Events

Published on June 21st, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

‘ไทยทำ ทำทำไม’ นั่นสิ?

จากซ้ายไปขวา (เริ่มคนที่ 2) กนต์ธร เตโชฬาร ธนชัย อุชชิน ทรงกลด บางยี่ขัน

‘ไทยทำ ทำทำไม’ ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อนิทรรศการชุดใหม่ของมิวเซียมสยาม แต่คือคำถามที่ส่งถึงคนไทยทุกคน ต่อสิ่งของอันคุ้นเคยรอบตัวเรา ไม่ว่าจะหันไปทางซ้ายหรือขวาก็เจอของเต็มไปหมด แต่เราไม่ตั้งคำถามถึงจุดเริ่มต้นของสิ่งเหล่านี้ว่าสร้างสรรค์และได้รับแรงบันดาลใจมาจากไหน อะไรดลใจให้คิดประดิษฐ์ขึ้นมา นิทรรศการครั้งนี้ทางมิวเซียมสยามได้ร่วมงานกับภัณฑารักษ์รับเชิญทั้งสามท่าน ได้แก่ ธนชัย อุชชิน หรือคุณป๊อด โมเดิร์นด็อก ก้อง ทรงกลด บางยี่ขั่น และฮ่องเต้ กนต์ธร เตโชฬาร รังสรรค์ห้องไทยไทยขึ้นมาด้วยกันสามห้อง เลือกสรรวัตถุดิบจากเคทตาล็อคสิ่งประดิษฐ์ของไทยที่มีการให้คำนิยามและคัดกรองมากกว่า 100 รายการ

มาเริ่มกันที่ห้อง ‘ไทยเทค’ ของฮ่องเต้ กนต์ธร เตโชฬาร หนุ่ม’ถาปัตยอารมณ์ดี พิธีกรรายการช่างประจำบ้าน ด้วยความที่จบสถาปัตยกรรมมาทำให้มุมมองการสร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้นของฮ่องเต้มองทะลุไปถึงเรื่องโครงสร้าง ฮ่องเต้มองว่าสิ่งประดิษฐ์หรือสิ่งของที่เราใช้ในชีวิตประจำวันเปรียบเสมือนการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายที่ประกอบไปด้วย ส่วนหัวที่เป็นส่วนของความคิด การประมวลผลจากข้อมูลที่ได้รับ ส่วนลำตัวเปรียบได้กับอวัยวะต่างๆ ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนร่างกาย และหัวใจกลไกสำคัญที่หล่อเลี้ยงทุกอวัยวะให้มีชีวิตอยู่ พื้นที่ส่วนหัวฮ่องเต้นำเครื่องรางของขลังที่ผูกติดกับตัวเรามาตั้งแต่เล็กเป็นความเชื่อฝังหัวที่เรายึดถือปฏิบัติต่อกันมา อย่างตัวเขาเองที่เมื่อพูดถึงของไทยไทยทำก็จะนึกถึงพี่กุมารทองที่แม่ของตนเลี้ยงไว้เหมือนเพื่อนเล่นยามเด็กของตัวเอง นอกจากความเชื่อที่ส่งผลต่อความคิดและวิธีดำเนินชีวิตแล้ว ฮ่องเต้ยังนำเอาวิดีโอมาใช้แทนดวงตาเพื่อสื่อให้เห็นถึงการมองกระบวนการทำงานต่างๆของสิ่งประดิษฐ์ที่ตนเลือกมาใช้ ในส่วนของร่างกายฮ่องเต้นำกระแตเวียนตัวช่วยหัดเดินของเด็กสมัยก่อนมาใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหว อีกทั้งเครื่องสีข้าว ครกกระเดื่องและระหัดวิดน้ำ สิ่งประดิษฐ์ที่ถือเป็นตัวช่วยในชีวิตประจำวัน และโปงที่เลือกนำมาจัดวางตรงกลางแทนที่ของหัวใจ โปงในสมัยก่อนถือเป็นอุปกรณ์ส่งสัญญาณบอกเวลา บอกเหตุ เรียกระดมพลทำกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน เมื่อได้ยินเสียงโปงทุกคนจะเตรียมตัวเพื่อรับกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น โปงจึงเปรียบเสมือนศูนย์กลางของชุมชน นอกจากสิ่งของที่เราได้เห็นแล้วฮ่องเต้ยังใช้การเคลื่อนไหวและเสียงมาเสริมสร้างบรรยากาศให้ผู้ชมอีกด้วย

ความเชื่อที่ฮ่องเต้ นำมาผูกติดไว้ที่บริเวณส่วนศีรษะเพื่อเป็นการบอกว่าความเชื่อเหล่านี้ถูกฝังอยู่ในความคิดของเรา

ผลงานโครงสร้างไม้ไผ่ของ กรกต อารมณ์ดี

ถัดมาเป็นห้องของ ธนชัย อุชชิน หรือพี่ป๊อด โมเดิร์นด็อก ที่เมื่อเอ่ยชื่อก็จะมาพร้อมกับความสดใสของเพลงบุษบา สิ่งประดิษฐ์ที่ป๊อดเลือกมาผูกโยงอยู่กับความสุนทรีย์และที่พึ่งทางใจของคนไทย ‘มหัศจรรย์พันลึก’ คือการผสานกันของศิลปะ คติความเชื่อ ความศรัทธาที่อยู่กับคนไทยมายาวนาน โปงลางเครื่องดนตรีอีสานที่มีวิวัฒนาการมาจากกระดึงคล้องคอสัตว์ สิ่งของง่ายๆ ที่พัฒนามาเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยม นอกจากนี้ป๊อดยังนำความเชื่อทางศาสนาและเครื่องรางที่เปรียบเสมือนที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจมาจัดแสดงโดยแบ่งห้องจัดแสดงด้วยผลงานโครงสร้างไม้ไผ่ของ กรกต อารมณ์ดี ผู้ที่นำไม้ไผ่วัสดุพื้นฐานของงานช่างไทยมาต่อยอดจนกลายเป็นงานออกแบบระดับโลก ภายในพื้นที่เมื่อก้าวเข้าไปเราจะพบกับม่านหมอกให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในสถานที่ลึกลับ กลิ่นคล้ายควันธูปแต่ไม่แสบตาเท่าช่วยให้บรรยากาศดูขลังขึ้น ด้านซ้ายมือปรากฏพระพุทธรูปสำหรับสรงน้ำพระ  จัดวางตรงข้ามกับโต๊ะดูดวงที่จะมีหมอดูกางตำราพรหมชาติค่อยตรวจดูราศีของผู้ชมที่สนใจ ปลัดขิกและตุ๊กตาเสีย กบาล มาทำหน้าที่ปัดเป่าเคราะห์กรรมให้พ้นไปจากตัวเรา เสาซ้อนทรัพย์ สลักบันไดกันโจร ก็มาเป็นเครื่องเตือนใจให้เรานึกถึงเคราะห์ร้ายที่จะเกิดขึ้นหากเราขาดสติ

Evolution of นางกวัก

และห้องสุดท้ายถูกเนรมิตให้กลายเป็น ‘คาเฟ่’ พื้นที่สำหรับการนั่งปั่นงานของเหล่านักเขียน ก้อง ทรงกลด บางยี่ขัน นักเขียน นักคิด ที่เมื่อถามถึงคำว่าไทยทำก็ให้คำตอบว่า “ไม้” ‘ค่าเฟ่ไทยไทย’ แวดล้อมไปด้วยผลงานที่มีไม้เป็นส่วนประกอบในทุกพื้นที่ เว้นก็แต่รถสามล้อที่จัดแสดงเป็นรถขายขนมไทยอยู่กลางห้อง ก้องให้เหตุผลที่นึกถึงไม้เป็นอย่างแรกว่า เมืองไทยเป็นเมืองที่ไม่ได้มีแร่เหล็กเหมือนประเทศอื่นๆ การประดิษฐ์สิ่งของขึ้นมาใช้ส่วนมากจึงเริ่มต้นจากการนำไม้มาประยุกต์ใช้ งานไม้ที่ก้องเลือกมาใช้ในคาเฟ่ประกอบไปด้วยเปลญวนไม้ไผ่ ขันโตก โต๊ะ เก้าอี้ ไม้ชิ้นเล็กๆ แทรกไปเป็นตัวกลัดห่อขนมไทยที่วางขายอยู่ ภายในคาเฟ่เราจะพบกับขนมไทยมากมาย กาแฟดำอาข่า อ่ามา อาราบิก้าสัญชาติไทยที่ถูกนำมาบรรจุใส่ขวดเพื่อให้ง่ายต่อการซื้อหาและพกพาได้สะดวก น้ำชาที่มาในถังเงินบุผ้าหุ้มด้วยลูกไม้สีชมพูที่เราพบเห็นได้ตามวัด ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ช่วยให้น้ำชาอุ่นตลอดทั้งวันคล้ายกับกระติกน้ำกันความร้อนนวัตกรรมจากเมืองนอก นอกจากนี้หากพูดถึงร้านค้าแล้วเราก็ต้องนึกถึงนางกวัก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยให้การค้าเจริญรุ่งเรือง ก้องเลือกนางกวักมามากกว่า 20 องค์ จัดเรียงเพื่อแสดงถึงวิวัฒนาการของนางกวักตั้งแต่อดีตเท่าที่จะสืบค้นได้ถึงปัจจุบัน นางกวักยุคโมเดิร์น มิสเวลคัม ใส่แว่นดำถือกระเป๋าแบรนด์เนม จาก ดิส.มีน.แดท สตูดิโอ

‘ไทยทำ ทำทำไม’ นอกจากจะพาเราเพลิดเพลินกับอาหารและการดูดวงแล้ว เหมือนกับการหยิบหนังสือเล่มใหม่ที่เรายังไม่เคยเห็นมาเปิดดู อุปกรณ์แปลกๆ อีกมากมาย อุปกรณ์ที่เมื่อเรารู้ว่ามันทำอะไรได้เราจะต้องเอามือทาบอกแล้วอุทานออกมาว่า “WTF แล้วเงินที่เราเสียไปเป็นพันเพื่อซื้อของเมืองนอกมาใช้นั่นคืออะไร ในเมื่อภูมิปัญญาและวัสดุหลักสิบหลังบ้านเราก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน” สิ่งของเหล่านี้เป็นเครื่องเตือนถึงความสามารถของคนไทยในอดีตที่เป็นผู้ริเริ่มคิดค้นสิ่งเหล่านี้ เป็นเครื่องมือเพื่อเรียนรู้ต่อยอดสู่สิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ให้แก่คนรุ่นต่อไป และเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความเป็นนักประดิษฐ์ของคนไทย เมื่อเราหันไปมองรอบบ้านเราอาจเจอสิ่งประดิษฐ์แปลกๆ ปรากฏอยู่ตามซอกหลืบของบ้านที่ประดิษฐ์โดยมนุษย์แม่ของเราก็เป็นได้

 


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ชอบเดินทาง เขียนได้บ้าง ดื่มได้เยอะกว่า



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives