Events

Published on November 6th, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

แม้ในที่ที่สว่างที่สุด ก็ยังมีความมืดดำซ้อนอยู่ The Garden of God โดย เกรียงไกร กงกะนันทน์

5 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2560

ณ DUKE Comtemporary Art Space 1 st fl, Gaysorn Village

 

หากพูดถึงเกรียงไกร กงกะนันทน์ หลายคนคงนึกถึงผลงานภาพพิมพ์ขาวดำ สะท้อนเรื่องราวทางพุทธศาสนา ภาพความวิปริตในจิตใจของมนุษย์ ด้วยความที่ตัวเขาเองได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนาและประทับใจในภาพปริศนาธรรมตั้งแต่ครั้งยังเด็ก หากแต่งานในยุคนั้นเขากลับเลือกนำเสนอเรื่องราวด้านมืดภายในจิตใจของคนมากกว่าแสงสว่างของหลักธรรมที่ตนซึมซับ โดยเชื่อว่าพลังอำนาจด้านมืดมีอิทธิพลต่อทั้งการดำเนินชีวิตและความคิดของคนเรามากกว่า มนุษย์เราถูกชักจูงให้ทำเรื่องไม่ดีได้ง่ายกว่าเรื่องดี กิเลสยังคงวนเวียนอยู่ภายในตัวตนของเรา ดังนั้นการแสดงออกภาพมารร้ายที่ครอบงำจิตใจจึงอาจสื่อสารกับผู้ชมและเข้าถึงความรู้สึกของผู้ชมได้มากกว่า ทว่างานในชุด The Garden of God เราจะพบกับงานอีกด้านหนึ่งของเกรียงไกร หากพูดว่าจะพบอีกด้านหนึ่งของเหรียญก็คงไม่ผิด

The Garden of God สวนของพระเจ้า แค่ชื่อหลายคนก็คงเห็นแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามา งานของเกรียงไกรในชุดนี้คือแสงที่สาดส่องเข้ามาจริงๆ หลักธรรมคำสอนที่ตนเคยนำเสนอผ่านผลงานภาพพิมพ์ ในลักษณะขาวดำ ด้านมืดที่ถูกนำเสนอถูกพลิกกลับกลายเป็นด้านดี เกรียงไกรเลือกเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ เริ่มต้นทดลองสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเทคนิค การใช้สี ที่ตนเริ่มรู้สึกสนุกกับการจับนั้นผสมนี้ เทคนิคภาพพิมพ์ที่แต่เดิมใช้เพียงไม่กี่สี กลายมาเป็นผลงานจิตรกรรม เพ้นท์ติ้งที่เต็มไปด้วยสีสัน สีอะคริลิกเมทัลลิคที่ไม่ค่อยมีคนนำมาผสมกันเป็นเรื่องสนุกสำหรับเกรียงไกร การซ้อนทับของสีทำให้เกิดขั้นของเรื่องราว  แสง เงา ที่ต่างกันสร้างความรู้สึกที่ต่างกันออกไป บางภาพหากมองในรยะไกลเราจะเห็นเป็นอีกสี หากมองในระยะใกล้และมุมคนละด้านก็จะพบเป็นอีกสีหนึ่ง

ในแง่ของแนวความคิด สวนแห่งนี้เปรียบเสมือนอาณาจักรแห่งใหม่ในดินแดนลึกลับ ที่เกรียงไกรเริ่มเดินทางเข้าไปสำรวจ แล้วสะท้อนสิ่งที่เห็นผ่านจินตนาการออกมาเป็นสัตย์และสิ่งมงคลต่างๆ เป็นเสมือนภาพมายาที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง โดยงานในชุดนี้เกรียงไกรเลือกนำสัญลักษณ์ทางศาสนาของจีนและทิเบตมาเป็นตัวละครเอกในการเล่าเรื่อง ปี่เซียะ คชตัวแทนของความปรารถนาที่จะอยู่อย่างปลอดภัยและร่ำรวย ครุฑคือชีวิตที่ยืนยาว ดอกไม้สัญลักษณ์แห่งชีวิต นก ผีเสื้อคือจิตวิญญาณที่อิสระสามารถโบยบินไปได้ในดินแดนต่างๆ แม้งานในครั้งนี้จะสื่อสารถึงความสว่างสดใส ความดีงามที่มนุษย์ในยุคปัจจุบันต่างแสวงหา แต่ก็ยังไม่ละทิ้งกิเลสที่ยังซุกซ่อนอยู่ในตัวเรา งูสัญลักษณ์แห่งความชั่วร้าย การล่อลวง หน้ากากคือการปกปิด ปิดบังซ่อนเร้น แมงมุมคือพญามารที่ค่อยดักจับเหยื่อ

หากถอยออกมามองผลงานในชุดนี้เราจะพบว่าเกรียงไกรกำลังทดลองและสนุกกับการค้นหาจุดหมายใหม่ของชีวิต แต่หากพิจารณาเข้าไปใกล้อีกซะนิดก็จะพบว่าเรื่องราวคงตัวตนของเขาอยู่ตั้งแต่ผลงานชุดแรกๆ ยังคงพยายามคลายปมที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ตั้งคำถามกับตนเองและโยงใยแผ่ขยายไปยังสังคมภายนอก ก่อนจะย้อนกลับมาที่ตัวเองอีกครั้ง ไม่แน่ว่าในอนาคตข้างหน้า ปมนี้อาจจะได้รับการคลายออก อาจด้วยวิธีที่เขากำลังทดลองอยู่หรืออาจเป็นวิธีใหม่ที่กำลังค้นหาอีกครั้ง

ติดตามข่าวสารของทางแกลเลอรี่ได้ทาง duke.gaysorn


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ปิ๊งโกะ ชอบพูดชอบคุย ชอบดื่ม ชอบไอติม ชอบอ่านหนังสือ ชอบเดินแกลเลอรี ฝันอยากเดินทางรอบโลก



Back to Top ↑