมผัสกับผลงานที่แท้จริง ประเด็นเรื่องเพศกลับเลือนหายไป เห็นได้ชัดว่าศิลปินไม่ได้ใช้ร่างกายคนมานำเสนอเรื่องน่าเกลียด ไม่มีความวาบหวาม ทุกอย่างถูกเปิดเผยให้เห็นอย่างเป็นธรรมชาติ ความนิ่งเฉยและการแสดงออกอย่างปราศจากอารมณ์ความรู้สึกทำให้ร่างกายคงเหลือความหมายแค่เพียงเครื่องจักรไร้วิญญาณที่ถูกสั่งการให้ทำงานไปเรื่อยๆ เหมือนหุ่นยนต์ ผลงานของAbramovićสะท้อนข้อคิดอย่างหนึ่งว่าท้ายที่สุดแล้วร่างกายมนุษย์ก็เป็นเพียงวัตถุที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นข้อจำกัดโดยธรรมชาติ เป็นเพียงเนื้อหนังและอวัยวะที่ช่วยอำนวยให้ทุกคนสามารถทำงานและใช้ชีวิตประจำวันที่ซ้ำซากจนกว่าจะหมดอายุขัย ไม่มีใครที่สามารถหนีพ้นกฎดังกล่าวไปได้

ในสภาวะที่อิสรภาพของประชาชนถูกจำกัด ศิลปินใช้ศิลปะเป็นทางออกในการแสดงความคิดเห็น และนำเสนอมุมมองที่มีต่อสถานการณ์รอบตัว บ้างสะท้อนให้เห็นถึงสาเหตุของปัญหา บ้างวิพากษ์วิจารณ์ผลกระทบที่มีต่อสังคม Marina Abramović ไม่ได้สร้างสรรค์งานศิลปะที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรง การนำเสนอภาพของร่างกายที่ถูกบังคับให้ทำกิจกรรมอันก่อให้เกิดความเจ็บปวด ฝืนธรรมชาติ แทบจะถึงขีดสุดของความอดทน เป็นการบอกเล่าทางอ้อมว่าการมีชีวิตอยู่ภายใต้กฎข้อบังคับอันไร้เหตุผล ก็ไม่ต่างอะไรจากการทรมานร่างกายและจิตใจ ผลงานแทบทุกชิ้นเต็มไปด้วยความรู้สึกกดดัน ประชดประชันคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ว่าไม่ต่างอะไรจากวัตถุที่ไร้สิทธิเสรีภาพ


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ชอบเดินทาง เขียนได้บ้าง ดื่มได้เยอะกว่า



Back to Top ↑