Gallery

Published on September 11th, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

TESHIMA  

บทความนี้ได้รับจากสนับสนุนจาก API Fellowships Program โครงการปัญญาชนสาธารณะแห่งเอเชีย

 

ส่วนอาคารจำหน่ายบัตรที่ฝังตัวเข้าไปในเนินดิน

นอกเหนือไปจากการสร้างพิพิธภัณฑ์ไว้ตามเกาะต่างๆ แล้ว ทางจังหวัด Kagawa กับ Fukutake Foundation ยังได้ร่วมกัน จัดเทศกาลศิลปะอย่าง ART SETOUCHI ขึ้นมาตามเกาะต่างๆ มากถึง 12 เกาะ โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐบาลส่วนกลางอย่าง กระทรวงเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม, กระทรวงคมนาคม และ หน่วยงานทางด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น ซึ่งเทศกาล ART SETOUCHI จะมีการจัดขึ้นทุกๆ 3 ปี โดยเชิญศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึง ศิลปิน สถาปนิกญี่ปุ่น มาร่วมกันแสดงผลงาน

Teshima ก็เป็นหนึ่งในเกาะที่อยู่ในโครงการ ART SETOUCHI และมีงานศิลปะที่หลงเหลือจากเทศกาล ART SETOUCHI ในปี 2010 ให้ใช้งานอย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน อย่างเช่น ผลงาน “Was du liebst, bringt dich auch zum weinen (Japanese Franchise Version) โดยศิลปินชาวเยอรมัน Tobias Rehberger แต่ในปัจจุบันอาคารหลังนี้เป็นที่รู้จักในฐานะร้านอาหารที่มีชื่อเรียกว่า Il Vento (“The Wind” in Italian) นอกเหนือไปจากนั้น บนเกาะ Teshima ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงงานเฉพาะของศิลปินเพียงคนเดียว อย่าง Teshima Art Museum

ช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ปล่อยให้ลมและฝนไหลผ่านลงไปได้

บรรยากาศภายในอาคารส่วนคาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึก

หลังจากนั่งเรือออกจากเกาะ Naoshima เป็นเวลาประมาณ 30 นาที เราก็เดินทางมาถึง เกาะ Teshima บรรยากาศโดยทั่วไปบนเกาะ ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากวันที่เราเดินทางไปถึงนั้นมีฝนตกโปรยปรายลงมาเกือบตลอดทั้งวัน เมื่อไปถึงยังส่วนอาคารที่พักคอยสำหรับผู้โดยสาร ก็พบว่ามีเพียงข้อมูลแผ่นพับจำนวนไม่มากนักและคุณลุงหน้าตาใจดีที่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แต่โชคดีที่ยังพอมีข้อมูลตารางเดินรถและแผนที่ให้อุ่นใจสำหรับคำนวณเวลาในการเดินทางเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ  เราตัดสินใจเดินมุ่งหน้าไปยังร้านอาหาร Il Vento เป็นจุดหมายแรก เนื่องจากคำนวณเวลาที่รถตู้ที่จะเดินทางไปยัง Teshima Art Museum นั้นยังคงต้องใช้เวลารออีกร่วมชั่วโมง

บริเวณทางเขาคาเฟ่ มองไปยังอาคารจำหน่ายบัตรเข้าชม

พื้นที่บริเวณชั้นสองของ ร้าน Il Vento

ร้านอาหาร Il Vento นั้นเป็น อาคารบ้านไม้ญี่ปุ่นสองชั้นแบบทั่วๆไปที่พบเห็นได้ในย่านนี้ และมีที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ริมอ่าว ศิลปินTobias Rehberger ได้ใช้ลวดลายกราฟฟิค เข้าแทรกแซงไปทั่วพื้นผิวผนังภายนอกและภายในอาคาร จนทำให้การรับรู้ space ภายในอาคารนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในส่วนเส้นสายของลวดลายกราฟฟิคนั้นสร้างทำลายระบบการรับรู้ของสายตาเราในการกำหนดความลึกตื้นของพื้นที่ด้วยเส้น perspective ตามปกติของอาคารเกือบทั้งหมด งานของ Tobias เองนั้นก็มักจะคาบเกี่ยวอยู่ระหว่าง งานศิลปะ งานดีไซน์และงานสถาปัตยกรรม

สายฝนยังคงทิ้งตัวลงมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ดีที่ยังพอเว้นระยะให้หายใจหายคอเพื่อไปขึ้นรถบัส มุ่งหน้าไปยัง Teshima Art Museum ได้ รถบัสค่อยไต่ขึ้นลงเนินลดเลี้ยวไปเรื่อยๆ ทัศนียภาพของท้องทะเลเริ่มปรากฏให้เห็นเป็นระยะๆสลับไปมากับกลุ่มพงหญ้าและต้นไม้ เมื่อเดินทางมาถึงที่ตั้งของ Teshima Art Museum ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาซึ่งสามารถมองเห็นท้องทะเลเบื้องล่างที่ทอดตัวไกลออกไปจนสุดลูกหูลูกตา เมื่อหันกลับไปทางฝั่งพิพิธภัณฑ์เราจะเห็นอาคารรูปทรงคล้ายเนินดินสีขาวหรือว่า ยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวโผล่พ้นออกมาจากทุ่งหญ้าสีเขียวที่อยู่โดยรอบ ทางเดินเท้าคอนกรีตที่ทำอย่างประณีตทอดตัวโค้งไปยัง จุดจำหน่ายบัตร ที่เป็นอาคารกล่องคอนกรีตสี่เหลี่ยมฝังเข้าไปในเนินดิน หลังจากฝากข้าวของบางส่วนไว้ในตู้เก็บของส่วนตัวแล้ว เราก็เริ่มออกเดินโดยอาศัยร่มพลาสติกโปร่งใสบังสายฝนที่โปรยลงมาโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ทางเดินคอนกรีตที่เงาวับด้วยน้ำฝนค่อยๆนำพาเราไปสู่กลุ่มป่าละเมาะ และเมื่อเดินลัดเลาะไปได้สักพัก เราก็จะวนกลับมายืนอยู่หน้า อาคารแสดงงานหลักที่มีรูปทรงคล้าย ยานยูเอฟโอสีขาว สถาปนิก Ryue Nishizawa เป็นผู้ออกแบบและวางผังของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ทั้งหมด อาคารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของหยดน้ำที่ยังคงรูปอยู่ได้ด้วยแรงตึงผิว ปรากฎตัวออกมาเป็นอาคารรูปทรงเปลือกคอนกรีตที่โค้งตัวเลื่อนไหลไปตามสภาพภูมิประเทศ หากเราค้นดูข้อมูลในขั้นตอนการก่อสร้างอาคารจะพบว่า เกิดจากการใช้วิธีสร้างเนินดินขึ้นมาแล้วค่อยใช้แผ่นยางปูเนินดินทั้งหมดเพื่อใช้เป็นแบบหล่อแผ่นคอนกรีต เนื่องจากตัวรูปทรงแผ่นคอนกรีตนั้นลื่นไหลไปหลายทิศทาง จนไม่สามารถใช้ไม้แบบหล่อคอนกรีตปกติในการก่อสร้างได้

มุมมองอีกด้านของพื้นที่บริเวณชั้น 2

เมื่อเราก้าวผ่านทางเข้าที่เหมือนอุโมงค์เล็กๆ เข้าไป เราจะได้สัมผัสกับพื้นที่ภายในที่โล่งโปร่งไหลเลื่อนต่อเนื่องโดยไม่มีเสารับน้ำหนักแบบปกติให้มองเห็นแม้แต่เสาเดียว ช่องเปิดขนาดใหญ่ด้านบนสุดของอาคารปล่อยให้ ลม ฝน แสงแดดผ่านเข้ามาในอาคารโดยตรง ในขณะที่ ผลงานศิลปะของ Rei มักจะขับเน้นให้เราได้เห็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเราที่เราไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า อย่างเช่น ลม หรือ การทำให้เราฉุกคิดไปกับวัตถุชิ้นเล็กๆในพื้นที่จัดแสดงงานขนาดใหญ่ ซึ่งในครั้งนี้เธอใช้หยดน้ำเล็กๆที่ค่อยๆผุดขึ้นมาจากพื้นและ เส้นด้ายบางเบา เป็นตัวสื่อให้เห็นถึงปรากฏการณ์การเคลื่อนที่ของน้ำและลม เนื่องด้วยพื้นของอาคารนั้นมีการฉาบด้วยน้ำยา ที่ทำให้น้ำไม่สามารถซึมผ่านได้ ตัวพื้นอาคารจึงมีคุณสมบัติเหมือนใบบัวที่หยดน้ำสามารถกลิ้งไหลรวมตัวไปมาได้ หยดน้ำที่ผุดขึ้นมา รวมถึงสายฝนจากด้านนอกก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน บางก็แตกกระจัดกระจาย วิ่งไปมาตามพื้นภายในอาคาร และเมื่อเราเดินไปยังช่องเปิดขนาดใหญ่ใจกลางอาคารเราจะเห็นเส้นด้ายเล็กๆ ที่ทิ้งตัวห้อยลงมาเป็นเส้นโค้ง แต่ก็มีขนาดเล็กมากหากเราไม่สังเกต กำลังเคลื่อนไหวตามแรงลมและฝนที่ไหลผ่านลงมา งานศิลปะร่วมสมัยหลายชิ้นของศิลปินญี่ปุ่น มักจะพยายามทำให้สิ่งที่ถูกมองไม่เห็นหลายอย่างในชีวิตประจำวัน ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างเงียบงัน ผลงานของ Rei  Naito ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างนั้น ซึ่งก็คล้ายกันกับพิธีกรรมทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การจัดสวน หรือ ชงชา ก็ล้วนแล้วแต่นำพามนุษย์นั้นเข้าไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ในมิติต่างๆกัน โดยต้องอาศัยเวลาและการจ้องมองอย่างสงบเงียบ

ตัวอาคารที่เป็นเนินแผ่นคอนกรีตสีขาวขนาดใหญ่

ตัวอาคารแสดงงานหลักของ Teshima Art Museum


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ชอบเดินทาง เขียนได้บ้าง ดื่มได้เยอะกว่า



Back to Top ↑