Events

Published on August 30th, 2019 | by Nina NTK

0

เทศกาลศิลปะ Setouchi Triennale 2019 (1)

(บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม)

‘Red Pumpkin’ (2016)โดย Yayoi Kusama

หลังจากที่เทศกาลศิลปะนานาชาติไทยแลนด์เบียนนาเล่ ผ่านพ้นไปในปลายปี 2018 ทำให้ผู้เขียนเริ่มสนใจศึกษาการจัดเทศกาลศิลปะระดับนานาชาติในประเทศต่างๆ มากขึ้น ประกอบกับเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม – 9 มิถุนายน ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมเทศกาลศิลปะเซโตะอุจิ ที่เมืองคางาวะ จึงทำให้ได้รับประสบการณ์การดูงานศิลปะในรูปแบบ Site-specific ที่น่าสนใจไปอีกแบบ โดยเฉพาะแนวคิดเกี่ยวกับการจัดแสดงงานศิลปะในบริเวณหมู่เกาะทั้ง 12 เกาะของทะเลในเซโตะ (Seto Inland Sea) ก็ชวนให้นึกไปถึงการจัดงานเทศกาลศิลปะ Thailand Biennale, Krabi ในบ้านเรา ที่ได้รับโมเดลต้นแบบมาจากการศึกษาดูงานในเทศกาลศิลปะเซโตะอุจิ (1) รวมถึงเทศกาลศิลปะอื่นๆ ในญี่ปุ่นด้วย เช่น เทศกาลศิลปะเอจิโกะ – ทสึมะริ เป็นต้น

ดังนั้นผู้เขียนจึงอยากเล่าประสบการณ์จากการเดินทางไปเทศกาลศิลปะเซโตะอุจิอย่างพอสังเขป เพื่อให้ผู้อ่านได้เพลิดเพลินไปกับผลงานสร้างสรรค์ในเทศกาลศิลปะระดับนานาชาติครั้งนี้ ผลงานที่จัดแสดงหลายชิ้นในแต่ละพื้นที่ที่ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมยังรวมไปถึงผลงานที่สร้างขึ้นในเทศกาลศิลปะปีอื่นๆ ก่อนหน้า ตั้งแต่ ปี 2010 มาจนถึงผลงานในปัจจุบัน รวมทั้งสิ้นเกือบ 50 ผลงาน จากการศึกษาดูงานของศินปินรุ่นใหม่ในโครงการ Young Artists Talent ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

‘Naoshima Pavillion’ (2016) by Sou Fujimoto

เทศกาลศิลปะเซโตะอุจิ เทรียนนาเล่ (Setouchi Triennale)

เทศกาลศิลปะนานาชาติของเมืองคางาวะ (Kagawa) ที่จัดขึ้นทุกๆ 3 ปี ตามแนวคิดของการจัดงานเทศกาลศิลปะประเภท ‘เบียนนาเล่ และเทรียนนาเล่’ ซึ่งได้รับแนวคิดต้นแบบมาจากเมืองเวนิส โดยจัดขึ้นในพื้นที่หมู่เกาะแถบทะเลในเซโตะ ทั้ง 12 หมู่เกาะ อาทิ ได้แก่ Naoshima, Teshima, Megijima, Ogijima, Shodoshima, Oshima, Inujima, Shamijima, Honjima, Takamijima, Awashima, Ibukijima และบริเวณเมืองชายฝั่งอีก 2 แห่ง ได้แก่ เมืองทาคามัตสึ และท่าเรืออุโนะ การจัดเทศกาลศิลปะเซโตะอิจิ เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในปี 2010 และจัดเรื่อยมาในปี 2013 ปี 2016 จนมาถึงปัจุบัน ในปี 2019 งานศิลปะที่จัดขึ้นในแต่ละปียังมีการจัดแสดงผลงานหมุนเวียนแบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล คือช่วงฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง ผู้ชมจึงสามารถเข้าชมผลงานในพื้นที่บนเกาะต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย โดยพื้นที่แต่ละเกาะจะมีเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นที่แตกต่างกันไป การจัดเทศกาลศิลปะเซโตะอิจิในพื้นที่เหล่านี้จึงมีจุดมุ่งหมายที่จะนำเอาศิลปะกลางแจ้งเข้ามาเป็นสื่อกลาง เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิตผู้คนบนเกาะ ความสวยงามทางธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และประวัติศาสตร์ 

‘Naoshima Bath’ “I❤湯 I love YU… (2010) by Shinro Ohtake

สำหรับเส้นทางการเยี่ยมชมงานศิลปะในทริปนี้เริ่มต้นจากเมืองทาคามัตสึไปยังเกาะต่างๆ ได้แก่เกาะนาโอชิมะ เกาะเมกิชิมะ เกาะโอกิชิมะ เกาะโชโดชิมะ และเกาะเทชิมะตามลำดับ ซึ่งนอกจากจะได้ชมผลงานศิลปะจากเทศกาลฯ แล้วยังได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะต่างๆ มากมาย

เมืองทาคามัตสึ (Takamutsu)

ผลงานบริเวณสนามบินทาคามัตสึ โดย Veronique Joumard

เส้นทางการเดินทางเพื่อชมงานศิลปะในเทศกาลเซโตะอุจิเริ่มต้นขึ้นจากการเดินทางไปดูงานศิลปะบริเวณภูเขายาจิมะ ในเขตพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเนินเขาอันสลับซับซ้อน ผลงานชิ้นแรกปรากฏขึ้นใกล้กับเนินเขาสูง บนจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมือง คือผลงานของ Teppei Kaneuji ในชื่อ ‘Smoke and Fog’ (2019) ผลงานชิ้นนี้ เทปเป้ ใช้วัสดุที่หาได้ง่ายมาใช้สำหรับจัดวางเป็นผลงานประติมากรรมในรูปแบบอันแปลกตา วัสดุที่ใช้มีทั้งก้อนหินจากเศษซากที่เหลือจากการก่อสร้าง รวมถึงของใช้ที่ผ่านการใช้งานแล้วจากในโรงแรมและร้านอาหาร นำมาจัดวางในจุดชมวิวซึ่งเป็นตัวแทนของหอดูวิวที่ปรากฏตามพื้นที่ต่างๆ ในภูเขายาจิมะ โดยมีกระจกเป็นภาพสะท้อนทิวทัศน์ที่ปรากฏอยู่ตรงข้ามในพื้นที่จริง ผลงานของเทปเป้ยังสื่อถึงความสัมพันธ์แบบทวิลักษณ์ที่เกิดขึ้นภายในเมืองระหว่างพื้นที่ปัจจุบันกับพื้นที่ประวัติศาสตร์ การอยู่อาศัยของผู้คนกับการท่องเที่ยว และการเกิดขึ้นของธรรมชาติกับสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์สร้าง สภาวะของการทับซ้อนที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้นี้ จึงทำให้เกิดสภาวะคู่ขนานซึ่งเป็นเหตุผลประการหนึ่งที่ทำให้ผลงานชิ้นนี้ถูกตั้งชื่อตามสถานะของความคลุมเคลือในชื่อที่ว่า ‘ควัน และหมอก’

‘Smoke and Fog’ (2019) โดย Teppei Kaneuji

ขณะเดินลงมาจากภูเขายาจิมะ เพื่อนั่งรถไปชมผลงาน ‘Suitcase in a Bottle’ (2019) ของ Ram Katzir สายฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาเบาๆ จนอากาศเริ่มเย็น ท่ามกลางบรรยากาศสลัวของพระอาทิตย์ที่ใกล้ลาลับขอบฟ้า ‘Suitcase in a Bottle’ ติดตั้งอยู่ภายในบึงน้ำขนาดใหญ่บริเวณเนินเขาเตี้ยๆ ใกล้กับหมู่บ้านโบราณชิโกกุ ภายในบ่อน้ำมีขวดแก้วใสขนาดใหญ่ลอยบนผืนน้ำดำสนิท โดยมีกระเป๋าเดินทางบรรจุอยู่ภายใน แก้วเปล่าที่ลอยเคว้งคว้าง อย่างไม่มีจุดหมาย จากด้านหนึ่งของบึงน้ำไปยังอีกฟากฝั่งหนึ่งยังมีสะพานเถาวัลย์ที่ไม่แข็งแรงนัก เมื่อผู้ชมเดินไปบนสะพานก็ทำให้สะพานเกิดอาการสั่นๆ ไม่มั่นคงจนหลายต้องตัดสินใจหันหลังกลับ จากสภาพแวดล้อมแบบปิดของบ่อนำ้ที่ชวนอึดอัด ความไม่มั่นคงของสะพาน และการลอยอย่างไม่มีทิศทางของตัวชิ้นงานจึงสร้างบรรยากาศของความหดหู่ ความสิ้นหวัง ซึ่งถ่ายทอดถึงสถานภาพของผู้อพยพ และการย้ายถิ่นฐานที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก ในอีกนัยหนึ่ง ‘Suitcase in a Bottle’ ก็อาจมีความหมายโดยตรงต่อตัวราม คาทิค ศิลปินชาวอิสราเอลที่พยายามสื่อสารความรู้สึกของตนในแบบรูปธรรมผ่านการสร้างสรรค์ผลงาน

‘Suitcase in a Bottle’ (2019) โดย Ram Katzir

เกาะเมกิชิมะ (Megijima)

หลังจากที่ได้เข้าไปดูงานบริเวณจุดชมวิวภูเขายาจิมะ ของเมืองทาคามัตสึแล้ว 2-3 วันต่อมา เราก็ได้ออกเดินทางต่อไปไปยังเกาะเมกิชิมะ เพื่อดูงานศิลปะบนเกาะ ในปีนี้ความน่าสนใจของงานศิลปะบนเกาะเมกิชิมะ คือ ผลงานของศิลปิน 8 คน ที่สร้างขึ้นในธีมเดียวกันชื่อ “ร้านเล็กๆ บนเกาะ” หรือ ‘Little Shops on the Island’ โดยใช้พื้นที่ของโรงแรมเก่าขนาดเล็กของเกาะ เป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานทั้ง 8 ชิ้น จากศิลปิน 8 คน ผลงานเหล่านี้เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและผู้คนบนเกาะได้มีส่วนร่วมกับร้านต่างๆ ที่จัดขึ้นอย่างเป็นกันเอง เช่น ร้านกาแฟของ Veronique Joumard  ในชื่อ Little Shops on the Island “Café de la Plage” ในร้านนี้ศิลปินได้จำลองร้านกาแฟเล็กๆ ขึ้นมา ผู้ชมสามารถนั่งดื่มกาแฟท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายของลมจากชายผั่ง ที่พัดเข้ามาตลอดเวลาริมหน้าต่าง หรืออาจจะอ่านหนังสือที่มีให้ยืมอยู่ภายในร้านก็ได้ และเมื่อผู้ชมสัมผัสไปที่ผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในร้าน บนผนังและเครื่องเรือนเหล่านั้นก็จะปรากฏร่องรอยจากสิ่งของต่างๆ ผลงานชิ้นนี้จึงเสมือนกับว่าศิลปินได้ปล่อยให้ผู้ชมเป็นคนสร้างสรรค์ชิ้นงานด้วยตัวเองจากพฤติกรรมอันเคยชินของพวกเขา และร่องรอยเหล่านี้ก็อาจสร้างความทรงจำบางอย่างกลับไปสู่เจ้าของด้วยเช่นกัน

Little Shops on the Island “Café de la Plage” โดย Veronique Joumard
ภาพ : https://setouchi-artfest.jp

ผลงานชิ้นต่อมายังจัดแสดงในพื้นที่ติดๆ กันในร้านชื่อ Little Shops on the Island “Hair Salon Kotobuki” โดย Aiko Miyanaga ผลงานชิ้นนี้เกิดขึ้นจากความสนใจของมิยานากะ ที่ได้ใช้เวลาพูดคุยกับช่างทำผมที่เธอพบบนเกาะ พร้อมกับนั่งมองออกไปยังนอกหน้าต่างเพื่อซึมซับกับบรรยากาศของแสงแดดและลมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาด้านนอกอาคาร กรอบสี่เหลี่ยมของหน้าต่างภายในร้านจึงเป็นเสมือนกับภาพวาดจิตรกรรมจากธรรมชาติ ที่คอยถ่ายทอดความสวยงามของเกาะ ให้อวดต่อสายตาผู้ชมภายในร้านค้า

Little Shops on the Island “Hair Salon Kotobuki” โดย Aiko Miyanaga
ภาพ: Keizo Kioku

ถัดจากร้านทำผมของมิยานากะ ยังมีผลงานจากศิลปินคนอื่นๆ เช่น ผลงาน Little Shops on the Island “Wedding Shop” ของ Leong Ka Tai และ the Red Thread ที่ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงแรมมินชูกุ (2) มาปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่ประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) ในการพูดคุยสังสรรค์ของคนบนเกาะเกี่ยวกับการแต่งงาน เนื่องจากการแต่งงานบนเกาะเมกิชิมะเป็นเรื่องที่หายากขึ้นทุกวัน Leong Ka Tai จึงอยากให้ผู้คนบนเกาะเข้ามาร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการแต่งงานรวมถึงประสบการณ์เฉลิมฉลองและความสัมพันธ์อันหลากหลายที่มีอยู่ระหว่างผู้คนในพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้ 

Little Shops on the Island “Wedding Shop” โดย Leong Ka Tai and the Red Thread
ภาพ: setouchi-artfest.jp

จากร้านแต่งงานผลงาน Little Shops on the Island “Ping-Pong Sea” คืออีกหนึ่งชุดผลงานที่สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชม จากการรังสรรค์ของ Rintaro Hara+Yu Hara ผลงานชิ้นนี้ศิลปินได้เปลี่ยนพื้นที่ชั้นล่างของโรงแรมให้กลายเป็นโต๊ะปิงปองรูปร่างแปลกตา ทั้งโต๊ะปิงปองขนาดปกติที่ใช้ผู้เล่น 2 คน หรือโต๊ะปิงปองที่มีผู้เล่นถึง 8 คน เพื่อเปลี่ยนพื้นที่อันเงียบเหงาแห่งนี้ให้กลายเป็นสวนสนุกขนาดย่อมๆ และกระชับความสัมพันธ์ให้ผู้คนได้หลากหลาย 

Little Shops on the Island “Ping-Pong Sea” โดย Rintaro Hara+Yu Hara

ถัดจากผลงานชิ้นนี้ยังมีผลงานที่น่าสนใจอีก 4 ชิ้น ที่ศิลปินพยายามจำลองงานศิลปะของตนให้เป็นร้านค้าต่างๆ เช่น ผลงาน Little Shops on the Island “Laundry” ที่ Leandro Erlich ได้นำผสมผสานจินตนาการกับโลกแห่งความจริงด้วยการจำลองร้านซักรีดขึ้นมา พร้อมกับติดตั้งวิดีโอผ่านฝาเครื่องซักผ้าจำลองที่เขาสร้างขึ้น ผลงานชิ้นนี้จึงสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมได้ ถัดจากร้านซักรีดยังมี ผลงาน วิดีโอของ Mai Yamashita + Naoto Kobayashi ที่นำเสนอความสวยงามบนเกาะเมกิชิมะ ขณะที่เขาปั่นจักรยานไปบนพื้นที่รอบเกาะ พร้อมกับข้อความที่ปรากฏบนซี่ล้อจักรยาน ในผลงานชื่อ Little Shops on the Island “How beautiful the world could be” ซึ่งนอกจากผลงานวิดีโอแล้ว ด้านข้างยังทำเป็นร้านหนังสือมือสองที่เชิญชวนให้ผู้ชมเข้ามานั่งอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์

Little Shops on the Island “Laundry” โดย Leandro Erlich

ในบรรดาร้านเล็กๆ ทั้งหมด “ร้านนวดจิตใจ” หรือ Little Shops on the Island “un… Salon for soothing your soul” คือผลงานอีกหนึ่งชิ้นที่ได้รับความนิยมจากผู้ชม เพราะนอกจากผู้ชมจะสามารถมีส่วนร่วมกับตัวชิ้นงานได้โดยตรงแล้ว ผลงานชิ้นนี้ยังมีลูกเล่นมากมาย เช่น วิดีโอ เสียงเพลง และกลไกอื่นๆ ที่ทำให้ผู้ชมสามารถสนุกสนานไปกับชิ้นงานได้ ในขณะที่ผลงานชิ้นสุดท้ายของ Jin Hasegawa ในชื่อ Little Shops on the Island “Shooting Gallery” ก็เปิดโอกาสให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมกับภาพถ่ายบนเกาะ และกิจกรรมสอยดาวที่สร้างขึ้นในรูปแบบคันเบ็ดตกปลา ผลงานภายในโรงแรมแห่งนี้จึงเป็นผลงานที่มุ่งเน้นไปที่การนำเอาศิลปะเข้ามาสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ชมบนเกาะ

Little Shops on the Island “un… Salon for soothing your soul” โดย Eros Nakazato
Little Shops on the Island “Shooting Gallery” โดย Jin Hasegawa
ภาพ: Photo:Keizo Kioku
Little Shops on the Island “How beautiful the world could be” โดย Mai Yamashita + Naoto Kobayashi

(1) ที่มา: จากการบรรยายของคุณ Yuko Hasegawa ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Museum of Contemporary Art, Tokyo และที่ปรึกษาโครงการฯ ในช่วงเริ่มต้นการจัดงานเทศกาลศิลปะ Thailand Biennale, Krabi)

(2) ที่พักแบบ ‘มินชูกุ’ ที่พักแบบนี้เกิดขึ้นจากบ้านของชาวนาหรือชาวประมงมาดัดแปลงให้เป็นห้องเช่า หรือห้องพัก ส่วนใหญ่มักเป็นกิจการในครอบครัว บริการและความสวยงาม สะดวกสบาย ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเรียวกัง แต่ก็มีข้อดีคือราคาถูกกว่า และมีความใกล้ชิดความเป็นท้องถิ่นเข้าไปอีกนิด ที่มา: https://ohhotrip.com/4338/

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน: https://setouchi-artfest.jp


About the Author

Nina NTK

นัก(อยาก)เขียนที่ชอบเป็นนักอ่านมากกว่า ชอบเรื่องราวลี้ลับ นวนิยายสืบสวน และรักการตระเวนดูงานศิลปะทุกแขนง



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.134

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • “RIFTS” Group Exhibition Interview

  • Archives