Events

Published on October 24th, 2018 | by anaras

0

Pipit Banglamphu Street Art

กรมธนารักษ์เปิดตัวนิทรรศการศิลปะในชุมชน “พิพิธบางลำพู สตรีท อาร์ต”

 

“บางลำพู” ถือเป็นหนึ่งในย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ชั้นในมาตั้งแต่อดีต มีประวัติการตั้งถิ่นฐานมานับตั้งแต่ก่อนการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมและอาชีพทำมาหากินอยู่บนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อมีการขุดคลองรอบกรุงที่มีปากคลองบริเวณย่านบางลำพูพอดี ก็ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นย่านเศรษฐกิจการค้าในฐานะของแหล่งขนถ่ายสินค้าทางน้ำที่สำคัญ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อการคมนาคมหลักของบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป สะพานถูกสร้างข้ามคลอง คลองกลายเป็นถนน มีการตัดถนนสมัยใหม่หลายสายขึ้นในพื้นที่ย่านบางลำพู จึงยิ่งทำให้พื้นที่แห่งนี้คึกคักขึ้นไปอีก

สำหรับคนรุ่นใหม่ทั่วไปอาจรู้จักบางลำพูในฐานะของศูนย์กลางการค้าชุดเสื้อผ้า โดยเฉพาะชุดเครื่องแบบนักเรียน และแหล่งรวมสถานบันเทิงยามค่ำคืนอันมีชื่อเสียงระดับโลกบริเวณถนนข้าวสาร มากกว่าย่านชุมชนเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเก่าแก่และวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ยังคงมีชีวิตชีวา ท่ามกลางความเจริญของสังคมที่อยู่รายรอบ ชุมชนทั้งเจ็ดยังคงเก็บรักษาความเป็นมาของพวกเขาเอาไว้และพร้อมเสมอที่จะถ่ายทอดสู่คนรุ่นต่อไป

กรมธนารักษ์ หน่วยงานที่มีพิพิธภัณฑ์ถึงสองแห่งในย่านบางลำพู มีบทบาทอย่างยิ่งในการเผยแพร่เรื่องราวของย่านเมืองเก่าที่ยังมีชีวิตแห่งนี้ โดยเฉพาะในส่วนของ พิพิธบางลำพู ซึ่งเป็นหน่วยงานในความดูแลของสำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ถือเป็นศูนย์การเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของชุมชน ตั้งอยู่ในพื้นที่เดิมของโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช หัวมุมถนนพระอาทิตย์ตัดกับถนนพระสุเมรุ อาคารคอนกรีตรูปตัวแอลสถาปัตยกรรมแบบเบาเฮ้าส์ (Bauhaus) และเรือนไม้ใต้ถุนสูงแบบไทย เป็นสถานที่บรรจุเรื่องราวของย่านบางลำพูและประวัติศาสตร์เงินตราของประเทศไทยเอาไว้

นอกจากการจัดแสดงนิทรรศการถาวรภายในพิพิธบางลำพูสำหรับผู้สนใจทั่วไปแล้ว กรมธนารักษ์ยังดำเนินกิจกรรมทางสังคมต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้ประชาคมบางลำพูและพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามามีส่วนร่วมได้มาโดยตลอด ดังเช่นกิจกรรมล่าสุด พิพิธบางลำพูสตรีทอาร์ต (Pipit Banglamphu Street Art)

ภายใต้การประสานงานของวิสาหกิจเพื่อสังคม Socialgiver ธุรกิจสตาร์ทอัพน้องใหม่ที่มีแนวคิดหลักในการดำเนินงานช่วยเหลือและพัฒนาชุมชนต่างๆ ในประเทศไทย โครงการสตรีทอาร์ตในครั้งนี้จึงถือได้ว่าเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่น่าสนใจ และน่าจะส่งผลต่อการพัฒนาเมืองในระดับชุมชนได้เป็นอย่างดี

จากชื่อก็พอเดาได้ไม่ยากว่าสิ่งที่เราจะได้เห็นจากโครงการนี้ ก็คือภาพวาดบนผนังตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ในรูปแบบสตรีทอาร์ตสมัยใหม่ บอกเล่าเรื่องราวและจุดเด่นของย่านบางลำพูจากการตีความของศิลปินแต่ละคน ซึ่งล้วนเป็นศิลปินรุ่นใหม่ผู้มีความสนใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นของพื้นที่นี้ ทั้งหมดมารวมตัวกันภาพวาดบนผนังเหล่านี้มีจำนวน 9 ภาพ กระจายตัวอยู่ตามชุมชนทั้งเจ็ดของย่านบางลำพู มีทั้งที่เห็นได้ง่าย และเข้าถึงได้ยาก แตกต่างกันไปตามสถานที่ การเดินชมผลงานทั้งหมดจึงทำให้เราต้องเข้าไปเยี่ยมเยือนบ้านเรือนของผู้คนในแต่ละชุมชนไปด้วย

ยกตัวอย่างเช่นบนผนังของตึกแถวในตรอกบ้านพานถม แหล่งผลิตเครื่องเงินและเครื่องถมอันมีชื่อเสียงในอดีต ผลิตภัณฑ์ของที่นี่จะมีลวดลายวิจตรบรรจงอันเกิดจากฝีมือของช่างล้วนๆ โดยไม่ใช้เครื่องจักร แต่การเข้ามาของภาชนะสเตนเลสและวัสดุสมัยใหม่อื่นๆ ที่มีราคาถูก ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องเงินของที่นี่จึงปิดกิจการไปหมดแล้ว คงเหลือเพียงตำนานเล่าขานกันต่อมาแต่ในนามชุมชน เรื่องราวเหล่านี้ได้รับสะท้อนออกมาด้วยภาพเด็กน้อยลอยคออยู่ในอ่างอาบน้ำขันเงินยักษ์ จากการสร้างสรรค์ของ Nongpop และ Jecks Bkk พวกเขาถ่ายทอดเรื่องราวของ “ช่างเงินแห่งบ้านพานถม” ออกมาในชื่อผลงานเดียวกัน เด็กชายคนนี้สวมหน้ากากป้องกันสารพิษที่ช่างเงินมักสวมใส่ขณะผลิตเครื่องเงินเอาไว้ด้วย เป็นเสมือนสัญลักษณ์สื่อถึงบุคคลในความทรงจำของอดีตอันรุ่งเรือง ณ ทีนี้

เดินทางต่อมาใกล้ๆ เชิงสะพานพระรามแปด เดินเข้าซอยเล็กๆ ไปนิดหน่อย ตามแนวรั้วคอนกรีตยาวเหยียด ภาพวาดสิงโตสีแดงสดใสบนฉากหลังสีส้มของ KOMKID “สิงโตวัดใหม่” คือการบอกเล่าเรื่องราวของการเชิดสิงโตโดยกลุ่มเยาวชนในชุมชนวัดใหม่อมตรสที่ยังคงมีการแสดงในโอกาสสำคัญๆ อยู่เสมอ และหากเราเดินเลี้ยวหัวมุมไปหน่อยก็จะพบกับภาพวาดหญิงสาวสวยในชุดไทย Him Hp ย้อนเวลากลับไปยังอดีตสมัยที่เวทีการประกวด “นางงามวิสุทธิกษัตริย์” ถือเป็นไฮไลท์ที่สำคัญของเทศกาลสงกรานต์ในย่านนี้ และเป็นที่โด่งดังไปทั้งกรุงเทพมหานครในฐานะเวทีประกวดนางงามเวทีแรกๆ ในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ผู้ที่ได้ครองตำแหน่ง  “เทพีสงกรานต์วิสุทธิกษัตริย์” ถือว่าได้ทำการแจ้งเกิดในแวดวงบันเทิงไปในตัว ปัจจุบันการประกวดนางงามวิสุทธิกษัตริย์ก็ยังคงจัดขึ้นในเทศกาลสงกรานต์ทุกปี

ลึกเข้าไปในชุมชนวัดสามพระยา มีผลงานที่สื่อของดีในอดีตของที่นี่อย่างขนม “ข้าวต้มน้ำวุ้น” ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ว่าใครมาเยือนก็ต้องลองชิม แม้ว่าปัจจุบันจะเหลือผู้ผลิตเพียงเจ้าเดียวก็ตาม “สามเเยกข้าวต้มน้ำวุ้น” คือภาพวาดชิ้นข้าวต้มน้ำวุ้นปลิวว่อนอยู่บนผนังท่ามกลางเหล่าแมวสีขาว ฝีมือของ Sneakarette ผลงานอีกชิ้นหนึ่งของศิลปินสาวคนนี้คือภาพแมวกำลังต่อตัวแอบปีนรั้วบ้านของชาวบ้านในชุมชนวัดสามพระยาเดียวกันนี้อีกด้วย เหตุที่ต้องเป็นบ้านนี้ก็เพราะว่าเจ้าของบ้านเป็นคนรักแมวมาก! ศิลปินจึงวาดภาพที่สื่อให้เห็นว่าแมวแถวนี้ทุกตัวก็อยากจะเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้กันทั้งนั้นแหละ

นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้ท่าเรือเก่าชุมชนวัดสามพระยา ยังมีภาพบนฝาผนังขนาดใหญ่สูงเกือบห้าเมตร ที่เกิดจากสี่ศิลปินรวมตัวกันถ่ายทอดเอกลักษณ์ของย่านบางลำพู นั่นก็คือ “หิ่งห้อย” ผสานเข้ากับเรื่องราวของพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งในอดีตเคยเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าคึกคัก ภาพ “ท่าเรือเก่า ชุมชนวัดสามพระยา” ผลงานโดย Abi Original, Bang Bang, Darkone Jartown Rga และ Jecks ประกอบไปด้วยภาพเรือหลายประเภท ล่องอยู่ในแม่น้ำ มีหิ่งห้อยบินวนไปรอบๆ เป็นเหมือนแสงสว่างส่องทางในทุกๆ ที่

ภาพวาดสตรีทอาร์ทเหล่านี้จึงแสดงให้เห็นถึงกลวิธีในการพลิกฟื้นชีวิตชีวาของย่านเก่าในโลกยุคที่ความเจริญแทรกซึมเข้าไปทุกที่ แต่สำหรับในสังคมไทย ยังคงมีชุมชนมากมายที่เก็บรักษาเรื่องราวที่ส่งผ่านอดีตอันยาวนานเอาไว้ แม้ว่าจะหลงเหลือร่องรอยที่จับต้องได้น้อยลงทุกทีก็ตาม ดังนั้น จึงต้องอาศัยกระบวนการเล่าเรื่องในรูปแบบใหม่ ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของโครงการพิพิธบางลำพูสตรีทอาร์ท ไม่ใช่เพียงการมีงานศิลปะสวยๆ งามๆ ไปวางเอาไว้ตามจุดต่างๆ ในชุมชนเท่านั้น แต่คือความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าภาพอย่างพิพิธบางลำพู กรมธนารักษ์ ธุรกิจเพื่อสังคม Socialgiver เหล่าศิลปินรุ่นใหม่ต่างๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาคมบางลำพู ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์เรื่องราวของพวกเขาเอาไว้นั่นเอง.

 


About the Author

anaras



Back to Top ↑