Gallery

Published on June 22nd, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

National Museum of Modern Art, Kyoto

บทความโดย อรุณ ภูริทัต

จากคอลัมน์ Architecture Fine Art Magazine Vol. 13 No. 124

บริเวณด้านหน้า MOMAKที่ทำให้เห็น facade ตัวอาคารสมมาตรสองด้าน

National Museum of Modern Art, Kyoto (MOMAK) เป็นหนึ่งในห้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติของญี่ปุ่นโดยในช่วงแรกของการก่อตั้งมีสถานะเป็นสาขาย่อยของ Museum of The National Museum of Modern Art ที่โตเกียว และได้ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของอาคาร The Kyoto Municipal Exhibition Hall for Industrial Affairs ใช้เป็นที่จัดแสดงงานก่อนที่จะขยับสถานะเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะอย่างเต็มตัวในปี 1967 และได้ Fumihiko Maki มาทำหน้าที่ออกแบบอาคารหลังใหม่ให้กับ MOMAK ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมปี 1986 สำหรับการออกแบบงานสถาปัตยกรรมในเกียวโต เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปหมู่สถาปนิกว่าต้องให้ความใส่ใจกันและระมัดระวังกันเป็นพิเศษเนื่องมาจากย่านต่างๆของเกียวโตนั้นเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่มีการดูแลรักษาสืบทอดต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคน ถ้าหากมีการสร้างอาคารที่มีความสูงหรือขนาดใหญ่โตจนทำลายภูมิทัศน์ของเมืองหรือรบกวนความสงบของชุมชน โครงการนั้นอาจจะต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเสียงต่อต้านอย่างหนักจากชาวเมืองเกียวโต ดังนั้นเรื่องขนาดและความสูงของอาคารจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดในการออกแบบสถาปัตยกรรมในเกียวโต

ส่วนของ museum shop และพื้นที่ฝากสัมภาระ

สำหรับ Maki เองนั้นก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปนิกที่มีทักษะเป็นเลิศในเรื่องของสัดส่วนอาคารและมีความปราณีตเป็นอย่างมากในการออกแบบงานสถาปัตยกรรม และที่สำคัญคือ Maki ให้ความสนใจต่อความสัมพันธ์ระหว่างงานสถาปัตยกรรมกับเมืองเสมอ งานออกแบบบางชิ้นของเขาใช้เวลายาวนานนับ 10 ปีในการสร้างงานสถาปัตยกรรมที่ต่อเนื่องกันจนกลายเป็นย่านขึ้นมา อย่างที่ปรากฎในโครงการ Hillside Terrace ที่โตเกียว  แนวคิดเรื่อง Collective Form ของเขาที่ให้ความสนใจต่องานสถาปัตยกรรมในฐานะองค์ประกอบส่วนหนึ่งของเมืองที่ขยายตัวเติบโตอย่างต่อเนื่อง Maki ได้พัฒนาทฤษฎีความคิดนี้ขึ้นมาในช่วงปี 1958-1960 เมื่อเขาได้ออกเดินทางสำรวจเมืองต่างๆใน เอเชีย อินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป เพื่อทำความเข้าใจเมืองในลักษณะต่างๆ รวมไปถึงสถาปัตยกรรมโบราณรวมไปถึงสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในช่วงเวลานั้น เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบเมืองและสถาปัตยกรรมในลักษณะที่แตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศ อากาศและวัฒนธรรม

พื้นที่ส่วนโถงชั้นหนึ่งที่ใช้รองรับผู้คนจำนวนมากในวันเปิดงานิทรรศการศิลปะ

Maki จัดวางตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์ศิลปะ MOMAK ให้ถอยห่างอาคารออกจากแนวแกนถนนหลักอย่าง Jingu-michiเพื่อไม่ให้ตัวอาคารบดบังทัศนียภาพสำคัญของบริเวณโดยรอบ ส่วนทางด้านทิศเหนือของอาคารซึ่งติดกับหอสมุดเมืองเกียวโต Maki ได้จัดวางเอาพื้นที่ส่วนอาคารสำนักงานไว้บนชั้นที่ 2 ของอาคาร ส่วนด้านล่างเป็นร้านขายของและที่ฝากสัมภาระของผู้ชม ส่วนทางด้านทิศใต้ติดกับคลองส่งน้ำ Maki เปิดพื้นที่โถงบริเวณชั้นหนึ่งและสร้างพื้นที่เชื่อมต่อเข้าหาพื้นที่คลองเพื่อเปิดรับทัศนียภาพอันสวนงามของเมืองในขณะเดียวกันเขายังใช้พื้นที่บริเวณริมคลองเป็นสวนปะติมากรรมไปด้วยในตัวซึ่งผู้ชมที่มายังพิพิธภัณฑ์ก็สามารถใช้เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย

พื้นที่จัดแสดงงานที่เป็นโถงโล่งไม่มีโครงสร้างเสา มาแทรกรบกวนเลยแม้แต่น้อย

เนื่องจากพื้นที่โครงการมีขนาดจำกัด ทำให้ Maki ผนวกเอาพื้นที่โถงขนาดใหญ่ที่จะเชื่อมไปยังส่วนหอประชุมและโถงพักคอยเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้ถูกใช้เป็นพื้นที่รองรับผู้ชมก่อนเข้าสู่พื้นที่ส่วนแสดงงานและใช้จัดเลี้ยงรองรับพิธีเปิดงานต่างๆ อีกด้วย ส่วนจัดแสดงงานนิทรรศการของ MOMAK ถูกจัดวางไว้ยังส่วนชั้น 3 และ 4 โดยพื้นที่ชั้น 3 เป็นส่วนจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ส่วนชั้น 4 เป็นส่วนพื้นที่จัดแสดงงานสะสมของทางพิพิธภัณฑ์  การจัดพื้นที่ภายใน MOMAK ของ Maki ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงระเบียบแบบแผนที่เคร่งครัดในการจัดพื้นที่ส่วนต่างๆให้แยกออกจากกันอย่างชัดเจนตามประโยชน์ใช้สอยของพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ อย่างเช่นส่วนสำนักงานที่ซ่อนตัวอยู่บริเวณชั้น 2 ซึ่งเราจะไม่สามารถมองเห็นพื้นที่ในส่วนนี้ได้เลย ซึ่งต่างจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยในปัจจุบันที่พยายามเปิดให้เห็นพื้นที่ส่วนสำนักงาน รวมไปถึงการเชื่อมโยงพื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆของอาคารให้มีการปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นทั้งทางในด้านสายตาและกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในอาคาร

บริเวณบันไดหลักที่สามารถเชื่อมต่อไปยังส่วนสำนักงานบริเวณชั้นสอง

และเมื่อมองตัวอาคาร MOMAK จากทางฝั่งทิศตะวันออกซึ่งเป็นฝั่งทางเข้าหลักของอาคาร เราจะมองเห็นอาคารทรงจั่วรูปทรงสมมาตรบริเวณด้านริมของอาคารทั้งสองด้านเป็นกล่องผนังกระจกที่นำแสงเข้ามายังโถงบันได ส่วนทางด้านฝั่งทิศใต้ของอาคารก็บุด้วยแผ่นอลูมิเนียมแคลดดิ้งสีเทาและจัดวางในกรอบตาตารางสี่เหลี่ยมอย่างเรียบง่าย อาคาร MOMAK นั้นวางตัวอย่างเรียบง่ายไม่มีรูปทรงหวือหวาที่กระโดดหรือกระทบสายตาอย่างรุนแรงแต่ในขณะเดียวกันก็แสดงออกถึความภูมิฐานสง่างามผ่านทางรายละเอียดสถาปัตยกรรมและสัดส่วนของอาคาร ซึ่งคล้ายคลึงกับบุคลิกอันสุขุมละเอียดลออของสถาปนิกผู้ออกแบบนั่นเอง

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจาก  API Fellowships Program โครงการปัญญาชนสาธารณะแห่งเอเชีย

 

บริเวณโถงบันไดหลักที่มีความสูงร่วม 10 เมตร

พื้นที่ส่วนโถงด้านติดฝั่งคลองซึ่งใช้รองรับคนจำนวนมาก

บรรยากาศยามพลบค่ำของ MOMAK


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ชอบเดินทาง เขียนได้บ้าง ดื่มได้เยอะกว่า



Back to Top ↑