Events

Published on December 26th, 2019 | by anaras

0

SPECTROSYNTHESIS II

สนทนาสัปตสนธิ ๒ – ไตร่ถาม: ความหลากหลายในอุษาคเนย์ เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการหมุนเวียนที่เคยจัดขึ้นมาแล้วครั้งแรกเมื่อปี 2560 ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (Museum of Contemporary Art) กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน โดยการริเริ่มของมูลนิธิซันไพรด์ และมีแผนที่จะเดินทางไปจัดแสดงตามมหานครที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และใกล้เคียง นิทรรศการที่หอศิลปกรุงเทพฯ นี้จึงนับได้ว่าเป็นการจัดแสดงครั้งที่สองของโครงการและถือได้ว่าเป็นนิทรรศการ LGBTQ ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

คุณฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที ภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ

โดยได้รับเกียรติจากคุณฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที ทำหน้าที่หัวหน้าทีมภัณฑารักษ์ ในการตัดสรรผลงานที่มีความโดดเด่นในเรื่องความหลากหลายทางเพศ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนในประเด็นเหล่านี้ผ่านงานศิลปะร่วมสมัย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในสังคมไทยปัจจุบัน หากเราต้องการก้าวไปสู่สังคมเสรีประชาธิปไตย ที่ไม่ว่าจะกลุ่มคนที่มีเพศสภาพแบบใดย่อมจะได้รับการยอมรับในความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม

ขึ้นชื่อว่าเป็นนิทรรศการระดับนานาชาติ ย่อมประกอบไปด้วยศิลปินจากหลากหลายประเทศ นอกจากศิลปินไทยแล้ว ยังมีศิลปินจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงจีนและอินเดีย รวมจำนวนทั้งหมด 59 คน/กลุ่ม ทำให้มีผลงานศิลปะรวมแล้วมากกว่าร้อยชิ้น จึงทำให้ต้องใช้พื้นที่จัดแสดงสองชั้น คือ ห้องนิทรรศการหลักชั้นเจ็ดและชั้นแปดของหอศิลปกรุงเทพฯ โดยจะมีการจัดแบ่งโซนต่างๆ เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงพัฒนาการในการสร้างสรรค์ผลงานของแวดวงศิลปะ LGBTQ ในขณะเดียวกัน ก็เล่าเรื่องราวที่ชวนให้เกิดการตั้งคำถามถึงบทบาทและสถานภาพทางสังคมที่กลุ่มคนเหล่านี้ต้องเผชิญไปพร้อมๆ กัน

บรรยากาศในนิทรรศการ Spectrosynthesis II

ในจำนวนผลงานศิลปะทั้งหมด ผู้เขียนพบว่าผลงานที่น่าสนใจไม่น้อยเลยคืองานวิดีโอจัดวาง ผลงานทั้งสี่ชุดที่ได้คัดเลือกมานำเสนอในที่นี้ มีทั้งงานที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้มีความหลากหลายทางเพศอย่างตรงไปตรงมา และงานที่ก้าวข้ามเรื่องราวเกี่ยวกับเพศสภาพไปสู่ความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

Ming Wong, Life and Death in Venice, 2010
วิดีโอจัดวางสองหน้าจอ, ความยาว 16.08 นาที เอื้อเฟื้อภาพโดย BACC

“ความงดงามของวัยหนุ่ม และความหวาดวิตกเมื่อต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวและความตาย” เป็นประเด็นหลักที่ถูกตีความในงานวิดีโออาร์ตของศิลปินจากสิงคโปร์ หมิง หว่อง (Ming Wong) ผลงานชุดนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2009 เมื่อเขาได้รับเชิญเข้าร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการที่มหกรรมการแสดงศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ Life and Death in Venice ของหว่องมีที่มาจากภาพยนตร์เก่าเรื่อง Death in Venice (1971) ของผู้กำกับ ลูคิโน วิสคอนติ (Luchino Visconti) ซึ่งเป็นเรื่องราวของนักประพันธ์เพลงสูงอายุผู้ตกหลุมรักเด็กหนุ่มหน้าตาดีระหว่างการมาเยือนนครเวนิส

ความสวยงามและประวัติศาสตร์อันยาวนานของเวนิส กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้หว่องสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ในแบบของเขา โดยศิลปินรับบทเป็นตัวละครหลักทั้งสองด้วยตัวเอง ภายในห้องจัดแสดง หน้าจอแต่ละจอจะแสดงฉากของแต่ละคนเดินไปตามสถานที่ต่างๆ ในเมือง ก่อนจะมาพบกันในพาวิลเลียนแสดงงานของเบียนนาเล่ เพลงประกอบเปียโนที่บรรเลงเนิบช้าอยู่เบื้องหลัง สื่อให้เห็นความเศร้าหมองและลังเลที่นักดนตรีเก็บไว้ในใจ หรือความรักที่ไม่สมหวังและเป็นไปไม่ได้ ซึ่งเป็นธีมหลักของเรื่องราวในภาพยนตร์ต้นฉบับ

งานวิดีโอจัดวางของจุน-เจี้ย หวัง

งานวิดีโอจัดวางอีกชุดหนึ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เก่า คือ Passion ของ จุน-เจี้ย หวัง (Jun-Jieh Wang) จากไต้หวัน หน้าจอขนาดใหญ่ถูกตั้งเอาไว้ด้านหลังบ่อน้ำเล็กๆ นิ่งสงบ ปราศจากความเคลื่อนไหว ทว่าภาพที่ปรากฏในจอนั้นมีความหวือหวาด้วยเรือนร่างของชายกำยำ และสัญลักษณ์รูปอวัยวะเพศชายที่ปรากฏให้เห็นในฉากต่างๆ ที่ใส่สีสันจนดูผิดไปจากความเป็นจริง 

Passion ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เควียร์เรื่อง Querelle (1982) ผลงานการกำกับและเขียนบทเรื่องสุดท้ายของผู้กำกับชาวเยอรมัน ไรเนอร์ แวร์เนอร์ ฟาสบินเดอร์ (Rainer Werner Fassbinder) ซึ่งดัดแปลงจากนิยายของนักเขียนชาวฝรั่งเศสอีกทีหนึ่ง ตัวละครหลักของเรื่องเป็นกะลาสีชาวเบลเยียมที่ต้องเผชิญเรื่องยุ่งเหยิงต่างๆ มากมาย สะท้อนให้เห็นสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ กิเลสตัณหา และความรักเชิงโลกีย์อย่างสุดโต่ง ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ Passion (1982) ของ ฌอง-ลุค โกดาร์ด (Jean-Luc Godard) ที่มีสไตล์การเล่าเรื่องแตกต่างกัน ทว่าก็ออกฉายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน หวังใช้ตัวบทและภาพจากภาพยนตร์เป็นพื้นฐาน ก่อนจะนำมาผสานเข้ากับสไตล์งานของอเล็กซานเดอร์ แมคควีน ดีไซเนอร์ชื่อดังผู้ล่วงลับ เกิดเป็นงานวิดีโอที่ถ่ายทอดเรื่องราวเหนือจริงของกะลาสีและนักบินอวกาศ ในฉากที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางเพศต่างๆ แสดงถึงความรัก ความลุ่มหลง และความตาย

Jun-Jieh Wang, Passion, 2017
วิดีโอจัดวาง, ความยาว 11.40 นาที เอื้อเฟื้อภาพโดย BACC

ผลงานวิดีโอทั้งสองเรื่องจึงนำเสนอภาพที่ดูแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว บรรยากาศของ Life and Death in Venice อบอวลไปด้วยความสวยงามและความหวังที่แม้จะไม่สมหวัง แต่สำหรับ Passion ความดิบและมืดมนกลับเป็นธีมหลักของเรื่องราว และยังแฝงไปด้วยสภาวะเหนือจริง ทว่าผลงานทั้งสองก็ล้วนมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอตัวตนเบื้องลึกของมนุษย์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่ต่างกัน

บรรยากาศภายในห้องจัดแสดงผลงานของอริญชย์ รุ่งแจ้ง

ผลงานวิดีโออีกชุดหนึ่งพาเราดำดิ่งลงไปในจิตใจของศิลปินผู้สร้างสรรค์มากเป็นพิเศษ ในห้องมืดสนิทขนาดใหญ่ ผู้ชมจะถูกรายล้อมด้วยหน้าจอจำนวนห้าจอ ฉายภาพเปลือยของหญิงสาวข้ามเพศในอิริยาบถและมุมมองที่แตกต่างกัน ประหนึ่งกำลังอวดความงามของเรือนร่างแบบสตรีเพศอันสมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังเหลืออวัยวะเพศชายอยู่ตรงกลาง อริญชย์ รุ่งแจ้ง ใช้เทคนิคการจัดวางหน้าจอรอบห้องให้ห่างจากพื้นที่สำหรับผู้ชมตรงกลาง เพื่อสื่อถึงช่องว่างทางสังคมที่แบ่งแยกบุคคลข้ามเพศออกไปจากพื้นที่หลัก ไม่ต่างอะไรกับระยะห่างระหว่างผู้ชมกับหญิงสาวบนหน้าจอนั่นเอง

อริญชย์ รุ่งแจ้งWelcome to My World ‘Tee,’ 2019
วิดีโอจัดวาง, ขนาดแปรผันตามพื้นที่ เอื้อเฟื้อภาพโดย BACC

อย่างไรก็ตาม ใจความสำคัญในผลงานของอริญชย์มิใช่เพียงการสื่อถึงพื้นที่ของคนข้ามเพศในสังคมผ่านห้องมืด แต่เป็นข้อเขียนขนาดยาวสิบกว่าหน้าที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าห้องจัดแสดง มันคือการเปิดเผยประสบการณ์ส่วนตัวในวัยเด็กของศิลปินที่มีต่อหญิงข้ามเพศคนหนึ่ง ณ ตอนนั้น อริญชย์มองว่าเธอเป็นผู้หญิงที่งดงามที่สุดในสายตาของเขา แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งเธอกลับเลือกจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย เรื่องราวของเธอได้ส่งผลให้อริญชย์ตระหนักในประเด็นเกี่ยวกับเพศสภาพของตน และสนับสนุนการต่อสู้เพื่อสิทธิในการแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์อันเท่าเทียม ข้อเขียนนี้ยังมีส่วนที่เป็นบทสัมภาษณ์หญิงข้ามเพศที่ได้แต่งงานและใช้ชีวิตอยู่กับชาวต่างชาติในยุโรป แสดงให้เห็นบทบาทและสถานะในสังคมตะวันตกของพวกเธอได้อย่างน่าสนใจ

Yan Xing, The History of Fugue, 2012 
วิดีโอ, ความยาว 5.33 นาที เอื้อเฟื้อภาพโดย BACC

ตรงกันข้ามกับเรือนร่างแบบบางของสตรีข้ามเพศ เรือนร่างแข็งแกร่งของเพศชายก็ถูกนำเสนอในเชิงอีโรติกผ่านงานวิดีโอของ หยันชิ่ง (Yan Xing) ภาพชายกำยำปราศจากสิ่งปกคลุมตัวแสดงออกผ่านท่วงท่าที่มุ่งให้เกิดผลทางสายตามากที่สุด ศิลปินได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานภาพถ่ายของ โรเบิร์ต แม็ปเปิลธอร์ป (Robert Mapplethorpe) ช่างภาพนู้ดช่วงทศวรรษ 1960–70 ผู้โด่งดังจากชุดภาพถ่ายขาวดำ โดยเฉพาะภาพฉาก BDSM หรือการร่วมเพศที่ใช้ความรุนแรง ในที่นี้ หยันชิ่งเลือกนำเสนอภาพนู้ดในลักษณาการเคลื่อนไหวเนิบช้า แผ่วเบา จนดูเย้ายวนใจไม่น้อย

จุดร่วมที่เห็นได้ชัดจากงานวิดีโอจัดวางของทั้งสี่ศิลปินที่กล่าวมานี้ คือการเสนอภาพ “ความงาม” ของร่างกายมนุษย์ อันเป็นมโนทัศน์ดำรงอยู่มาเนิ่นนานในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ทว่าด้วยหลักศีลธรรมซึ่งพัฒนามาจากความเชื่อทางศาสนา ความหลงใหลในเรือนร่างมักถูกจำกัดขอบเขตเอาไว้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งๆ ที่มันเป็นปัจจัยทางธรรมชาติที่ขับเคลื่อนเผ่าพันธุ์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นความงามของเด็กหนุ่มที่นักประพันธ์เพลงหลงใหลในเวนิส ความกำยำของกะลาสีผู้ดิบเถื่อน เรือนร่างที่ดูเหมือนสตรีแต่มีอวัยวะเพศชาย หรือร่างเปลือยแข็งแกร่งของชายหนุ่ม ผลงานเหล่านี้ล้วนมีรากฐานอยู่บนแนวคิดเกี่ยวกับสุนทรียภาพในเรือนร่างของมนุษย์ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือพ้นไปจากการแสดงออกทางเพศวิถี อันเป็นสภาวะประกอบสร้างโดยสังคมภายนอก

Spectrosynthesis II (สนทนาสัปตสนธิ ๒ – ไตร่ถาม: ความหลากหลายในอุษาคเนย์) จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 1 มีนาคม 2563 บริเวณห้องนิทรรศการหลักชั้น 7–8 หอศิลปกรุงเทพฯ (BACC)

*อ่านบทความรีวิวฉบับเต็มได้ในนิตยสารไฟน์อาร์ท ฉบับที่ 135 กำหนดวางแผงปลายเดือนมกราคม 2563


About the Author

anaras



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives