Events

Published on March 7th, 2018 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

Mind Essence

Mind Essence

โดย สิทธิพนธ์ เลาะไชยสงค์ และ เกรียงไกร แสงทอง

Mind Essence สาระของจิตใจ ผลงานนามธรรมของสองศิลปินรุ่นใหม่ สิทธิพนธ์ เลาะไชยสงค์ และ เกรียงไกร แสงทอง การค้นหาความสงบให้แก่ตนเองคือสาระสำคัญของการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ จุดร่วมที่นำเพื่อนทั้งสองคนให้กลับมาจัดงานนิทรรศการร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง สิทธิพนธ์ และเกรียงไกร จบการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีและโท สาขาศิลปะไทย จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร การใช้ช่วงเวลาร่วมกันนานกว่า 7 ปี ผ่านประสบการณ์ร่วมกันมากมาย ทำให้ทุกครั้งที่ทั้งสองมีโอกาสได้พบกันจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมาจบลงที่กับคำถามที่ว่า เรื่องราวรอบตัวทำให้เรารู้สึกไม่สบายทั้งกายและใจ เราจะมีทางไหนที่จะทำให้กายและใจของเราได้พักอย่างสงบบ้าง? และเมื่อหันมองรอบตัวเอง สิ่งที่ทั้งสองอยู่ร่วมมานานมากที่สุดสิ่งหนึ่งก็คือ ศิลปะ การค้นหาแนวทางแห่งความสงบจึงเริ่มต้นจากสิ่งนั้น

Once Upon A Time

สิทธิพนธ์ เลือกนำสิ่งพื้นฐานอย่างจุด ทัศนธาตุที่เป็นจุดเริ่มต้นของหลายสิ่งสร้างสรรค์ อาทิ เส้นสาย ภาพวาด ตัวอักษร ที่เราใช้สื่อสารถึงกันในปัจจุบันมาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างผลงานทว่าจุดยังไม่ใช่สิ่งที่เล็กที่สุดหากพิจารณาลึกเข้าไปในผลงาน ละอองของสสารที่ลอยอยู่ในอากาศที่เรามักมองข้ามหรือมองไม่เห็นคือสิ่งที่เล็กที่สุดเท่าที่เราจะสามารถมองเห็นได้ในภาวะปกติ สิทธิพนธ์เลือกนำสีฝุ่นมาใช้ในกระบวนการสร้างสรรค์ การบล็อคเม็ดฝุ่นเล็กให้ยังคงรูปทรงไว้เป็นการท้าทายประสบการณ์การรับรู้ทางโสตประสาทของผู้ชมเป็นอย่างมาก เมื่อเรามองจากภาพรวมเราจะเห็นจุดสีขาวกระจายไปตามพื้นที่ผ้าใบสีดำขนาดใหญ่ แต่เมื่อเดินเข้าไปสำรวจระยะใกล้ เรากลับพบว่า จุดที่เราเห็นยังเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ ของจุดที่เล็กกว่า และเชื่อว่าหากเรานำแว่นขยายมาส่องก็จะพบกันจุดเล็กๆ ที่เล็กลงไปอีกซ้อนทับอยู่ มิติของการซ้อนทับเช่นนี้คือคำตอบของความสงบทางจิตใจที่สิทธิพนธ์ค้นหาอยู่ การค้นพบว่าหลายสิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็น และหลายครั้งเราเข้าใจผิดจากการตีความตามประสบการณ์ที่เรามี ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้กายและใจของเราเกิดความไม่สบาย

ผลงานของสิทธิพนธ์นอกจากจะใช้เทคนิคในการคงลักษณะของฝุ่นไว้ได้อย่างดีแล้ว เขายังเลือกนำการขึ้นลายอย่างลายรดน้ำในจิตรกรรมไทยแบบโบราณ ความที่เรียนจบด้านศิลปะไทยมาทำให้เขายังคงไม่ลืมและเลือกสิ่งที่เป็นพื้นฐานของเขานำมาสื่อสารกับผู้ชม การขึ้นลายอย่างการทำลายรดน้ำในครั้งนี้สิทธิพนธ์เลือกจะคงลวดลายของลายรดน้ำที่วาดขึ้นไว้ จากที่จิตรกรรมไทยสมัยก่อนเมื่อขึ้นลายเรียบร้อยและวาดลายจริงทับลงไป เส้นสายเหล่านั้นก็จะถูกลบเลือนไป ซึ่งพื้นฐานหรือรากฐานของงานศิลปะชนิดนี้ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจ ทว่าสิทธิพนธ์กลับคิดว่าสิ่งพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การทบทวนตัวเองที่สะท้อนผ่านผลงานเขาเลือกทดลองทั้งการใช้อารมณ์เป็นตัวระบายสิ่งต่างๆ และสมาธิเป็นตัวช่วยให้ใจสงบ

ผลงานชุด Once Upon A Time คือการแสดงทางอารมณ์อย่างชัดเจน เม็ดสีฝุ่นที่กระจายตัวออกไปอย่างอิสระ ต่างกับผลงาน Rippling ที่จุดได้รับการบรรจงเรียงตัวกันอย่างสวยงาม ผลงานทั้งหมดในห้องนี้เป็นสีขาวดำไม่ใช่เพราะสภาวะจิตใจของศิลปินหมองหม่น แต่เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้แต้มสีลงไปในผลงานตามแต่ประสบการณ์และจินตนาการของพวกเขา หลายคนเห็นดวงดาวลนกาแล็กซี่ หลายคนเห็นเกสรดอกไม้ลอยฟุ้งอยู่กลางอากาศ และหลายคนอาจเห็นหิ้งห้อยตัวน้อยบินลอยอยู่เหนือน้ำที่อัมพวา

Rippling

Untitle

ถัดมาอีกห้องกับผลงานของ เกรียงไกร ที่เลือกนำตัวเขาเองมาเป็นอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ผลงาน ด้วยนิสัยเฉพาะตัวที่เป็นคนไม่อยู่นิ่ง วันหนึ่งวันเขาสามารถเปลี่ยนอารมณ์ได้หลากหลาย ทำให้ผลงานที่ผ่านของเกรียงไกรมีความแตกต่างกันไปตามแต่ช่วงวัยนั้นๆ ทั้งผลงานภาพพอทเทรด กึ่งนามธรรม จนมาถึงชุดนี้ผลงานนามธรรมเต็มตัว เขามีความเชื่อว่าเมื่ออารมณ์ในแต่ละวันของเรายังไม่คงที่การสร้างผลงานของเขาก็เช่นกัน ผลงานในชุดนี้สร้างขึ้นเพื่อหาคำตอบแห่งความสงบของเขา และสามารถตอบคำถามนั้นได้ในช่วงเวลานี้ ทว่าในอนาคตเราอาจเห็นผลงานรูปแบบอื่น

Mine Essence เกรียงไกรนำแขน มือ และดินน้ำมันวัสดุที่สามารถเก็บลายนิ้วมือของเขาและเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปได้ตามใจชอบได้อย่างง่าย ลดทอนอุปกรณ์ที่ใช้ให้เหลือน้อยที่สุดทั้งกระดาษที่เขาไม่ได้เป็นผู้กำหนดขนาดมาแต่เป็นกระดาษที่โรงพิมพ์ตัดมาสำเร็จรูป หมึกสีดำที่นอกจากจะเปิดจินตนาการของผู้ชมแล้วยังลดความกังวลในเรื่องการจัดองค์ประกอบสี การใช้สีที่เขากังวลลงไป ผลงานแต่ละชิ้นสร้างขึ้นในช่วงเวลาเฉพาะ บางวันสร้างไม่ได้เลยก็มี บางวันสร้างได้หลายงานก็เป็นไปได้ การปรับวิถีชีวิตก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อผลงานชุดนี้

ผลงานจากดินน้ำมันให้ความรู้สึกถึงสภาวะอารมณ์ของศิลปิน ความลื่นไหลของดินน้ำมันตามแรงกดทับของมือทุกการประทับของหมึกทิ้งร่องรอยลายนิ้วมือของเขาไว้เพื่อบอกกับผู้ชมกลายๆ ว่าสิ่งที่กำลังชมอยู่นั้นคือส่วนหนึ่งในเสี้ยวอารมณ์ของเขา ผลงานอีกชุดสร้างมาจากแขนและมือ เมื่อดินน้ำมันเริ่มเคลื่อนไหวไม่ทันใจ เขาจึงเลือกใช้อวัยวะของตนเองในการขับเคลื่อนอารมณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน ทว่าการใช้มือกลับไม่สร้างการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลอย่างอิสระดังเช่นดินน้ำมัน รูปทรงของแขนและมือมีสัดส่วนบางอย่างที่ทำให้ศิลปินเลือกที่จะใช้สมาธิกับการเคลื่อนไหวมากกว่าที่ตนคิด แต่กลับได้ผลงานที่เป็นที่น่าพอใจมากกว่าเพราะอารมณ์และความคิดที่สื่อสารลงไปนั้นจบลงบนกระดาษเพียงแผ่นเดียว เสมือนความวุ่นวายที่เกิดขึ้นถูกทำให้สงบลงได้ในครั้งเดียว

Untitled

นอกจากจะค้นหาความสงบของจิตใจที่เป็นจุดร่วมของผลงานทั้งสองคนแล้ว การสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบนามธรรมก็ยังเหมือนกันอีก ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า เหตุใดศิลปินรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเส้นทางสายศิลปะเพื่อการเป็นศิลปินดั่งเช่นทั้งสอง เลือกนำเสนอผลงานอันเป็นรูปแบบที่เข้าใจยากสำหรับคนทั่วไป ผู้ชมต่างเดินเข้ามาหาเรื่องราวของศิลปินจากงานศิลปะที่พวกเขารับชม ทว่าสิ่งที่ได้กลับไปกลายเป็นเรื่องราวชุดใหม่ของตนเอง ที่อาจเกิดเป็นคำถามหรือกลายเป็นคำตอบที่เฝ้าค้นหามานาน ศิลปินทั้งสองก็เช่นกันการเลือกทำงานนามธรรมก็เพื่อหยุดพักจากสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ก่อให้เกิดความไม่สบายกายและใจ หากต้องการแสวงหาเรื่องใหม่ก็เพียงหันออกไปมองข้างนอกห้อง แต่การหาเรื่องราวภายในจิตใจกลับไม่ง่ายเช่นนั้น ทั้งสองจึงเลือกศิลปะมาเป็นผู้ช่วยและกลายเป็นผลงานที่ปรากฏแก่ผู้ชม


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ชอบเดินทาง เขียนได้บ้าง ดื่มได้เยอะกว่า



Back to Top ↑