Events

Published on March 16th, 2021 | by anaras

0

The Study of a Long Distance Relationship

by Aracha Cholitgul

18 February–20 April 2021
at Nova Contemporary

ครอบครัว เพื่อน และคนรัก คือรูปแบบความสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานที่เราทุกคนต้องเคยประสบอย่างน้อยสักหนึ่งอย่างในระหว่างการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ในแต่ละช่วงเวลา ความสัมพันธ์รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอาจมีความสำคัญกับชีวิตมากกว่า สลับสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ บางความสัมพันธ์มีจุดเริ่มต้นและจุดจบที่แน่นอน บางความสัมพันธ์ก็อาจยืนยาวตลอดกาล การจัดการระบบความสัมพันธ์จึงเป็นกลไกที่เราต้องเรียนรู้เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เพื่อให้เรายังรักษาความเป็นตัวเราเองไว้ได้ภายในความสัมพันธ์นั้น

คำถามต่อการรักษาระยะห่างในความสัมพันธ์กลายมาเป็นต้นตอสำหรับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานหลากหลายรูปแบบทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่าย และสื่อผสมจัดวาง ในนิทรรศการ The Study of a Long Distance Relationship ของ อรช โชลิตกุล 

อรช โชลิตกุล (ออซซี่)

เมื่อพูดถึง “ความสัมพันธ์ระยะไกล” หลายคนอาจนึกไปถึงเรื่องราวของคู่รักที่ต้องพยายามประคับประคองความสัมพันธ์ระหว่างกันในยามที่ต้องแยกจากกันไปไกล ทว่าสำหรับนิทรรศการนี้ มันคือการตั้งคำถามกับระยะห่างที่จำเป็นในสารัตถะของความสัมพันธ์บางรูปแบบ ซึ่งในที่นี้ก็คือ “ครอบครัว” หลายคนเมื่อโตขึ้นมาจนอายุประมาณหนึ่งก็คงมีความคิดไม่ต่างกันว่าอยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง มีบ้านหรือพื้นที่ส่วนตัวสักแห่งที่ตอบโจทย์กิจวัตรประจำวันของเรา มากกว่าการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเดียวกันกับพ่อแม่พี่น้องหลายๆ คน

อรชเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีความคิดเช่นนั้น ประกอบกับการเป็นศิลปินที่ต้องอาศัยสมาธิในการสร้างงานศิลปะ การอยู่คนเดียวทำให้เธอทำงานได้มากกว่า ซึ่งบรรยากาศอันวุ่นวายในบ้านที่มีสมาชิกหลายคนไม่ตอบโจทย์ตรงนี้

นำมาสู่การเดินทางเพื่อเสาะหา “บ้าน” ในฝันของตัวเอง ครั้งหนึ่งอรชขับรถจากกรุงเทพฯ ขึ้นไปถึงเชียงใหม่ เธอเลือกเชียงใหม่เพราะความเป็นชุมชนศิลปินที่ใครๆ ก็มักจะนึกถึง ประกอบกับความเป็นธรรมชาติของภูเขาและป่าไม้ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไปไม่ไกล ทำให้เธอรู้สึกว่านี่คือที่ที่เธอจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบายใจ

ระหว่างขับรถไปยังอำเภอปาย วิวภูเขาสองข้างทางที่แล่นผ่านหน้าต่างไปเรื่อยๆ ทำให้เธอได้ฉุกคิดได้ถึงความจริงที่ว่า เรามีความสุขกับวิวที่เห็นจากระยะไกล มันดูสวยงามเพราะมองไม่เห็นรายละเอียด แต่หากเราเข้าไปใกล้ๆ มันก็อาจจะไม่ได้สวยเหมือนที่เห็นจากระยะไกล ก็เหมือนกับความสัมพันธ์กับที่บ้าน ที่การมีระยะห่างซึ่งกันและกันก็อาจเป็นสิ่งจำเป็นในบางครั้ง

ผลงานทั้งหมดในนิทรรศการครั้งนี้ได้ถูกสร้างสรรค์ตามโจทย์หลักข้างต้น ลักษณะภูมิประเทศของภูเขากลายมาเป็นรูปทรงหลักที่ปรากฏให้เห็นในงานทุกชิ้น ความหมายที่ซ่อนอยู่ทำให้เราสามารถจำแนกผลงานได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ งานที่เล่าเรื่อง “ความฝัน” และงานที่สะท้อนให้เห็น “ความจริง” โดยในแต่ละกลุ่มก็จะมีผลงานน่าสนใจอยู่หลายชิ้น

บ้านที่ฝันถึง

ผลงานกลุ่มแรกนี้มีจุดเด่นที่การใช้รูปทรงของภูเขาเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความปรารถนาที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา เริ่มต้นด้วยงานจิตรกรรมชิ้นแรกที่เป็นภาพจำของนิทรรศการ LDR-Mountain and Sun (2020) ภาพวาดภูเขาสองลูกมีพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาตรงกลาง คล้ายกับภาพวาดของเด็กๆ (อรชพยายามเลียนแบบลายเส้นไร้เดียงสาในสมัยก่อน แต่กลับพบว่ามันก็ยังแสดงออกถึงทักษะความเป็นศิลปินที่ร่ำเรียนมาอยู่ดี)

LDR-Mountain and Sun (2020)

ความเป็นเด็กสะท้อนให้เห็นเช่นกันในผลงาน LDR-Moving Mountain No. 1 (2020) คือภูเขาลูกเล็กๆ ที่ประกอบขึ้นจากขี้เลื่อยและติดล้อไว้ด้านล่างให้ขยับไปมาได้คล้ายรถของเล่น สื่อความหมายถึงรถบ้านที่ศิลปินฝันอยากเป็นเจ้าของ

LDR-Moving Mountain No. 1 (2020) — ภูเขาที่กลายเป็นรถของเล่น

บนผนังกึ่งกลางห้องนิทรรศการเป็นที่อยู่ของภาพวาดชิ้นใหญ่ที่สุด LDR-Terra Incognita (2021) แสดงออกถึงการแปรสภาพรูปทรงภูเขาจนกลายเป็นภาพกึ่งนามธรรม ภูมิทัศน์ของเทือกเขายามค่ำคืนในโทนสีเขียว ดูเวิ้งว้างและลึกลับ แทรกด้วยภาพภูเขาในกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ สองสามอัน และตรงด้านบนซ้ายนั้นเอง มีวัตถุที่อาจมองได้ว่าเป็นพระอาทิตย์หรือดาวหางที่กำลังพุ่งลงมา ผืนผ้าใบยับย่นแสดงให้เห็นพื้นผิวที่มีมิตินูนต่ำ แต่ในขณะเดียวกันกรอบภาพก็เป็นเพียงแผ่นไม้บางๆ ทำให้ตัวผลงานนั้นดูแบนราบเป็นหนึ่งเดียวไปกับผนังเลยทีเดียว

LDR-Terra Incognita (2021) — ภาพกึ่งนามธรรมของภูเขาในธรรมชาติ

ถัดออกไปไม่ไกลเป็นชุดผลงานที่ดูเก่ามากกว่างานชิ้นอื่นๆ LDR-SE (2010) อรชเล่าให้ฟังว่าเมื่อราวสิบปีก่อน ด้วยความอยากหนีไปอยู่ไกลๆ จากที่บ้าน เธอจึงได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตในฟาร์มของเพื่อนพ่อเธอที่สวีเดน ที่ฟาร์มนั้นเลี้ยงวัว เธอเลยตั้งใจจะวาดภาพทิวทัศน์ที่มีวัวเป็นตัวเอก แต่จนแล้วจนรอดก็วาดไปได้แค่ฉากหลัง เมื่อไม่นานมานี้เธอได้กลับไปขุดงานชุดนี้ออกมาจากห้องเก็บของอีกครั้ง จึงได้สังเกตว่าภาพที่วาดค้างเอาไว้นั้นดูคล้ายภูเขาเหมือนกัน แสดงให้เห็นถึงความฝันที่อาจหยั่งรากลึกมาตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนจนถึงตอนนี้ อรชได้ทำการเคลือบผิวของผลงานเก่านี้เอาไว้ เพื่อให้ฝุ่นที่จับแน่นสื่อถึงกาลเวลา เปรียบเสมือนบันทึกของความรู้สึก ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ที่ยังคงแจ่มชัดไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม

LDR-SE (2010) — ผลงานเก่าจากเมื่อสิบปีก่อน อรชวาดไว้ตอนอยู่สวีเดน

บ้านที่เป็นจริง

ความจริงอันเป็นเรื่องส่วนตัวของศิลปินปรากฏให้เห็นชัดในผลงานกลุ่มนี้ อรชเลือกที่จะบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวออกมาในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานอย่างโครงสร้างหลักของห้องจัดแสดง อรชนำบัวไม้ ผ้าม่าน และพรมของเธอมาทำให้บรรยากาศของแกลเลอรีคล้ายกับบ้านที่เธออยู่จริงๆ ไปจนถึงการเป็นส่วนหนึ่งของผลงานศิลปะสื่อผสมจัดวาง

บรรยากาศภายในห้องจัดแสดง (พรมจากบ้านของศิลปิน)

LDR-The Study of a Long Distance Relationship (2020) เป็นผลงานชิ้นใหญ่อีกชิ้นหนึ่งที่เกิดจากการนำวัตถุหลากชนิดมาสร้างเป็นภาพภูเขาที่มีพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ตรงกลาง ตัวภูเขาถูกประกอบขึ้นจากกระเบื้องสีเขียวหลากเฉดเลียนแบบลายกระเบื้องในห้องน้ำที่บ้านของศิลปิน ส่วนพระอาทิตย์ตรงกลางนั้นก็คือโถแก้วใสทรงกลมอัดแน่นด้วยยาหม่อง สีส้มและสัมผัสร้อนแรงของยาหม่องนี้เองคือจุดเชื่อมโยงถึงพระอาทิตย์อย่างมีอารมณ์ขัน นอกจากนี้ บนพื้นข้างๆ กันยังมีแท่งไม้ประหลาดๆ ที่ศิลปินแกะสลักมาจากเศษไม้ราวบันไดบ้านเก่าอีกด้วย

LDR-The Study of a Long Distance Relationship (2020)

สิ่งของจากบ้านอีกอย่างหนึ่งที่ถูกนำมาแปลงเป็นงานศิลปะคือโซฟาหนังสังเคราะห์สีครีม อรชตกแต่งมันด้วยรูปภูเขาและพระอาทิตย์แบบง่ายๆ พร้อมติดล้อให้เคลื่อนที่ได้เช่นเดียวกันกับภูเขารถของเล่นชิ้นก่อน ศิลปินเปิดโอกาสให้ผู้ชมสามารถนั่งลงบนโซฟา และหยิบเอาสมุดสเก็ตช์สองสามเล่มบนโต๊ะด้านข้างมาเปิดดูรูปภูเขาในจินตนาการแบบต่างๆ ของเธอได้

LDR-Moving Mountain No. 2 (2020) — โซฟาที่กลายเป็นภูเขาเคลื่อนที่

บนผนังข้างๆ โซฟายังมีผลงานแปลกๆ อยู่ชิ้นหนึ่ง กระดาษกราฟแผ่นใหญ่แสดงกราฟเส้นขึ้นลง พร้อมวงกลมสีส้มโดดเด่น แน่นอนว่านี่ก็คือภาพแทนภูเขาอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น มันยังบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างตัวศิลปินกับทางบ้าน ผ่านการแทนค่าด้วยตัวเลข ช่วงเวลาคือตั้งแต่เดือนตุลาคม 2019 จนถึงมกราคมปีนี้ โดยเมื่อใดก็ตามที่เธอทะเลาะกับที่บ้าน ตัวเลขก็จะติดลบ กราฟก็มีทิศทางดิ่งลง แต่หากความสัมพันธ์เป็นไปอย่างชื่นมื่น ตัวเลขก็จะบวก และกราฟก็จะพุ่งตามไปด้วย พอเห็นเส้นขึ้นๆ ลงๆ แล้วเธอก็อดจะนึกถึงภูเขาไม่ได้ จนต้องเติมพระอาทิตย์เข้าไปให้กลายเป็นวิวภูเขาจริงๆ เสียเลย

กราฟความสัมพันธ์ระหว่างอรชกับครอบครัว

ภาพสมาชิกในครอบครัวของศิลปินเองก็ได้ถูกนำเสนอด้วย แต่แทนที่จะเป็นภาพวาดพอร์เทรตแบบทั่วไป อรชกลับวาดแต่ละคนเป็นภูเขาที่มีรูปทรง สีสัน และความสูงต่ำแตกต่างกันออกไป LDR-Family Portraits แสดงให้เห็นภูเขาทั้งห้าลูก แทนคนห้าคน บรรจุอยู่ในกรอบรูป จัดวางเรียงกันบนชั้นเตี้ยๆ ดูคล้ายกับภาพสมาชิกในครอบครัวที่ตั้งโชว์อยู่ในบ้านอันอบอุ่น

LDR-Family Portraits — ภาพเหมือนของคนในครอบครัวที่กลายเป็นแค่ภูเขา

อรชบอกทิ้งท้ายกับเราว่า อันที่จริงเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องที่บอกในนิทรรศการชุดนี้กับที่บ้านอย่างไรดี เพราะในสายตาคนส่วนใหญ่ เมื่อพูดถึงการเว้นระยะห่างทางความสัมพันธ์ หลายคนอาจจะคิดว่าเพราะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า จึงทำให้ต้องตัดสินใจทำอะไรแบบนั้น แม้ว่าจริงๆ แล้ว ตัวศิลปินเองก็ไม่ได้มีความคับข้องบาดหมางอะไรกับครอบครัวแต่อย่างใด เธอเพียงแค่อยากบอกเล่าความรู้สึกที่อาจจะอธิบายยาก โดยใช้ภาษาภาพทางศิลปะมาเป็นตัวแทนเท่านั้น.

LDR-Bedscape — วิวภูเขาจากกองผ้าห่มที่ไม่ได้พับ


About the Author

anaras



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives