Events

Published on September 4th, 2019 | by Nina NTK

0

เทศกาลศิลปะ Setouchi Triennale 2019 (2)

หลังจากที่ดูงานศิลปะในโครงการ “ร้านเล็กๆ บนเกาะ” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราได้เดินดูผลงานชิ้นอื่นๆ ที่เคยติดตั้งในปี 2010 – 2016 บนเกาะเมกิชิมะ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายจากสายลมที่พัดเอื่อยๆ บนภูเขาที่ทอดตัวยาวออกไป การออกก้าวเดินไปแต่ละก้าวบนเนินถึงแม้จะเรียกเหงื่อและความร้อนจากร่างกายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศที่งดงามจากพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านในละแวกนั้น ก็พาให้เราเดินทางมาถึงผลงานอีกหลายชิ้นได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย หนึ่งในนั้นคือผลงานในชื่อ ‘Island Theatre Megi’ (2016) ของ Yoichiro Yoda ศิลปินจากเมืองคางาวะ ที่เคยพำนักอยู่ในนิวยอร์กซิตี้ ผลงานชิ้นนี้โยดะ โยอิจิโร่ใช้พื้นที่โกดังร้างแห่งหนึ่งบนเกาะเมกิมาปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์เก่าในกลิ่นอายแบบยุค 80s โดยใช้ต้นแบบมาจากโรงภาพยนตร์ในย่านเก่าของแมนฮัตตันที่โยดะเคยคุ้นเคย อาคารแห่งนี้มีพื้นที่ทั้งหมด 2 ชั้น บริเวณชั้นล่างทางเข้ามีห้องคนขายตั๋วสีสันสดใส ที่ติดป้ายแปะประชาสัมพันธ์วิธีการเข้าชม 

‘Island Theatre Megi’ (2016) ของ Yoichiro Yoda
ภาพบรรยากาศทางเข้าโรงภาพยนตร์

ในขณะที่พื้นที่ภายในถูกแต่งเติมด้วยภาพวาดอย่างง่ายๆ ของเหล่าใบหน้าคนดังในฮอลลีวู้ดฝีมือจากศิลปิน ภาพวาดเหล่านี้นอกจากจะสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมแล้ว ยังสร้างความตื่นตาตื่นใจต่อการรับรู้ของผู้ชมได้อย่างดี เมื่อขึ้นมาถึงบริเวณชั้นสอง พื้นที่ของโรงหนังก็ยิ่งสร้างความประหลาดใจเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งเอาไว้ และเก้าอี้มากมายที่ต้อนรับผู้ชมแล้ว ความมืดที่คอยสะกดอารมณ์ผู้ชมกับบรรยากาศภายในแบบโรงหนังคลาสสิก รวมถึงการใช้สีแดงเป็นฉากหลังและแสงไฟสีส้มก็ยังสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้ไม่น้อย ภาพของพื้นที่โกดังร้างจากภายนอกจึงอาจสร้างความรู้สึกคู่ขนาน ระหว่างบรรยากาศอันเปลี่ยวเหงาของโกดังร้างจากภายนอก กับความครื้นเครงจากภาพวาดของโยดะในพื้นที่ด้านใน ทั้งยังปรับเปลี่ยนให้โกดังร้างได้กลายเป็นพื้นที่ใช้สอยสำหรับการทำกิจกรรมของผู้คนบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ได้อย่างสร้างสรรค์

ภาพวาดของโยดะบริเวณโถงทางเข้าด้านล่าง
บริเวณชั้นสองของโกดังถูกเปลี่ยนให้เป็นโรงภาพยนตร์

ก่อนจะออกมาจากท่าเรือของเกาะเมกิชิมะเพื่อไปยังเกาะโอกิชิมะ ผลงานของ Takahito Kimura ก็ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะต้องถ่ายภาพ เก็บไว้เป็นที่ระลึก กับผลงานที่มีชื่อว่า ‘Sea Gulls Parking Lot’ (2010) ผลงานชิ้นนี้ คือผลงานรูปนกนางนวลแสนน่ารักที่กำลังเกาะอยู่บนกำแพงหินกั้นลม คิมูระใช้การศึกษาเรื่องสภาพอากาศ กระแสลมบนเกาะเมกิ และการสังเกตพฤติกรรมของนกนางนวลเข้ามาสร้างเป็นผลงานจัดวาง ซึ่งอิงเข้ากับธรรมชาติของนกนางนวลที่มักจะหันหน้าเข้าหาลมเสมอ คิมูระได้ออกแบบนกนางนวลเหล่านี้ให้ถ่วงน้ำหนักไว้ที่หางของมัน เพื่อเลียนแบบพฤติกรรมของนกนางนวลตามธรรมชาติ และเมื่อย่างเข้าฤดูหนาวกระแสลมบนเกาะจะแรงมากขึ้น นกนางนวลเหล่านี้จะช่วยทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายคอยบอกทิศทางลมซึ่งมีประโยชน์ต่อชาวบ้านและผู้พักอาศัยบนเกาะ ดังนั้นผลงานชิ้นนี้นอกจากจะดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาถ่ายรูปแล้ว หน้าที่ของพวกมันก็ยังสร้างประโยชน์ให้กับผู้อยู่อาศัยบนเกาะ ทั้งยังกลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อม ซึ่งแสดงถึงการสร้างผลงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจต่อสภาพพื้นที่ของเกาะได้เป็นอย่างดี 

‘Sea Gulls Parking Lot’ (2010) โดย Takahito Kimura

เกาะโอกิชิมะ (Ogijima)

ถัดจากผลงาน ‘Sea Gulls Parking Lot’ (2010) เราก็นั่งเรือต่อไปยังเกาะโอกิชิมะ หรือ ‘เกาะชาย’ เกาะคู่ขนานของเกาะเมกิชิมะ (เกาะหญิง) ที่เพิ่งจากมา ระหว่างนั่งรอเรือเทียบท่าก็สังเกตเห็นว่าสภาพภูมิประเทศของเกาะโอกิชิมะมีบ้านเรือนและที่พักอาศัยขึ้นอยู่หนาแน่นบริเวณพื้นที่ตีนเขาของเกาะ และก็อาจจะมากกว่าเกาะเมกิชิมะเสียด้วยซ้ำ ในขณะที่บริเวณแถบยอดเขายังคงมีพื้นที่สีเขียวชอุ่มของต้นไม้กระจายตัวอยู่ประปราย บรรยากาศระหว่างพื้นที่อาศัยของมนุษย์กับธรรมชาติจึงคล้ายกับว่าอยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย

เกาะโอกิชิมะ ถ่ายจากเกาะเมกิชิมะ

เมื่อเรามาถึงบริเวณท่าเรือโอกิโกะ ผลงานชิ้นแรกในปี 2019 ที่พบจัดแสดงอยู่บริเวณท่าเรือแห่งนี้ ในชื่อ ‘Takosuboru’ ของ TEAM OGI ใกล้กับอาคารอเนกประสงค์ Ogijima’s Soul หนึ่งในผลงานจากเทศกาล Setouchi Treiennale 2010 ของ Jaume Plensa ซึ่งสร้างขึ้นก่อนหน้า

‘Takosuboru’ (2019) ของ TEAM OGI

ผลงาน ‘Takosuboru’ เป็นภาชนะรูปไหขนาดใหญ่ ที่ TEAM OGI ได้รับแรงบันดาลใจจากการตกปลาหมึก ซึ่งเป็นอาชีพที่มีชื่อเสียงของเกาะ TEAM OGI นำแรงบันดาลใจดังกล่าวมาสร้างเป็นสนามเด็กเล่นให้กับเด็กๆ บนเกาะ โดยมีการจำลองอุปกรณ์จับปลาหมึกเป็นไหใบใหญ่ เพื่อเป็นเครื่องเล่นของเด็กๆ ในขณะที่บริเวณโดยรอบได้รับการตกแต่งด้วยตาข่ายและอวนที่ผ่านการใช้งานแล้วจากการประมง ผลงานของ TEAM OGI จึงเป็นการดึงเอาจุดเด่นของเกาะ และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาเป็นไอเดียในการสร้างงานศิลปะเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ สามารถเรียนรู้ และสร้างปฏิสัมพันธ์กับตัวชิ้นงานได้โดยตรง ซึ่งสนามเด็กเล่นแห่งนี้ยังถูกเชื่อมโยงเข้ากับจำนวนประชากรของเด็กๆ บนเกาะที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการเปิดการเรียนการสอนของโรงเรียนต่างๆ บนเกาะขึ้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งในอดีตเคยปิดตัวลงเพราะมีจำนวนนักเรียนไม่เพียงพอ การเพิ่มจำนวนประชากรเด็ก จึงแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการต่างๆ จากนโยบายและมาตราการของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ช่วยส่งเสริมและแก้ไขเรื่องปัญหาประชากร ในการนำศิลปะเข้ามาปรับใช้สำหรับการฟื้นฟูเมืองแห่งนี้ 

ภายในไหใบใหญ่

ถัดจากสนามเด็กเล่นในพื้นที่ใกล้กับชายหาดของเกาะ เราได้เดินทางต่อไปยังบ้านไม้หลังเก่าอายุ 90 ปี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นร้านขายของหลังเก่าของชุมชนบนเกาะ บ้านไม้หลังนี้คือพื้นที่แสดงงานศิลปะของ Goro Murayama ศิลปินชาวญี่ปุ่น ผู้ใช้เทคนิค painting ที่เรียบง่าย เข้ามาเนรมิตบ้านไม้หลังนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เรามาหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้าบ้านไม้อายุ 90 ปี ที่ภายนอกสร้างขึ้นจากไม้เก่าๆ ธรรมดาๆ และอาจไม่ได้ดึงดูดสายตาผู้พบเห็นนัก เมื่อเข้ามาด้านในก็พบกับความอบอุ่นของตัวบ้านสไตล์ญี่ปุ่น และการตกแต่งอันเรียบง่ายจากลายใบไม้ ดอกไม้ของผลงานโกโระ ผู้ชมจึงสามารถดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของบ้านโบราณแบบญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กับการชมงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นคานไม้ขนาดใหญ่ที่พาดผ่านผนังเพื่อรองรับน้ำหนักของพื้นชั้นสอง หน้าต่างไม้ลายตารางหมากรุกท่ีขนานล้อไปกับตัวอาคาร สีอบอุ่นของเสื่อทาทามิที่ทำจากฟาง โต๊ะ และผนังกระดาษที่ขับกล่อมให้เกิดสีสันภายในที่สวยงาม จากแสงภายนอกที่ลอดผ่าน สิ่งเหล่านี้คือความงามที่เกิดขึ้นจากพื้นที่พิเศษที่ไม่ได้ปิดบังโครงสร้างใดๆ

‘Generative wall drawing on Japanese paper house’ (2019) โดย Goro Murayama

ความงามของเครื่องเรือนยังถูกหล่อหลอมล้อไปกับผลงานลายพืชพรรณ ‘Generative wall drawing on Japanese paper house’ (2019) ของ Goro Murayama ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันจนแยกไม่ออก ลายเถาวัลย์ที่จับจองพื้นที่ส่วนใหญ่ในตัวบ้านได้รับแรงบันดาลใจจากพืชพรรณสองชนิดที่ขึ้นอยู่บนเกาะ พันธุ์พืชเหล่านี้ศิลปินนำมาสร้างสรรค์ใหม่ถูกก่อร่างเข้ากับจินตนาการ แล้วบรรจงวาดลวดลายลงไปบนไม้อัดก่อนที่จะนำไปติดลงบนโครงสร้างสถาปัตยกรรมส่วนต่างๆ เพื่อการอนุรักษ์อาคารเก่าแก่ไปพร้อมกับการสร้างสรรค์ใหม่ ซึ่งระหว่างการจัดงานเทศกาลศิลปะเซโตะอุจิครั้งนี้ โกโระ ก็จะวาดภาพเหล่าพรรณพฤกษาของเขาต่อไป เพื่อให้ผู้ชมสามารถเห็นการทำงานของเขาได้

ภาพโครงสร้างภายในอาคาร
บริเวณชั้นสองของอาคารไม้อายุ 90 ปี

ระหว่างการไปเยี่ยมชมงานชิ้นอื่นๆ เราได้เดินลัดเลาะผ่านถนนเล็กๆ ตามตรอกซอกซอยในชุมชน ผ่านพื้นที่สูงต่ำของถนนที่ทอดตัวยาวตามความสูงชันของภูเขา สีสันหลากสีของผนังบ้านไม้หลายแห่งถูกวางเรียงสลับกันเป็นภาพภูมิทัศน์ของเกาะ ผลงานชิ้นนี้คือผลงานของ Rikuji Makabe จากปี 2010 ในชื่อ ‘Wallalley’ ซึ่งมีที่มาจาก ‘wall’ และ ‘alley’ อันเป็นพื้นที่การติดตั้งงานตามกำแพงและซอกซอยบนเกาะ ด้วยคอนเซปต์การอนุรักษ์ธรรมชาติ ศิลปินใช้เศษไม้ที่เกยตื้นจากชายทะเลนำมาวาดภาพจิตรกรรมเป็นภาพภูมิทัศน์ของเกาะโอกิชิมะ ด้วยสีสันต่างๆ ที่เขาพบเห็นขณะอยู่บนเกาะ เช่น สีเหลืองทองจากแสงแดดของพระอาทิตย์ยามเย็น สีเขียวจากต้นไม้ สีฟ้าจากน้ำทะเล นำมาติดตั้งไว้ในพื้นที่ 7 แห่ง รอบเกาะตามผนังของบ้านต่างๆ โดยไม่ทำลายอาคารของบ้านเรือนดั้งเดิม ระหว่างการเดินทางไปดูผลงานต่างๆ เราจึงสามารถเดินชมภาพวาดสวยๆ นี้ได้ตลอดการเดินทาง 

Project for wall painting in lane, ogijima wallalley (2010)โดย Rikuji Makabe

สิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งในการเดินดูงานศิลปะบนเกาะโอกิชิมะคือผลงานหลายชิ้นมักติดตั้งภายในบ้านและอาคารที่ใกล้ชิดกับชุมชนบนเกาะ ซึ่งส่วนใหญ่คือบ้านที่ถูกปล่อยร้างจากการย้ายที่อยู่ หรืออาจได้รับการสนับสนุนจากตัวเจ้าของบ้านให้เปลี่ยนเป็นพื้นที่ศิลปะโดยตรง งานศิลปะบนเกาะโอกิชิมะ จึงเป็นผลงานที่ใกล้ชิดกับชุมชนค่อนข้างมาก ทั้งยังถ่ายทอดถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง เช่นเดียวกับผลงานถัดไปที่เราได้เข้าชม ในชื่อ The Space Flower Dance Ring (2019) โดย Takeshi Kawashima & Dream Friends จัดแสดงภายในบ้านร้างแห่งหนึ่งด้วยภาพจิตรกรรมลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณลุง ทาเคชิ

The Space Flower Dance Ring (2019) โดย Takeshi Kawashima & Dream Friends
The Space Flower Dance Ring (2019) โดย Takeshi Kawashima & Dream Friends

เมื่อเข้ามาภายในอาคารเราจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่สนุกสนานผ่านลายเส้นในรูปแบบสามมิติ พร้อมทั้งติดตั้งภาพเคลื่อนไหวจากวิดีโอโปรเจคเตอร์ที่สร้างความลวงตาให้กับผู้ชมในปี 2013 และ 2016 ทาเคชิ คาวาชิม่ายังเคยสร้างผลงานลายเส้นในภาพวาดจิตรกรรมบนผ้าใบในชื่อ ‘Time Tube’ (2013) และผลงาน ‘KALEIDOSCOPE BLACK & WHITE’ (2016) กับลายเส้นสีขาว-ดำอันแสนหดหู่ที่ติดตั้งในพื้นที่เดียวกันนี้ โดยในปีนี้ทาเคชิยังคงสร้างช้ินงานจากลายเส้นในพื้นที่เดียวกัน หากแต่ปรับเปลี่ยนด้วยการเพิ่มเติมสีสันอื่นๆ เข้ามาภายในห้อง สร้างบรรยากาศสดใสที่แตกต่างไปจากผลงานสามปีก่อน 

The Space Flower Dance Ring (2019) โดย Takeshi Kawashima & Dream Friends

เราได้เดินตัดเข้ามาภายในลานกลางแจ้งของบ้านเล็กๆ หลังหนึ่ง เพื่อชมผลงานในปี 2016 ของ Akinori Matsumoto ในผลงานชื่อ ‘Akinorium’ ความพิเศษของการชมงานชิ้นนี้คือ การสดับฟังเสียงของเครื่องดนตรีและความเงียบไปพร้อมๆ กัน ในขณะที่แสงเงาก็มีส่วนช่วยถักทอให้ผู้ชมซึบซับกับบรรยากาศภายในตัวบ้านโบราณ ที่ใช้ดินและไม้เป็นองค์ประกอบหลักของการก่อสร้าง บริเวณพื้นที่ชั้นล่าง ศิลปินได้ติดตั้งวิดีโอเป็นผลงาน sound object โดยฉายเข้ากับผนังกำแพงด้านหนึ่ง ในวิดีโอชิ้นนี้ เราจะได้เห็นความงดงามของแสงและเงาที่เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าแต่เป็นจังหวะ ผ่านอุปกรณ์เครื่องดนตรีที่ศิลปินประดิษฐ์ขึ้น ภาพที่เห็นคือเงาของกังหันลม โมบายแขวนตุ้งติ้งที่พร้อมใจกันบรรเลงท่วงทำนองจากธรรมชาติ 

‘Akinorium’ (2016) โดย Akinori Matsumoto
การจัดวางเครื่องดนตรีไม้บนผืนทรายสีขาว

การแสดงบทเพลงเริ่มต้นขึ้นและจบลงตามการเคลื่อนไหวของสายลมที่ลอดผ่านเครื่องดนตรี สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ถูกแขวนอยู่ในพื้นที่เงาสลัวของผืนป่า เคลื่อนไหวไปมาราวกับความฝัน  การแสดงบทเพลงของพวกมันยังคงดำเนินต่อไป หมุนวน สร้างบรรยากาศภายในให้เกิดความตื่นรู้ และเกิดสมาธิได้อย่างประหลาด ก่อนที่จะขึ้นไปยังพื้นที่ชั้นสองมีบันได้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ด้านล่างและพื้นที่ด้านบนให้ผู้ชมค่อยๆ ทยอยขึ้นไปเยี่ยมชมต้นกำเนิดของเงาจากเครื่องดนตรี ความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อขึ้นไปถึงพื้นที่ชั้นสองคือ การจัดวางเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ ไว้บนผืนสายสีขาว

ผลงานเหล่านี้มีทั้งกังหันลมที่ทำจากไม้ไผ่และผ้าดิบ กลองไม้ไผ่ตัวเล็ก โมบายที่แขวนอยู่กับขื่อ และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย จัดวางเรียงกัน คล้ายกับการแสดงบทเพลงจากวงออเครสต้าขนาดย่อม หลังจากการดูงานชิ้นนี้ เรายังได้เดินทางไปดูงานอื่นๆ ต่อ อีกหลายชิ้น เช่น ผลงาน Memory Bottle (2013) โดย Mayumi Kuri ผลงาน The room inside of the room (2016) โดย Oscar Oiwa เป็นต้น หลังจากเดินทางออกจากเกาะโอกิชิมะ ก็ได้เดินทางต่อไปเพื่อกลับที่พัก เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางต่อ ในวันถัดไป ยังเกาะโชโดะชิมะ เกาะต้นมะกอก


About the Author

Nina NTK

นัก(อยาก)เขียนที่ชอบเป็นนักอ่านมากกว่า ชอบเรื่องราวลี้ลับ นวนิยายสืบสวน และรักการตระเวนดูงานศิลปะทุกแขนง



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.132

  • จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย ปีที่ 13

    จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย ปีที่ 13
  • “RIFTS” Group Exhibition Interview

  • Archives