Gallery

Published on July 24th, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

INUJIMA

บทความโดย อรุณ ภูริทัต

จากไฟน์อาร์ทฉบับ 113

ในปี 2008 โครงการศิลปะของทางกลุ่ม Benesse นั้นขยายไปยังเกาะ Inujima ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของ เกาะ Naoshima แต่เดิมเกาะแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของ โรงงานสกัดทองแดงซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี 1909 และมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่มากถึง 5,000 คน ต่อมาเมื่อราคาทองแดงเริ่มตกต่ำ ก็ทำให้จำนวนแรงงานและชาวบ้านที่เคยอยู่อาศัยลดจำนวนลงเรื่อยๆ จนเหลือแค่ 50 คนในปัจจุบัน ทาง Benesse ได้เริ่มต้นปรับปรุง โรงงานสกัดทองแดงเดิมให้กลายเป็นที่จัดแสดงงานศิลปะ ภายใต้ชื่อโครงการInujima Art Project Seirencho ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อโครงการเป็น Inujima Seirensho Art Museum ในปี 2013 ซึ่งโครงการได้ Hiroshi Sambuichi มาทำหน้าที่ สถาปนิกโครงการ ส่วนผลงานศิลปะที่นำมาติดตั้งภายในโครงการนั้นเป็นผลงานของศิลปิน  Yanagi Yukinori สำหรับโครงการ Inujima Seirensho Art Museum นั้นเป็นการปรับปรุงอาคารขนาดใหญ่ ซึ่งแตกต่างไปจากโครงการอื่นของทาง Benesse ที่เป็นการปรับปรุงอาคารขนาดเล็กในสเกลบ้าน  Sambuichi ได้ชื่อว่าเป็นสถาปนิกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสถาปัตยกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เขามักจะค้นหาวิธีการต่างๆในการสร้างสภาวะน่าสบายให้กับตัวอาคารโดยอาศัยกลไกของธรรมชาติในการทำให้อาคารเย็นสบายในฤดูร้อน และอบอุ่นในฤดูหนาว อย่างในโครงการนี้ Sambuichi ใช้วิธีสร้างเรือนกระจกขนาดใหญ่เพื่อให้อากาศร้อนลอยตัวขึ้นไปตามปล่องไฟของโรงงานแล้วดึงลมเย็นจากทะเลให้เข้ามาไหลเวียนภายในอาคาร ส่วนในฤดูหนาวก็ใช้วิธีกักความร้อนจากเรือนกระจกแล้วค่อยปล่อยเข้ามาภายในอาคาร  อีกทั้งยังมีการดึงแสงธรรมชาติผ่านการสะท้อนกระจกเพื่อให้แสงสว่างกับพื้นที่ส่วนต่างๆภายในอาคาร ส่วนน้ำเสียที่เกิดขึ้นในอาคารก็มีการนำไปผ่านกระบวนการบำบัดเพื่อใช้รดน้ำให้กับต้นไม้และพืชที่ปลูกไว้ในโครงการ

Yanagi ทำงานร่วมกับ Sambuichi อย่างใกล้ชิด เขาติดตั้งงานตามส่วนต่างๆของอาคาร 6 แห่ง โดย Yanagi ได้นำเอาชิ้นส่วนไม่ว่าจะเป็น บานประตู หน้าต่าง หลอดไฟ ผนังอาคาร กลอนประตู ฯลฯ จากบ้านของนักเขียนชื่อดัง Yukio Mishima ที่เคยอยู่ในเขตชิบูย่า กรุงโตเกียว มาเป็นหัวใจหลักในการนำเสนอผลงานศิลปะของเขา รวมไปถึงการใช้เศษกากแร่จากการสกัดทองแดง และเศษหินจากการระเบิด บนเกาะ Inujima ซึ่งเป็นการซ้อนทับกันหลายอย่างของประวัติศาสตร์ของพื้นที่โรงงานที่สะท้อนให้เห็นยุครุ่งเรืองของการ modernization ในญี่ปุ่น รวมไปถึงงานเขียนของ Mishima ที่เป็นตัวแทนของวรรณกรรมญี่ปุ่นหลังสงคราม แล้วนำเอาวัตถุดิบต่างเหล่านี้มาจัดเรียงเสียใหม่

ต่อมาในปี 2010 โครงการ INUJIMA ART HOUSE PROJECT ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภัณฑารักษ์ Yuko Hasegawa และสถาปนิก Kazuyo Sejima ซึ่งใช้วิธีนำเสนองานศิลปะ ด้วยการกระจายอาคารออกเป็นหลายหลังแทรกไปตามพื้นที่ต่างๆของหมู่บ้าน และมีการใช้วัสดุก่อสร้างหลากหลายชนิดในการสร้างอาคารแต่ละหลังขึ้นมา โดยอาคารแต่ละหลังนั้นก็มีบุคลิกลักษณะแตกต่างกันไป แล้วจัดแสดงงานศิลปะไว้ในอาคารเหล่านั้น   ผมเลือก F- Art House เป็นอาคารหลังแรกในการเดินทาง F- Art House อาคารไม้รูปทรงจั่วเรียบง่ายและมีติ่งอาคารรูปทรงคดเคี้ยวที่ยืดตัวออกมา และตั้งอยู่บนเนินทราย Sejima ใช้โครงสร้างไม้บางส่วนจากบ้านไม้เดิมผสมเข้ากับวัสดุไม้ใหม่ ตัวอาคารโปร่งโล่งและดูเรียบง่าย แต่เธอยังคงใช้แผ่นเหล็กมันวาวมาหุ้มผนังด้านในอาคารที่โค้งย้วยไปมาเพื่อสร้างพื้นที่ที่ขอบเขตไม่ชัดเจนและสะท้อนกลับไปกลับมาจากความมันวาวของแผ่นเหล็ก อาคารหลังนี้ติดตั้งงาน

หลังจากเดินทะลุไปตามตรอกซอกซอยเล็กๆ เราก็เจอกับ อาคาร S-Art House ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสามแยกพอดิบพอดี  อาคารหลังนี้ทำให้เห็นงานสถาปัตยกรรมแบบสุดขั้วของ Sejima อีกครั้ง เธอ ออกแบบผนังอาคารด้วยแผ่นอะครีลิคใสดัดโค้งและใช้อะครีลิคเป็นตัวรับน้ำหนักส่วนหลังคาไปด้วยในตัว เพื่อไม่ให้ตัวอาคารมีเสารับน้ำหนักใดๆเลย เพื่อให้ดูเสมือนว่า แผ่นหลังคากำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ แต่ปัญหารอยต่อระหว่างแผ่นอะครีลิคก็มีให้เห็นหลายส่วน และพื้นที่ภายในนั้นต้องใช้ระบบปรับอากาศพ่นลมเย็นออกมาจากพื้นตลอดเวลา เนื่องจากภายในนั้นเป็นห้องกระจกปิดทึบ จึงมีอุณหภูมิสูงมากในฤดูร้อน ซึ่งภายใน S-Art House ได้จัดแสดงผลงานของ Yanagi ที่มีชื่อว่า Dollar Web Garden” (2010) ที่ศิลปินใช้ถักร้อยด้วยเส้นด้ายเล็กๆจนขึ้นรูปเป็นธนบัตรดอลลาร์และ pattern ของลวดลายตาข่ายที่เชื่อมโยงกันเป็นผืนใหญ่และมีลูกธนูปักแทงทะลุอยู่ในบางจุด รวมถึงรอยฉีกขาดไม่สมบรูณ์และ pattern ที่ไม่ได้ถักทอต่อ

ถัดมาตรงบริเวณท้ายหมู่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสุสาน ก็คือ ตำแหน่งของ Nakanotani Gazebo ศาลาซึ่งใช้แผ่นเหล็กตีโค้งขึ้นรูปเป็นโดมขนาดเล็ก แล้วใช้เสาเหล็กกลมขนาดเล็กหลายต้นรับน้ำหนักของแผ่นเหล็กหลังคา Sejima ยังคงเล่นกับวัสดุอย่างไม่ปะนีประนอมและรีดเค้นให้วัสดุออกมาให้ได้รูปทรงอย่างที่เธอต้องการ ในส่วนของแผ่นเหล็กหลังคานั้นเมื่อแดดส่องกระทบแผ่นเหล็กและสะสมความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็แผ่ความร้อนออกมายังพื้นที่ใต้หลังคาอย่างไม่ปราณีปราศรัยในฤดูร้อน อาคารหลายหลังของ Sejima นั้นขึ้นชื่อว่าอยู่สบายไม่เท่าไหร่นัก เนื่องจากเธอต้องการขับเน้นความเบาบางให้กับตัวสถาปัตยกรรมจนถึงขีดสุดอยู่เสมอ ดังนั้นอาคารหลายหลังของเธอจึงไม่มีฉนวนหรือวัสดุกันความร้อนและความเย็น ซึ่งทำให้การอยู่อาศัยในงานสถาปัตยกรรมที่เธอออกแบบนั้น จึงไม่ใช่เรื่องที่สะดวกสบายมากนัก แต่ในสถาปัตยกรรมของเธอมักมีรายละเอียดหลายอย่างซ่อนเร้นอยู่ อย่างในส่วนหลังคาของ Nakanotani Gazebo เธอเจาะรูเล็กๆจำนวนมากเอาไว้ให้แสงลอดผ่านเข้ามาในพื้นที่ภายใน และเมื่อเราพูดคุยกันภายใต้โดมเหล็กเราจะได้ยินเสียงสะท้อนก้องกังวาน

หลังจากนั่งพักที่ Nakanotani Gazebo ได้สักพัก ผมเดินย้อนมาทางทิศเหนือซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารอีกหลัง ที่มีชื่อว่า I-Art House อาคารหลังนี้เป็นอาคารไม้ทรงจั่วมุงหลังคากระเบื้อง และมีสวนดอกไม้และแปลงผักของชาวบ้านแวดล้อมปะปนกันอยู่ อีกทั้งบริเวณใกล้กันกับ I-Art House มีบ้านเก่าที่ถูกทิ้งร้างและอยู่ในสภาพผุพังจนเผยให้เห็นดินที่ทำกำแพงรุ่นร่อนรวมไปถึงผนังไม้บางส่วนของตัวบ้านหลุดลุ่ยลงมากองอยู่กับพื้น ซึ่งภาพบ้านเก่าก็สะท้อนเป็นภาพอยู่บนบานกระจกขนาดใหญ่ของ I-Art House ส่วนภายในอาคารนั้นติดตั้งงานวิดีโอของ Yanagi ที่มีชื่อว่า “Eyeball Flower Garden”(2010) ซึ่งเป็นภาพดวงตาที่ถูกขยายใหญ่และเพ่งมองเคลื่อนไหวไปมา ภาพวิดีโอภายในและบานกระจกขนาดใหญ่ที่ทำให้เห็นทัศนียภาพของสวนด้านนอก ทำให้เกิดการซ้อนทับของภาพจากวิดีโอกับทัศนียภาพภายนอกจนแยกไม่ออกว่าส่วนในคือภาพจริงที่สายตาเรามองเห็นอยู่

งานศิลปะของ Yanagi ทั้งหมดที่จัดแสดงอยู่ในโครงการ INUJIMA ART HOUSE PROJECT นั้นเป็นเฟสแรกของงานแสดง เขาต้องการสะท้อนให้เห็นถึง ห้วงเวลาที่สกุลเงินดอลลาร์กำลังมีปัญหาและระบบเศรษฐกิจโลกกำลังแบ่งออกเป็นหลายขั้วมากขึ้น เนื่องจากการขยายตัวอย่างมากของกระบวนการโลกาภิวัฒน์ ซึ่งงานศิลปะทั้งหมดได้ถูกปรับเปลี่ยนออกไป เพื่อหมุนเวียนให้ศิลปินท่านอื่นได้นำผลงานมาแสดงในปี 2013 รวมถึงมีการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมเพื่อจัดแสดงงานศิลปะอย่าง A-Art House, C-Art House และ Former site of a stonecutters house เพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วย โดย Sejima รับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบอาคารทั้งหมด

 

 

บทความนี้ได้รับจากสนับสนุนจาก API Fellowships Program โครงการปัญญาชนสาธารณะแห่งเอเชีย

 

 


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ปิ๊งโกะ ชอบพูดชอบคุย ชอบดื่ม ชอบไอติม ชอบอ่านหนังสือ ชอบเดินแกลเลอรี ฝันอยากเดินทางรอบโลก



Back to Top ↑