Events

Published on July 8th, 2020 | by Panupong Jitthos

0

PATPONG MUSEUM

ภาพจำบนถนนพัฒน์พงศ์ของใครหลายคน คงนึกถึงสถานบันเทิงและบาร์อะโกโก้จำนวนมาก แต่ที่นี่กลับมีร่องรอยของประวัติศาสตร์เฉพาะตัวมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี ทั้งยังเป็นต้นกำเนิดบาร์อะโกโก้แห่งแรกของประเทศไทยอีกด้วย

ใจกลางของสถานบันเทิงกลับมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กซ่อนตัวอยู่ในชื่อ “พิพิธภัณฑ์พัฒน์พงศ์” (Patpong Museum) ก่อตั้งโดย  ไมเคิล เมสซ์เนอร์ (Michael Messner) ชาวออสเตรเลีย เขาเกิดในครอบครัวที่พ่อเป็นศิลปิ ทั้งยังเคยทำงานดูแลพิพิธภัณฑ์มาก่อน

ไมเคิล เมสซ์เนอร์ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พัฒน์พงศ์

ไมเคิลเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหารของตัวเองในย่านพัฒน์พงศ์ ชีวิตที่คลุกคลีอยู่กับผู้คนทำให้เขารู้จักความเป็นมาและมนต์เสน่ห์ของถนนแห่งนี้ ทำให้ประวัติศาสตร์ สถานที่และบุคคล จึงเป็นเนื้อหาหลักและแรงบันดาลใจสำคัญให้เกิดพิพิธภัณฑ์เล็กๆ แห่งนี้  

ภายในพื้นที่จัดแสดงเริ่มต้นบอกเล่าเรื่องราวชีวะประวัติของ หลวงพัฒน์พงศ์พานิช เดิมที ท่านเป็นชาวจีนไหหลำที่อพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามาในกรุงเทพฯ ที่ทำงานค้าขายแบกหามข้าวสารและเกลือจนกิจการเติบโต และได้รับสัมปทานทำเหมืองดินขาวส่งให้ปูนซีเมนต์ และได้รับพระราชทานตำแหน่ง ‘หลวงพัฒน์พงศ์พานิช’ในปีพ.ศ. 2570

ต่อมาหลวงพัฒน์พงศ์พานิชได้ตัดสินใจซื้อที่ดินแถบชานเมือง ช่วงเวลาดังกล่าวได้ถูกบอกเล่าผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์และแบบจำลอง ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย เอกสารครอบครัว (ตระกูลพัฒน์พงศ์พานิช) แผนที่กรุงเทพฯ ในสมัย ร.ศ. 115 (พ.ศ. 2439) แผนที่แสดงเส้นทางเดินเรือจากสยามไปจีน โมเดลจำลองพื้นที่พัฒน์พงศ์ สีลม และสุรวงศ์ ( พ.ศ. 2489) เดิมเป็นพื้นที่ป่ากล้วยและเรือนไม้เพียงหลังเดียว (ที่ประจำการของทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒)

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บุตรชายของหลวงพัฒน์พงศ์พานิช ‘อุดม พัฒน์พงศ์พานิช’ ที่ไปศึกษาที่สหรัฐอเมริกา และผู้อยู่เบื้องหลังการทำภารกิจร่วมกับขบวนการเสรีไทย ได้เดินทางกลับมาภายหลังสิ้นสุดสงคราม และพัฒนาย่านพัฒน์พงศ์ให้กลายเป็นย่านธุรกิจห้างร้านที่สำคัญของกรุงเทพฯ อาทิ บริษัทไอบีเอ็ม (IBM) บริษัทน้ำมัน Shell และCaltex รวมถึงบริษัทสายการบินจากทั่วโลก ด้วยการชักชวนผองเพื่อนที่เป็นทหารสายลับซีไอเอ (CIA) และนักธุรกิจจากประเทศตะวันตก ทำให้ย่านพัฒน์พงศ์ในเวลานั้นกลายเป็นสถานที่สำคัญทางธุรกิจ กิจการ และความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อธุรกิจห้างร้านเริ่มทยอยย้ายออกไปตามที่ตั้งย่านธุรกิจแห่งใหม่ ถนนพัฒน์พงศ์ก็เริ่มถูกแทนที่ด้วยสถานบันเทิง ก่อนที่จะเป็นบาร์อะโกโก้นั้นเคยเป็นสนามมวยมาก่อน ทว่าวันหนึ่งมีหญิงสาวขึ้นมาบนเวทีมวย และโชว์การเต้นและค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าทีละชิ้น ผู้ชมชาวต่างชาติจึงเชียร์ให้หญิงสาวถอดเสื้อผ้าด้วยเสียงตะโกนว่า “โก้ โก้ ” พร้อมกับที่เธอเต้นไปด้วย หลังจากนั้นตำรวจจึงเข้ามายังสถานที่เกิดเหตุ เพราะเป็นผิดข้อกฎหมายการเต้นรำ (ต้องเต้นรำสองคนขึ้นไป) และหากต้องการจะเปิดสถานบันเทิงยังผิดข้อกฎหมายความมั่นคงของชาติอีกด้วย ทำให้บาร์อะโกโก้แห่งแรกต้องวิ่งวุ่นขอใบอนุญาตจากทั้งกระทรวงมหาดไทย (กฎหมายการเต้นรำ) และกระทรวงกลาโหม (กฎหมายความมั่นคง)

ถึงแม้สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม ชาติมหาอำนาจใหม่อย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตก็เกิดขึ้น เป็นสงครามระหว่างกลุ่มประเทศเสรีประชาธิปไตยและสังคมนิยม ทำให้สำนักข่าวกรองสหรัฐยังคงปักหลักอยู่ในย่านพัฒน์พงศ์ เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องในสงครามเย็นและสงครามเวียดนามในเวลาต่อมา และเป็นเหตุผลที่ทำให้ย่านพัฒน์พงศ์อบอวลไปด้วยเรื่องเล่าจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางสงคราม อาทิ นายพล แอนโธนี โพเชปนี (Anthony Poshepny) หรือที่เรียกกันว่า “โทนี โพ”อดีตสายลับคนสำคัญของซีไอเอในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อ Propaganda เพื่อการต่อต้านสหภาพโซเวียตและคอมมิวนิสม์ 
ภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับนายพลโทนี โพ อดีตสายลับคนสำคัญของซีไอเอ

ภายในห้องเดียวกันที่จัดแสดงภาพถ่ายนายพลโทนี โพ กึ่งกลางห้องมีการจัดแสดงโมเดลสถาปัตยกรรมจำลองสถานบันเทิงบนถนนพัฒน์พงศ์ตามแผนผังปัจจุบันที่ตั้งอยู่กลางห้อง ผนังอีกมุมหนึ่งของห้องยังเกมส์ทายบุคคลดังปริศนา ที่เคยเข้ามาใช้บริการและท่องเที่ยวบนถนนพัฒน์พงศ์ เกมส์นี้ต้องใช้แท๊ปเล็ตสแกนบนภาพบุคคลปริศนาสีดำ เพื่อดูเฉลยว่าบุคคลเหล่านั้นคือใครบ้าง ส่วนใหญ่เป็นบุคคลสำคัญ โดยเฉพาะแวดวงภาพยนตร์ระดับโลก รวมถึงการเข้ามาถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลง ด้วยศิลปินระดับตำนานอย่าง เดวิด โบวี่ (David Bowie) ซึ่งถ่ายทำในคลับที่มีชื่อเสียง Superstar Bar ในพัฒน์พงศ์เมื่อปีพ.ศ. 2526

โมเดลสถาปัตยกรรมจำลองพื้นที่บนถนนพัฒน์พงศ์ตามแผนผังปัจจุบัน

พื้นที่จัดแสดงต่อมาเป็นการจำลองบาร์อะโกโก้ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ และถอดแบบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงผ่านภาพถ่ายของพนักงานบริการ Sex Toy เกมส์ปิงปองโชว์ (เครื่องยิงปิงปอง) การโชว์เรทเอ๊กส์ เหตุการณ์ในหน้าหนังสือพิมพ์ที่ถูกนำมาติดเรียงกันจนเต็มผนัง วิดีโอจากเหตุการณ์จริงที่เซ็นเซอร์ด้วยเทคนิคกราฟิก ไปจนถึงรายชื่อกิจกรรมพิสดารมากมาย ที่ผู้ชมเห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในบาร์อะโกโก้บนถนนพัฒน์พงศ์แห่งนี้


About the Author

Panupong Jitthos



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives