Events

Published on June 16th, 2022 | by Nutkamol Jaisan

0

Out of this World

ศิลปิน: ทวี รัชนีกร / ต่อลาภ ลาภเจริญสุข คิวเรเตอร์: นิ่ม นิยมศิลป์

‘Out of this World’ นิทรรศการศิลปะซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายวิทยาศาสตร์ที่จะขยายขอบเขตของจินตนาการและการสร้างสรรค์ ให้ออกนอกขอบเขตของชีวิตมนุษย์อันแสนจำเจ จัดแสดงที่ MOCA Museum of Contemporary Art

Photo by MOCA Museum of Contemporary Art

‘Out of this World’ คือนิทรรศการจากแนวคิดที่ว่า ยามที่โลกปัจจุบันเต็มไปด้วยปัญหา ดูไม่แน่นอน ไม่น่าอยู่ มนุษย์เราจึงมักเบนความสนใจจากโลกภายนอกสู่โลกของความคิดและจินตนาการ เพื่อว่าบางขณะได้หยุดพัก ได้ปลดปล่อยตนเองให้ก้าวพ้นสถานการณ์ที่รุมเร้า สุนทรีย์จากความสร้างสรรค์และงานศิลปะ คือคำตอบหนึ่งของการอยู่รอด เป็นประจักษ์พยานว่ามนุษย์มีศักยภาพอันน่ามหัศจรรย์ นิทรรศการครั้งนี้นำทุกคนเข้าสู่โลกจินตนาการของศิลปิน ทั้งรูปลักษณ์และเนื้อหาอันเต็มไปด้วยกลิ่นอายนิยายวิทยาศาสตร์ สะท้อนถึงการตีความการรับรู้ที่มีต่อชีวิตและสังคม โดยสองศิลปินต่างวัย ทวี รัชนีกร ศิลปินแห่งชาติ และ ต่อลาภ ลาภเจริญสุข

ต่อลาภ ลาภเจริญสุข (ซ้าย) ทวี รัชนีกร (กลาง) และนิ่ม นิยมศิลป์ (ขวา)

ทวี รัชนีกร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2548 เกิดวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2477 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ศิลปบัณฑิต คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร การสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมที่แสดงออกโดยการทำให้เห็นความงดงามของธรรมชาติ ผสมผสานเข้ากับความคิดที่ลุ่มลึกสะท้อนให้เห็นสภาวะของสังคม วิถีชีวิต และความเชื่อของผู้คน เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่ส่งผลให้ผลงานของทวีได้รับรางวัลระดับชาติทางด้านจิตรกรรมและภาพพิมพ์ติดต่อกันจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 9-12

ผลงานในนิทรรศการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ทวี: ปกติเวลาเราจะเขียนรูปขึ้นมา เราจะเลือกเขียนตามสบายของเรา เขียนเกี่ยวกับเรื่องราวของเศรษฐกิจ การเมือง สังคมที่มันมากระทบใจเรา ตอนนั้นเราป่วย พึ่งออกจากโรงพยาบาล จึงอยากเขียนเรื่องราวที่เราสบายใจ ก็ฝันถึงโลกอื่นบ้าง ฝันถึงนอกโลกบ้าง เรื่องราวที่มนุษย์เราเป็นอิสระ เพราะโลกเราผูกพันด้วยพันธะ ฝันถึงโลกที่มันมีแสง สี รูปทรงไม่เป็นปกติ เราก็เป็นสุขดี ถ้าคนดูฝันไปด้วยกับเรามันก็เป็นสุขดี เพราะโลกจริงๆ ที่เราอยู่นี้มันก็ไม่น่าอภิรมย์เท่าไร เมื่อคุณนิ่มเขาไปเห็นผลงาน เขาก็ชอบ เราก็อยากจะมองหาสุนทรียะใหม่ที่ไม่ผูกผันกับผัสสะที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ บางคนที่มาเห็นผลงานเขาก็ตีความถึงโลกในอนาคตต่างๆ นานา ซึ่งดีนะ เราอยากทำงานศิลปะ แสดงสุนทรียภาพที่ศาสตร์อื่นเขาไม่มี อยากให้คนที่มาดูเขามีความสุข

ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาในอดีต ทำให้เป็นแรงผลักดันให้เกิดภาวะของการโหยหาโลกในอนาคตด้วยไหม

ทวี: ด้วยความที่เราอายุมากแล้ว ถ้าเขียนแต่อะไรเดิมๆ ก็จะเหมือน van Gogh ที่ตายเร็วเพราะเขียนรูปแบบนั้น คนเราเมื่ออายุมากๆ เข้า คงไม่สามารถเขียนรูปเดิมๆ ไปตลอดได้หรอก เหมือนอย่าง Picasso มันก็จะเปลี่ยนไป เปลี่ยนแปลงความรู้สึกด้วย จะให้เขียนอะไรแบบนั้นไปตลอดคงไม่ได้ เพราะเราอายุ 88 แล้ว มันอยู่กับที่ไม่ได้ ต้องรู้จักเบื่อบ้างสิคนเรา (หัวเราะ)

ผลงาน หุ่นยนต์ (Robots) ภาพเขียนสีน้ำมันแสดงเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตลูกผสมเครื่องจักร มีลักษณะครึ่งแมลงครึ่งปลาหมึก เดินอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแปลกตา

อัตลักษณ์ในงานของทวีที่หลายคนคุ้นเคย คือ การนำเสนอการวิพากษ์วิจารณ์สังคมและการเมืองอย่างตรงไปตรงมา ในนิทรรศการนี้ ศิลปินเน้นการเปิด การปลดปล่อยจินตนาการให้โลดแล่นออกไปนอกขอบเขตความจริง ผลงานของทวีในนิทรรศการครั้งนี้เป็นการนำงานที่สร้างสรรค์ต่อเนื่องจากฐานความคิดของผลงานชุดใหม่ล่าสุดของเขา รวมถึงนำงานบางส่วนที่มีเนื้อหาสอดคล้องกันในอดีตมาร่วมแสดงด้วย เพื่อให้สารที่ต้องการสื่อกว้างและชัดเจน สำหรับศิลปินแล้ว สังคมวันนี้เสมือนถูกกักขังให้หยุดอยู่กับที่ หรือยิ่งไปกว่านั้นคือ ถูกผลักให้ถอยหลัง ทวีฝากความหวังกับอนาคต วันข้างหน้า ไว้กับคนรุ่นใหม่

Photo by MOCA Museum of Contemporary Art

ต่อลาภ ลาภเจริญสุข เกิดวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2520 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาทัศนศิลป์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2543 ปัจจุบันเขาเป็นทั้งศิลปิน นักออกแบบ ซึ่งสนใจในการใช้วัสดุต่างๆ เข้ามาผสมผสานเพื่อสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบทั้งงานสองมิติและสามมิติ อีกทั้งเขายังเป็นเจ้าของแกลเลอรี ซีสเคป (Gallery Seescape) แกเลอรี่ศิลปะร่วมสมัยในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2551 มีจุดมุ่งหมายให้งานศิลปะแทรกซึมร่วมกับชีวิตประจำวัน และสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับศิลปะร่วมสมัย

ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ต้องการจะบอกเล่าถึงสิ่งใด

ต่อลาภ: จุดเริ่มต้นเกิดจากคิวเรเตอร์ที่เขาสนใจผลงานของผมชุดหนึ่งซึ่งเคยแสดงที่สิงคโปร์ เป็นยานพาหนะที่สร้างขึ้นด้วยของเก่าจากความทรงจำของเราเอง ทั้งงานชิ้นนั้นและงานทั้งหมดที่ผมทำมาตลอดช่วงเวลานี้ มีที่มาจากความเชื่อที่ว่า วัตถุทุกอย่างที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว จะมีความทรงจำอยู่ในนั้น จากสถานที่ เวลา หรือประสบการณ์ของผู้ใช้ เมื่อนำกลับมาใช้ในลักษณะของ found object เราจึงไม่ได้โฟกัสที่หน้าที่การใช้งานของมัน แต่คือการเอาเรื่องราวของความทรงจำและความรู้สึกมา เป็นตัวแทนของคน

Sputnik 3 ศิลปะสื่อผสมบนกระจกอะคริลิค

ในผลงาน Trinity Lines ที่กำลังแสดงอยู่นี้ เป็นประติมากรรมที่มีวงแหวนอยู่สามวงด้วยกัน เรามักเห็นความเป็นสามสิ่งนี้อยู่ในอารยธรรมต่างๆ เพราะมันทำให้เกิดความสมดุลของทุกสิ่ง ในที่นี้ผมจึงเอาประเด็นนี้มาพูดถึงความเป็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคต “อดีต” ผมเอามาผูกโยงเข้ากับวัตถุที่เคยใช้และสถานที่ของเวลา “ปัจจุบัน” ก็คือสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่ และ “อนาคต” คือรูปลักษณ์ของความเวิ้งว้างในอวกาศ ผมอยากสร้างความสมดุลของทั้งสามสิ่งนี้ ผลงานชิ้นนี้จึงตั้งอยู่ได้ด้วยสมดุลของตัวชิ้นงานเอง ไม่งั้นก็จะล้ม

สามสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ เหมือนกับปัจจุบันเรากำลังก้าวไปข้างหน้า เพื่อหาสิ่งที่ดีกว่าในอนาคต ทว่าเราก็ไม่สามารถทิ้งเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตไปได้

Trinity Lines ประติมากรรมเรืองแสงที่สร้างขึ้นจากวัสดุเก็บตก (found object) สิ่งของและภาชนะที่ใช้สำหรับการดำรงชีวิตให้เป็นรูปทรงสัญลักษณ์ของความไม่มีที่สิ้นสุด

ในนิทรรศการนี้ ต่อลาภได้ย้อนกลับไปในอดีต เพื่อค้นหานัยของการทับซ้อนกันของพื้นที่และเวลา เมื่ออดีตคือรากฐานของทั้งปัจจุบันและอนาคต การแสดงออกทางศิลปะผ่านวัสดุเก็บตกที่เต็มไปด้วยร่องรอบของความทรงจำเก่าเก็บ จึงเปรียบเสมือนการสำรวจรากเหง้าของบรรพบุรุษผ่านขนบธรรมเนียม ประเพณี และความเชื่อโบราณซึ่งอยู่ตรงข้ามกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศในโลกปัจจุบัน ไม่แน่ว่าความหวังที่เรากำลังตามหา อาจแทรกตัวอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาแล้วก็เป็นได้

ความท้าทายในการจัดนิทรรศการครั้งนี้คืออะไร

นิ่ม: โดยปกติแล้ว เราจะจัดนิทรรศการโดยเลือกผลงานของศิลปินที่ปกติแล้วเราจะไม่เคยเห็นพวกเขาแสดงงานร่วมกัน ไม่ต้องมาจากสายเดียวกัน เราจึงมักนำมาผสมผสานกันตรงนี้ เป็นสิ่งที่เราพยายามทำมาโดยส่วนตัว การเลือกศิลปิน 2 generation มาทำงานร่วมกัน มันทำให้ผลงานน่าสนใจมากขึ้นกว่าการมีแต่ผลงานสไตล์เหมือนๆ กันเข้ามาอยู่ด้วยกัน

เรารู้สึกว่าผลงานของ อ.ทวี และต่อลาภ มีบางสิ่งที่เชื่อมโยงถึงกันอยู่ค่อนข้างเยอะ นี่เป็นสิ่งที่เราค้นพบเมื่อได้ไปเจอกับผลงานของ อ.ทวี ผลงานของต่อลาภเราก็ติดตามมาอยู่แล้ว เราจึงอยากที่จะเอาผลงานของทั้งสองมาอยู่ด้วยกัน เราไม่ค่อยกังวลกับเรื่องของความต่างของ generation เพศหรืออะไร เราดูที่ผลงานเป็นหลัก ว่าจะสามารถเข้ามาอยู่ด้วยกันได้อย่างไร

ทวี: ผมคิดว่ามันมีจุดเชื่อมนะ เพราะผมเป็นคนชอบอ่านนิยายอวกาศ ชอบมาก พอมาเห็นผลงานของต่อลาภซึ่งก็มีความเป็นอวกาศอยู่เหมือนกัน โลกที่เราเห็น โลกที่เรารู้สึก มันมีความฝันตามวิทยาศาสตร์ไปด้วย เราเห็นแล้วก็เกิดจินตนาการไปด้วย แม้จะอยู่คนละยุค มันก็สามารถอยู่ร่วมกันได้

นิ่ม: เรามีความชอบเรื่องราวของไซไฟ-วิทยาศาสตร์อยู่แล้ว เราก็จะมีจุดเชื่อมอยู่ตรงนี้ได้ง่าย มันมีเรื่องของมนุษย์ มีเรื่องของปรัชญาเข้ามาอยู่เยอะมาก เพราะมันเหมือนมี condition อย่างหนึ่งเข้ามา มันจึงเชื่อมโยงเข้ากับการใช้ชีวิตของมนุษย์ด้วย

ต่อลาภ: บางครั้งเรามักจะคิดว่านิยายไซไฟ-วิทยาศาสตร์มันจะฟุ้งฝันเกินจริงๆ บางอย่างมันก็จะมีพื้นฐานมาจากความจริงด้วย มันทำให้เราเกิดความเชื่อว่ามันอาจจะเป็นไปได้ หรือ เป็นไปไม่ได้ คล้ายกับความจริงของชีวิต ที่บางครั้งเราไม่สามารถกำหนดสิ่งเหล่านั้นให้เป็นไปได้

ผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดนิทรรศการครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง

นิ่ม: เราคิดว่าการจัด Dual exhibition เป็นอะไรที่ยากที่สุด โจทย์คือเราจะทำยังไงให้ผลงานของทั้งสองศิลปินสามารถอยู่ร่วมกันได้ เมื่อเรานำผลงานทั้งสองมาอยู่ร่วมกัน เราค้นพบบทสนทนาบางอย่างที่เรารู้สึกโอเค เป็นสิ่งที่เรามองเห็น และเราก็พยายามที่จะดึงออกมาให้ผู้ชมได้มองเห็น ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ชมด้วย ว่าพวกเขาจะมองเห็น อย่างที่เราพยายามจะให้พวกเขาเห็นไหม เรา happy นะเพราะตัวงานมันได้ dialog อย่างที่เราต้องการ

เมื่อเราได้คุยกับต่อลาภและ อ.ทวี ทั้งสองมักจะมีมุมมองไปถึงคนในรุ่นต่อๆ ไปว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร อย่างของ อ.ทวี เขาก็จะชอบอะไรก็ตามที่เป็นยุคสมัยใหม่ เพราะด้วยคุณภาพของสังคม ความหวังจึงต้องไปอยู่ที่ตรงนั้น เมื่อคุยกับต่อลาภ เขาก็มีลูก เพราะฉะนั้นความคิดจึงไปในทางที่ว่า แล้วลูกของเราจะโตขึ้นมาอย่างไร ในสภาพสังคมแบบไหน

ทวี: อย่างผมเมื่อได้มาเห็นผลงานของต่อลาภในห้องมืดๆ นั้น มันต้องเกิดความสะเทือนใจ เกิดความรู้สึกขึ้นมาบ้างนะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้คนนั่นแหละว่าชอบหรือไม่ เราคงไปบังคับเขาไม่ได้ ต้องให้เขามาดูเอง

ต่อลาภ: นิทรรศการนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่ท้าทายมากๆ ของผมเหมือนกัน เมื่อตอนเรายังเรียนศิลปะ เรารู้จักผลงานของ อ.ทวี ซึ่งล้ำมากๆ ในสมัยนั้น เราชอบผลงานของอาจารย์ อย่างผลงานที่แสดงอยู่ที่ หอศิลปกรุงเทพฯ (BACC) ตอนนี้ มันทรงพลังมากๆ เมื่อคุณนิ่มเชิญมาให้ได้มาทำงานร่วมกัน ตอนแรกก็รู้สึกกดดันว่า เราจะทำได้หรือเปล่า แต่เมื่อผลลัพธ์ที่ออกมา งานของผมซึ่งพูดถึงการเชื่อมยุคสมัยของเวลาและผู้ชม ก็แสดงว่าการที่เราทำงานศิลปะที่สามารถเป็นจุดเชื่อมของคน อย่างเช่นผลงานของผมที่นำวัตถุจากอดีตมาใช้ก็เหมือนการที่คนในยุคหนึ่งมาเล่าเรื่องราวให้เด็กรุ่นฟังว่า พวกเขาเคยใช้วัตถุนี้ในอดีต เข้ามาใช้เลี้ยงชีวิตของเราอย่างไร คล้ายกับว่าเราใช้งานศิลปะเชื่อมคนและเรื่องราวที่ต่างกันได้

“ถ้าสังคมของเรายังเป็นอยู่อย่างนี้ ยังเล่นลิเกอยู่อย่างนี้ ชาติอื่นเขาคงพัฒนาไปกันหมด เราต้องพัฒนา” ทวีกล่าวทิ้งท้าย

นิทรรศการ Out of this World จัดแสดงที่ MOCA Museum of Contemporary Art

ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน 1 และ 2

ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน – 10 กรกฎาคม 2565


About the Author

Nutkamol Jaisan



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives