Events

Published on August 4th, 2018 | by Nina NTK

0

Perspectives มุมมองของฉันและเธอ

Perspectives by SATI

ที่ CASE Space Revolution

7 กรกฎาคม – 26 สิงหาคม 2561

นิทรรศการ Perspectives เป็นนิทรรศการที่เกิดจากความร่วมมือของมูลนิธิ  SATI มูลนิธิที่ช่วยเหลือเยาวชนที่ด้อยโอกาสและอยู่ในกลุ่มเสี่ยง โดยนิทรรศการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของงาน Photo Bangkok 2018 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 กรกฎาคม – 26 สิงหาคม 2561 Perspectives คือนิทรรศการภาพถ่ายและวีดีโอแนว Street ที่สะท้อนมุมมองระหว่าง ‘น้องส้ม’ เด็กสาววัย 15 ปี ซึ่งอยู่ในโครงการของมูลนิธิและช่างภาพจาก Leica อย่าง ชัชวาล จันทโชติบุตร ผู้เป็นทั้งครูและศิลปินของเธอ โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงประกอบด้วยภาพถ่าย (ชัชวาล จันทโชติบุตร และน้องส้ม) งาน Mixed media (วิรุนันท์ ชิตเดชะ) และ Video Installation (เอกลักญ กรรณศรณ์) ผลงานชิ้นต่างๆ ถูกจัดวางให้อยู่ในพื้นที่ของตัวเองตามรูปทรงของพื้นที่ภายในห้องจัดแสดงโดยมีผนังคำอธิบายประกอบอยู่ด้านหน้าประตู เราจะเห็นได้ว่าภาพต่างๆ ถูกแขวนอยู่ในอิริยาบถที่คล้ายๆ กันโดยมีภาพใหญ่ด้านในเป็นเสมือนแม่งาน ตามชื่อภาพ ‘Nong Som’ เมื่อเราสังเกตรายละเอียดด้านในภาพที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นเด็กสาว เราจะเห็นการตัดแปะ ของภาพถ่ายในสถานที่ต่างๆ ที่ถ่ายโดยตัวเธอเอง เมื่อมาถึงจุดนี้หลายคนคงนึกสงสัยว่า ‘น้องส้ม’ คือใคร? และทำไมจึงต้องนำผลงานของเธอมาจัดแสดงในนิทรรศการนี้?

เสกสรร รวยภิรมย์ ภัณฑารักษ์และผู้ก่อตั้งมูลนิธิสติให้คำตอบจากการสัมภาษณ์ว่าสาเหตุที่ผลงานของน้องส้มได้รับการคัดเลือกมาจัดแสดงเป็นเพราะน้องส้มเคยเข้าร่วมโครงการ workshop กับมูลนิธิเมื่อปี 2017 ผลงานของเธอโดดเด่นและไม่มีใครเหมือนทั้งๆ ที่เธอไม่เคยมีโอกาสเรียนถ่ายรูปหรือจับกล้องถ่ายภาพมาก่อน ด้วยความสนใจของเธอจึงทำให้เสกสรร อดไม่ได้ที่จะนำผลงานของเธอมาจัดแสดงเพื่อเสนอต่อสาธารณะชน ส่วนการนำภาพถ่ายของเธอมาวางคู่กับ ‘ชัช’ ช่างภาพมืออาชีพเป็นเพราะ ต้องการเปรียบเทียบให้เห็นถึงมุมมองของส้มและชัชที่มีต่อสถานที่หรือสิ่งของเดียวกัน เราจะเห็นได้ว่าแม้ภาพที่ถ่ายจะเป็นภาพโคมไฟ หรือท้องฟ้าเหมือนกันแต่พอถ่ายออกมาจากมุมมองที่แตกต่างกันแล้วก็ไม่เหมือนกันเลย ภาพที่เราเห็น ที่เรามองว่าเป็นภาพทั่วๆ ไป จึงอาจแฝงไปด้วยเรื่องราวมากมายที่ซ่อนอยู่ โดยทั้งนี้นัยสำคัญที่เสกสรรนำภาพของเธอมาจัดแสดงก็คงเพราะเห็นพรสวรรค์ในตัวของเด็กน้อย ทั้งๆ ที่เธออยู่ในที่ๆ ยากจะค้นหาแต่ด้วยศักยภาพที่มีพร้อมกับโอกาสจากมูลนิธิ จึงทำให้เธอสามารถเปล่งประกายราวกับแสงไฟในความมืดได้

ท่ามกลางท่วงทำนองของชีวิตในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร อาคารบ้านเรือนที่หรูหรา ตึกรามบ้านช่องที่เจริญ ใครจะรู้บ้างว่ายังมี ‘พวกเขา’ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห้องแถวเล็กๆ ตึกเก่าโทรมๆ ที่อยู่ในตรอกพื้นที่เท่าแมวดิ้นตาย สถานที่ที่พวกเขาเรียกมันว่า ‘บ้านหลังที่ 2’ อาคารเก่าๆ เห็นเพียงแต่คราบน้ำฝนชะ เป็นไหล่ทาง ภายในห้องที่มีพื้นไม้กระดานกร้านๆ พร้อมกับแสงรำไรที่สาดลงมาผ่านช่องหน้าต่าง ในขณะที่บทสัมภาษณ์ที่ฉายบนผนังยังคงดำเนินไปเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด นี่คือภาพที่เกิดขึ้นวนซ้ำไปมาภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการที่ CASE Space Revolution อาร์ต สเปซ ณ สุขุมวิท 49

ภาพในวีดีโอที่ปรากฏซ้ำๆ คือสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัว ‘น้องส้ม และเป็นสถานที่ทำงานของคนกลุ่มหนึ่ง หรืออาจพูดให้ถูกก็คือ ‘ผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง’ ที่มีอายุรุ่นๆ ไปจนถึงอายุ 60 กว่าๆ สิ่งที่แตกต่างระหว่างเธอและพวกเขาก็คือ เธอไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา เนื้อหาภายในวีดีโอส่วนใหญ่ดูเหมือนเป็นบทสนทนาอันเรียบง่าย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ บทสัมภาษณ์เหล่านี้เป็นบทสนทนาที่มาจากผู้พูดเพียงคนเดียว ดังนั้นแล้ว การถาม-ตอบ ที่ตอบโต้กันไปมา จากผู้พูดคนเดียวในน้ำเสียงโทนเดิม จึงประหนึ่งว่าเป็นการตั้งคำถามต่อตัวผู้พูดเอง “ทำมานานรึยัง?” “ครั้งละเท่าไหร่?” “ที่บ้านเค้ารู้มั้ย?” คือคำถามที่ถามวนซ้ำๆ ชวนให้น่าอึดอัดใจ และทำให้ผู้ชมพอเดาออกได้ว่าพวกเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไร เมื่อสิ้นเสียงคำถาม ความเงียบที่น่าอึดอัดระหว่างการรอคำตอบก็แสดงตัวขึ้นอีกครั้ง ความเงียบครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่ปรากฏเฉพาะในวีดีโอ แต่ยังลามมาถึงคนดูที่กำลังรอฟังคำตอบ “น่าแปลกที่คนอายุมากแล้วยังสามารถทำอาชีพนี้ได้” นี่คือสิ่งที่ถูกครุ่นคิดภายในใจของผู้ชมเมื่อวีดีโอจบลงพร้อมกับวนกลับมาที่ใบหน้าแรก ในขณะที่เราเริ่มลุกออกจากเก้าอี้ไม้รูปทรงเหมือนกับภาพที่ฉายในโปรเจคเตอร์ เราจึงค่อยๆ ถกผ้าม่านออก เพื่อกลับไปยังห้องจัดแสดงภาพถ่ายแล้วปล่อยให้ผู้ชมคนอื่น ได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์เดียวกัน และนี่ คือผลงาน Video Installation ของเอกลักญ กรรณศรณ์ ที่พยายามถ่ายทอดสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวของเธอ ‘น้องส้ม’

เมื่อเราก้าวเข้ามาภายในห้องแสดงผลงานภาพถ่าย ซึ่งอันที่จริงมันคือห้องแรกที่เราควรจะพูดถึงในตอนต้น ห้องนี้แตกต่างไปจากห้องวีดีโอมาก ตั้งแต่ แสงสีขาวอมส้ม ผนังสีขาว การจัดเรียงรูปที่แขวนอยู่บนผนังอย่างมีระเบียบ เว้นแต่เพียงผนังด้านหนึ่งที่ประดับกระจก ผนังด้านนั้นปรากฏรูปถ่ายใบเล็กกระจายตัวทั่วผนัง มองดูแล้วชวนให้นึกถึงห้องของเด็กผู้หญิงเล็กๆ สักคน เมื่อมองเข้ามาจากด้านนอก เราจะเห็นผนังด้านในสุดที่ปรากฏผลงานชื่อ ‘Nong Som’ อย่างชัดเจน ส่วนผนังผืนใหญ่ที่เป็นความยาวของห้องคือผนังที่จัดแสดงภาพถ่ายของน้องส้มสลับกับภาพถ่ายของชัช รูปแรกที่ปรากฏคือรูปที่น้องส้มถ่ายเป็นรูปท้องฟ้าสีสดใส collage กับรูปด้านล่างคือภาพของลูกกรงซี่ถี่ๆ คล้ายกับเป็นการบอกผู้ชมนัยๆ ว่ามันคือความต่างขั้วระหว่าง ‘อิสรภาพ’ และ ‘กรงขัง’ ขณะที่ภาพอื่นๆ ที่ตามมา ทั้งภาพโคมไฟ ตึกเก่าๆ แสง เสาไฟ ฯลฯ คือการบันทึกการผจญภัยของน้องส้มระหว่างการเดินทางทั้งในโลกแห่งความเป็นจริงและโลกเสมือน (ทำกิจกรรม workshop) ในขณะที่ภาพถ่ายของชัชครูและศิลปิน ผู้สอนก็ปรากฏอยู่คู่กับภาพของเธอ เสมือนเป็นกระจกสะท้อนระหว่างความคิดของเธอและเขา ทั้งยังเชิญชวนผู้ชมให้ตั้งคำถามถึงวิธีการมองของตนเอง เมื่อไล่สายตาไปจนถึงภาพสุดท้ายของผนังซึ่งเป็นภาพของชัชเพียงผู้เดียว ภาพนี้ยังคงใช้เทคนิคการ collage วิธีเดียวกับการนำเสนอภาพแรกของน้องส้ม แต่ภาพนี้ปรากฏเป็นภาพของน้องส้มกำลังถือกล้องถ่ายรูปหันมาทางด้านหน้า ภาพนี้วางอยู่คู่กับภาพของโคมไฟดวงน้อยที่กำลังส่องแสงสว่างในคืนที่มืดมิดที่ชัชเป็นคนถ่ายเช่นเดียวกัน ภาพทั้ง 2 ที่ปรากฎวางอยู่คู่กันจึงเสมือนมุมมองของเขาที่มีต่อเธอ ‘แสงสว่างในความมืด’

 

 

เมื่อเราประมวลผลงานทั้งหมดที่จัดแสดงด้วยสายตาที่แตกต่างของผู้คน เราจะพบว่า Perspectives พยายามท้าทายตัวเราให้ลองตั้งคำถามถึงมุมมองของตนเองที่มีต่อสังคมและ ‘คนอื่น’ ตลอดจนสภาพแวดล้อมภายนอกผ่านการนำเสนอด้วยภาพถ่ายกล้องฟิล์ม จากตัวแทนอย่างน้องส้ม เมื่อเรามองดูภาพที่เธอถ่ายเราอาจสามารถสัมผัสได้ถึงห้วงอารมณ์และมุมมองของเธอที่มีต่อโลกรอบๆ ตัวในขณะเดียวกันสิ่งเหล่านั้นก็สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่เธอต้องพบเจอในแต่ละวัน อาคารเก่าๆ ที่อยู่ในย่านหัวลำโพง ตึกแถวในวงเวียน 22 โคมไฟ ท้องฟ้า ลูกกรง ต้นไม้ แสงสีแดงส้มที่สาดส่องยามพระอาทิตย์ตกดิน ภาพต่างๆ ที่เธอถ่ายจึงสามารถเล่าเรื่องราวภายในใจของเธอต่อโลกใบนี้ และเพราะภาพที่เธอถ่ายนั่นแหละ! ที่สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินชีวิตจริงในเมืองหลวงที่ผิดแผกแตกต่างไปจาก ‘เมือง’ อันเลอค่า ที่ๆ คุณธรรม และความดีตกเกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมด

มูลนิธิ SATI

ก่อตั้งโดยเสกสรร รวยภิรมย์ เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีนโยบายช่วยเหลือเยาวชนที่ด้อยโอกาสและอยู่ในกลุ่มเสี่ยงในด้านการศึกษาและสุขภาพ โดยใช้แนวทางอย่างมี ‘สติ’ ในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว

 

ศิลปิน :

วิรุนันท์ (โต้) ชิตเดชะ

ชัชวาล (ชัช) จันทโชติบุตร

เอกลักญ (ลักญ) กรรณศรณ์

น้องส้ม

ภัณฑารักษ์ : เสกสรร รวยภิรมย์


About the Author

Nina NTK

ความสวยงามของชีวิตคือการได้ทำในสิ่งที่หัวใจโหยหา



Back to Top ↑