Artist Talk

Published on February 12th, 2021 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

The Opera of METAFICTION : เมื่อประวัติศาสตร์ส่งเสียงร้อง

จากหนังสือ 1001 Painting you must see before you die.

มีคนเคยกล่าวว่าคนเราสามารถตอบคำถามได้ 3 รูปแบบคือ ตอบด้วยคำตอบ ตอบด้วยคำถาม และตอบด้วยการเบี่ยงประเด็น บทสนทนาระหว่างเราและ ธณฤษภ์ ทิพย์วารี จะประกอบไปด้วยคำตอบรูปแบบไหน อยากชวนให้ผู้อ่านมาหาคำตอบด้วยตัวเอง

เริ่มต้นการสนทนาง่ายๆจากการนัดหมายสั้นๆ “อังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ เที่ยงตรงนะคะอาจารย์” ส่งสัญญาณโอเค คอนเฟริ์มนัดหมายก่อนขอถ่ายภาพคู่กันและลาจากก่อนที่งานเปิดนิทรรศการจะจบลง หลังจากนั้น 3 วันการเดินทางไปที่ Number1Gallery ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างเคย ฝนที่กระหน่ำตกลงมาโดยไม่บอกกล่าว ปริมาณรถที่มากผิดปกติ เมื่อมาถึงประโยคแรกที่ลอยมาคือ “ทำไมฝนต้องตกวันนี้ด้วยนะ” คำตอบลอยกลับไปเบาๆ ว่า “เห็นพยากรณ์อากาศแจ้งว่าช่วงนี้ฝนจะตก” ฟ้าฝนบางครั้งก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจหาคำตอบได้ แต่มนุษย์เราเฝ้าที่จะหาคำตอบของทุกคำถามเพื่อหาความหมายบางอย่างหรือคาดหวังผลตอบรับที่ดีกลับมาจากคู่สนทนา คำตอบเรื่องพยากรณ์อากาศที่บอกออกไปก็ไม่สามารถอธิบายฝนที่ตกลงมาในวันนี้ได้ แล้วทำไมมนุษย์ถึงยังเฝ้าจะค้นหาคำตอบในทุกเรื่องได้อยู่ตลอดเวลา

ถาม : ทำไมเราถึงชอบตั้งคำถาม

ตอบ : ชีวิตคืออะไร มนุษย์คืออะไรเรามีจุดมุ่งหมายในการดำรงอยู่เพื่ออะไร คือสิ่งที่พยายามค้นหาคำตอบมาตลอดตั้งแต่งานนิทรรศการชุดก่อนๆ เริ่มตั้นแต่ชุดแรกเรื่องของการดำรงอยู่ของจิต ต่อมาเป็นชุดยักษ์ที่พูดเรื่องการถูกควบคุมด้วยกิเลส ชุดความจริงอย่างมายา ที่วันหนึ่งมายากลับกลายเป็นเรื่องจริง ชุดงานพอทเทรดที่ภาพวาดแต่ละภาพถูกสร้างโดยเทคนิคที่เล่าเรื่องของเจ้าของภาพนั้นฉะนั้นสุดท้ายแล้วตัวตนของเราอยู่ที่ไหน เมื่อมองหาตัวตนชุดต่อมาเลยทดลองแยกร่างของตัวเองออกเป็นฝาแฝดทั้ง 27 คน ก็ทำให้พอจะเข้าใจว่าตัวเรามันเต็มไปด้วยความหลากหลาย เปลี่ยนแปลงไปตามบริบท บทบาทและหน้าที่ของเรา แล้วความหลากหลายเหล่านี้มันพัฒนามาจากอะไรอีกหล่ะ ก็เป็นผลงานชุดโฮโมเซเปียนส์ ที่พาเรามองย้อนกลับไปยังวิวัฒนาการของบรรพบุรุษเราที่สะสมและส่งต่อจึงทำให้พบว่า ความหลากหลายของที่เรามีอยู่ทุกวันนี้มันเกิดขึ้นจากคนอื่น คำตอบที่ได้รับพาเราย้อนกลับไปตั้งคำถามใหม่ตั้งแต่ต้นว่า ตัวตนของเราคือใคร

ถาม : แล้วทำไมไม่มองย้อนกลับไปถามเรื่องตัวตนอีกรอบ

ตอบ : ตัวตนของเราเกิดจากการประกอบสร้างของประวัติศาสตร์งานชุดนี้ถ้าถามหาจุดเริ่มต้นจริงๆ มันมาจาก Background ของงานชุดก่อนที่เราสืบค้นวิวัฒนาการและพัฒนาการของมนุษย์ โดยให้ฉากหลังเป็นเรื่องราวทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลป์ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงที่มีคนยืนยันแล้ว ในช่วงที่ทำงานชุดนั้นเราก็ค้นพบว่าภาพฉากหลังที่เราประกอบสร้างมันขึ้นมาใหม่มันพิเศษมากเลยนะ เราเอาแค่ฉากหลังมันมาทำเป็นงานได้มั้ย มันดูเป็นคอนเทนต์ที่กระจัดกระจาย ไม่ผสมรวมกันเป็นความหมายใดความหมายหนึ่ง แต่มันสร้างความหมายไปได้เรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ ความไม่รู้จบของมันคือจุดเริ่มต้นของของคำถามชุดใหม่

ถาม : เหมือนคำถามที่ไม่รู้จบ

ตอบ : ถ้าจะถามหาคำตอบจากงานชุดนี้คือไม่มีให้ ก็ทิ้งไว้เป็นคำถามให้คนดูหาคำตอบกันเอง

จากหนังสือ Visit the louvre

ถาม : ถ้างานนี้คือภาพแทนประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา แล้วเชื่อได้ยังไงว่าเล่มที่เราเลือกมาแล้วมันคือภาพแทนของประวัติศาสตร์แล้วจริงๆ

ตอบ : นั่นสิ แล้วเราเชื่อมั้ยหล่ะเหตุหนึ่งที่เราไม่ได้เลือกให้รูปใดรูปหนึ่งเด่นและเลือกเขียนทุกรูปที่ปรากฎในหนังสือก็เพราะเราไม่ได้ใช้ความสำคัญกับภาพไหนเลย แทบจะเท่ากันทั้งหมด กระบวนการวาดก็เกิดจากการสุ่มหยิบขึ้นมาแต่ละภาพ ค่อยๆ วาด ค่อยๆ วางรูปฟอร์มไปเรื่อยๆ คอนเทนต์ของภาพไม่ได้ถูกนำมาใช้แทน รูปฟอร์มและเทคนิคของศิลปินเจ้าของผลงานต่างหากที่กำลังทำงานยั่วล้อคนดู

ถาม : ถ้าอย่างงั้นงานนี้ก็คือการฉีกทึ้งความรู้ทั้งหมดที่เราสะสมมาเลย

ตอบ : เราฉีกทึ้งมัน และทิ้งคำถามต่อให้คนดู เปิดจินตนาการและอิสระให้คนดูเลือกพิจารณาดูว่าสิ่งที่ถูกฉีกทึ้งเหล่านี้ยังน่าเชื่อถือได้อยู่มั้ยและเชื่อว่าไม่ว่าจะคิดหาคำตอบในแง่มุมไหนก็ตามคำตอบที่ออกมาก็น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะเราจะเลือกดึงข้อมูลบางช่วงบางตอนมาอธิบายเพื่อหาคำตอบของเรา ข้อมูลมันถูกตัดต่อมาตั้งแต่ต้นทาง เราก็เอามาตัดต่อลดทอนมันลงไปอีก เราเลือกดึงออกมาเพื่อให้ได้คำตอบที่เราพึ่งพอใจเท่านั้น

จากหนังสือ The Story of Art

ถาม : หนังสือสำเนาที่เราสร้างขึ้นเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ของตัวเองขึ้นมา

ตอบ : มันมีการกระทำของเราอยู่ในนั้น มันมีเส้นที่กำลังสื่อสารถึงนามธรรมบางอย่างเป็นภาพร่างที่ท้าทายให้คนดูค้นหาภาพจิตรกรรมที่สำเร็จสมบูรณ์แล้ว เป็นการต่อรองกับความสำเร็จรูปที่อยู่ในงานจิตรกรรม เมื่อไหร่ที่ความสมบูรณ์มีอยู่น้อย อิสรภาพก็จะกลับมามีมากอีกครั้ง

ถาม : เป็นเรื่องการต่อรองยืดระยะเวลาในงานจิตรกรรม

ตอบ : เมื่อไหร่ก็ตามที่คอนเทนต์ถูกฟรีซไว้ที่เส้นนำระดับสายตาหรือโครงสร้างปฏิกิริยาระหว่างฟอร์มที่หนึ่งและฟอร์มที่สองและมีเส้นระดับสายตาเป็นตัวพยุงโครงสร้างภาพมันจะถูกนำเสนอที่จุดใดจุดหนึ่ง แค่เสี้ยววินาทีหนึ่งเท่านั้น จิตรกรใช้เวลาผ่านงานจิตรกรรมกับผู้ชมน้อยไป เราต้องต้านให้เกิดความอึดอัด ความไม่ราบรื่นในการดูต้องขยับตัวเพื่อที่จะมองเห็น

ถาม : ต่อรองแล้วได้อะไร

ตอบ : เจตนาเรื่องการต่อเวลาในงานจิตรกรรมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพื่ออะไรเราแค่อยากให้คนดูใช้เวลากับมันอีกนิด แล้วเกิดความสงสัยว่างานจิตรกรรมมันมีจริงมั้ย ไม่อยากให้เชื่อในมันเร็วเกินไปอยากให้คนดูต่อรองกับมันมากขึ้น ไม่อยากให้เห็นผลลัพธ์ไวไปจนสูญเสียเนื้อหาบางอย่างที่มันสำคัญ สำคัญเกิดกว่าที่จะมองเห็นในจุดเดียว ทุกวันนี้เราเริ่มหาคำตอบที่ตายตัวไม่ได้ เป็นการบอกว่าไม่ใช่ความจริงเดียวที่เราจะมองเห็นแล้วเข้าใจแล้วจบ เราสามารถสร้างเรื่องราวของตัวเองได้จากประสบการณ์ของเรา ภาพมันเชิญชวนให้เราสร้างเรื่องของตัวเองอยู่แล้วเพราะผู้ชมมีต้นทุนอะไรบางอย่างที่พร้อมจะเล่าเรื่องของตัวเอง

ถาม : ความรู้ที่เรามีอยู่คือกำแพง

ตอบ : ถ้าเราไม่มีความรู้เลยก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำอะไรได้แต่ถ้าเราไปยึดติดเราก็จะต่อไม่ได้เหมือนกัน ติดอยู่กับข้อมูลจนทำให้ความงามบางอย่างหายไป มันมีความลักลั่นบางอย่างในคำตอบที่เรากำลังค้นหา

งานชุดนี้เลือกหยิบหนังสือขึ้นมา 4 เล่ม The Story of Art , 1001 Painting you must see before you die, Paul Gauguin 30 postcards และ Visit the louvre ผู้คนมากมายมองว่าหนังสือเหล่านี้คือคัมภีร์ของศิลปะร่วมสมัย ที่เราต่างให้การยอมรับ ประวัติศาสตร์ถูกเล่าไล่เรียงจากภาพวาดนับพัน เรามองว่าประวัติศาสตร์ที่เราเห็นนี้คือความจริงที่สามารถยืนยันได้ ทว่าเมื่อถูกถามกลับถึงความชอบธรรมในการหยิบภาพใดภาพหนึ่งมาบรรจุลงในหนังสือที่เป็นคัมภีร์ กลับไม่อาจหาคำตอบที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน เมื่อจ้องมองเข้าไปในผลงาน แม้ประวัติศาสตร์จะถูกรื้อทึ้งกระจัดกระจาย แต่เมื่อเราถอยออกมากลับยังพบว่าสิ่งที่กระจัดกระจายเหล่านี้ยังคงอยู่กรอบของพื้นผ้าใบ กรอบของจิตรกรที่ขุดหลุมดักเราเอาไว้ให้เวียนวนหาคำตอบของคำถามที่ไม่มีวันจบสิ้นต่อไป

รศ.ธณฤษภ์ ทิพย์วารี (ศิลปิน)

นิทรรศการจัดแสดงถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ Number 1 Gallery สีลมซอย 21


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives