News

Published on June 29th, 2017 | by Chalotorn Anchaleesahakorn

0

JEWELLERY IS AT MY FEET

ถุงพลาสติกใสบรรจุสิ่งของที่อยู่ในความทรงจำจากผู้เข้าร่วมโครงการ

คนจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยความคิดที่ว่าอะไรคือสิ่งที่อยากทำ? เมื่อคิดได้แล้วกลับมีน้อยมากที่ได้ทำอย่างที่ตัวเองอยาก (อย่างมีความสุข) ปัญจพลอยู่ในกลุ่มคนจำนวนน้อยที่คิดและได้ทำสิ่งที่อยาก แม้ไม่รู้ว่าความอยู่รอดที่หมายถึงเงินเลี้ยงชีพและผลงานที่เติบโตไปพร้อมๆ กับวงการเครื่องประดับศิลป์ (Jewellery Art) ในเมืองไทยที่ทำด้วยใจรักจะเกิดขึ้นเมื่อไร อย่างที่ทราบว่าวงการศิลปะของไทยเพิ่งรู้จักงานเครื่องประดับศิลป์อย่างเป็นรูปธรรมไปพร้อมๆ กับผลงานที่จัดแสดงใน อัตตา แกลเลอรี1 (Atta Gallery) แกลเลอรีเฉพาะทางด้านเครื่องประดับศิลป์ร่วมสมัยที่เพิ่งเปิดทำการได้เพียง 4 ปี และมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ระยะเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมานี้อาจไม่เพียงพอให้ศิลปินที่ถ่ายทอดแนวคิดและเรื่องราวลงในวัตถุหนึ่งชิ้นซึ่งมีฟังก์ชันการสวมใส่ สามารถอยู่รอดและมีพื้นที่แสดงตัวตนอย่างชัดเจนได้ งานเครื่องประดับศิลป์ของศิลปินไทยส่วนใหญ่ (ปัจจุบันมี 5 คน ที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง คือ ทวีศักดิ์ มูลสวัสดิ์ อภิญญา บุญประกอบ ฤดี ตันเจริญ ฐิติรัตน์ คัชมาตย์ นุตร์ อารยะวานิชย์ และศิลปินรุ่นใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ ภาสมา สรรพัชญพงษ์ และปัญจพล กุลปภังกร) จึงถูกเชื้อเชิญไปแสดงยังต่างประเทศเพราะนอกจากจะมีศิลปิน ผู้เสพ นักสะสมและพื้นที่จัดแสดงที่มากกว่าแล้ว ยังเป็นแหล่งไอเดียที่ช่วยเปิดมุมมองให้ศิลปินด้านเครื่องประดับศิลป์เห็นว่าเขาจะอยู่อย่างไรในทิศทางของวงการเครื่องประดับศิลป์ร่วมสมัย สำหรับปัญจพลเองเริ่มออกเดินทางค้นหานิยามและความมีอยู่จริงของการทำงานศิลปะผ่านเครื่องประดับที่อังกฤษ (2011 – 2012: Master of Art in jewellery silversmithing and related products in Birmingham City University, School of Jewellery, UK) หลังเกิดคำถามขึ้นในหัวว่าแท้จริงแล้วเครื่องประดับที่เขาอยากทำคืออะไร? คำตอบคือชิ้นงานที่ปะทะความรู้สึก สามารถสื่อสารอารมณ์และแนวคิดแก่ผู้ชมได้ สอดคล้องกับที่เขารู้สึกและระลึกถึงความทรงจำเก่าๆ ขณะมองดูสิ่งของและวิดีโอที่เก็บบันทึกและสะสมไว้มากมายจากการท่องเที่ยวเดินทาง จนฉุกคิดว่า วัตถุจากความทรงจำสามารถเป็นเครื่องประดับได้หรือไม่?

Holy Hairy (brooch) (Box purchased in 2013), 2014, Memory objects from Prayut Sirikul (Thailand)

ความคิดนี้ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นโปรเจกต์ใหญ่ ‘JEWELLERY IS AT MY FEET’ ที่เกิดจากการพยายามตามหาความหมายของเครื่องประดับที่มีคุณค่ากับจิตใจและอยู่ในความทรงจำ ในเวลาต่อมาโปรเจกต์นี้ได้สร้างชื่อให้กับเขาในเวทีนานาชาติ แม้ครั้งแรกจะเริ่มต้นขึ้นในชั้นเรียนระดับปริญญาโท ขณะที่เพื่อนต่างชาตินำเสนอผลงานที่มีรูปลักษณ์อย่างเครื่องประดับแต่ปัญจพลกลับนำเสนอวัตถุบางอย่างที่สร้างขึ้นจากสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำของผู้คนจากทั่วโลกที่ส่งเข้าร่วมโครงการ โดยผสมผสานมุมมองส่วนตัวกับข้อมูลอันได้แก่ วิดีโอ (เกี่ยวกับสิ่งของหรือตนเอง) และสิ่งของที่บรรจุลงในถุงพลาสติกใสพร้อมคำบรรยายสั้นๆ ไปแสดงแก่เพื่อนร่วมชั้นและอาจารย์ แม้ไม่มั่นใจว่างานของตนดูเป็นเครื่องประดับหรือไม่ แต่ความเชื่อมั่นในแนวทางการทำงานศิลปะผ่านเครื่องประดับศิลป์กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยที่ผลงานทุกชิ้นถูกจับจองเป็นเจ้าของ และโปรเจกต์นี้ติด 1 ใน 20 โปรเจกต์ที่ดีที่สุดของสหราชอาณาจักร (2012: Selected MAstars UK by Axis, the online resource for contemporary art (www.axisweb.org)) หรือการรับเชิญไปเป็นหนึ่งในศิลปิน 17 คน ในงานสัมมนาเครื่องประดับศิลป์ร่วมสมัยโลกที่เยอรมณี (2013: MIND THE LANGUAGE, Zimmerhof 2013, Bad Rappanue, Germany) และที่สร้างความมั่นใจสูงสุดคือชนะเลิศรางวัล TALENTE 2013 (2013: Winner for TALENTE 2013, Munich, Germany) ที่ผู้ส่งผลงานต้องมีอายุไม่เกิน 33 ปี สร้างงานด้วยตนเองและส่งเข้าประกวดได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต โดยเวทีนี้จัดขึ้นทุกปีภายในงาน Schmuck (ภาษาเยอรมัน หมายถึง เครื่องประดับ) งานแฟร์ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติซึ่งจัดแสดงเฉพาะงานเครื่องประดับศิลป์ร่วมสมัย ณ เมืองมิวนิค เยอรมนี อย่างไรก็ตามหลังจากได้รับรางวัลการันตีความฝันและแนวทางการสร้างสรรค์งานเครื่องประดับศิลป์ แต่โปรเจกต์ ‘JEWELLERY IS AT MY FEET’ ยังคงดำเนินต่อไป นับจากปีแรก (2012) จนถึงปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการ 133 คน จาก 25 ประเทศทั่วโลก สิ่งที่ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนต้องปฏิบัติเหมือนกันคือส่งสิ่งของลงในถุงพลาสติกแล้วเขียนคำบรรยายสั้นๆ พร้อมส่งวิดีโอความยาว 1-2 นาที บรรจุในกล่องที่ปัญจพลจัดส่งให้ภายหลังจากที่ติดต่อกัน ความท้าทายของการสร้างงานจากสิ่งของของผู้อื่นมีตั้งแต่เรื่องขนาดและความแปลกประหลาดของสิ่งของ เช่น ขนสุนัข เศษลูกอม หินก้อนใหญ่ (ที่ไม่สามารถบรรจุกล่องที่ปัญจพลส่งให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้) หรือแม้แต่กระทั่ง ‘ลมหายใจ’ ยังไม่นับรวมถึงคำบรรยายที่ยืดยาวและวิดีโอเชิงศิลปะซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการส่งมาให้ตีความ ในช่วงปีแรกผู้เข้าร่วมโครงการมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ก่อนที่โปรเจกต์นี้จะเป็นที่รู้จักของศิลปินซึ่งมักส่งสิ่งของที่เพิ่มความท้าทายในการทำงานศิลปะให้กับปัญจพลมากยิ่งขึ้น ในจำนวนนี้เป็นผู้เข้าร่วมจากอังกฤษมากที่สุด รองลงมาคือไทยและสกอตแลนด์

เครื่องประดับศิลป์ที่มีฟังก์ชันเป็นเข็มกลัดจากโปรเจกต์ Jewellery is at my feet

ความหลากหลายของผู้เข้าร่วมโครงการทำให้ของบางชิ้นที่ส่งมาจากแต่ละประเทศมีลักษณะเฉพาะและแสดงให้เห็นวัฒนธรรมความเชื่อของประเทศต้นทาง ตัวอย่างเช่นลักษณะความเชื่อแบบไทยๆ ที่สะท้อนออกมาจากงาน Holy Hairyเข็มกลัดที่มีลักษณะคล้ายเหรียญและเครื่องรางของขลังที่มีคนไทยจำนวนไม่น้อยเก็บสะสมและนิยมสวมใส่ แม้คาดเดาว่าภายในวัตถุที่เป็นกรอบพระเครื่องอาจบรรจุเส้นผมของใครคนหนึ่งที่มีอิทธิพลกับผู้เข้าร่วมโครงการ หากแต่ความจริงกลับตรงข้ามเนื่องจากเส้นสีดำที่อัดแน่นอยู่ด้านในคือขนแมวสัตว์เลี้ยงของผู้เข้าร่วมโครงการเอง การกลับค่าความรู้สึกและความเชื่อเดิมที่สะท้อนผ่านผลงานที่มีรูปลักษณ์แบบไทย นอกจากจะทำให้งานชิ้นนี้ดูร่วมสมัยแล้วยังได้อรรถรสแบบไทยด้วย สำหรับผลงานที่แสดงให้เห็นการแก้ปัญหาและตีความจากหินก้อนใหญ่ที่ผู้เข้าร่วมโครงการชาวไต้หวันส่งมาให้คือเข็มกลัดThe New Hillที่เกิดจากการตัดตั๋วโดยสารไป-กลับระหว่างภูเขาลูกหนึ่งที่มีอยู่จำนวนมาก นำมาประกอบเรียงซ้อนชั้นให้มีรูปทรงคล้ายก้อนหินและยังมีเข็มทิศนำทางติดประกอบอยู่ด้านบน นอกจากนี้ยังมีเข็มกลัดMy Daisyที่มีรูปลักษณ์เหมือนบ้านสุนัขและไม่ผิดจากที่คาดเพราะว่างานชิ้นนี้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ Daisy ชื่อสุนัขช่วยชีวิตที่ผู้เข้าร่วมโครงการรับเลี้ยงและส่งขนสุนัขพร้อมสายจูงอันแรกที่ผูกติดคอสุนัขมาตั้งแต่บ้านพักเข้าร่วมโครงการ เข็มกลัดชิ้นนี้จึงดูคล้ายกับการสร้างสรรค์บ้านพักหลังใหม่ให้กับมัน สำหรับThe Restructure of what it was เข็มกลัดที่สร้างจากโมเดลรูปสัตว์เพนท์สีขาวอาจเรียกความสนใจด้วยรูปลักษณ์ของสัตว์กลายพันธุ์ที่เกิดจากการนำหัวช้างและหัวสิงโตมาประกบเป็นชิ้นเดียว จากคำบรรยายที่ผู้ส่งสิ่งของเขียนว่าเป็นโมเดลสัตว์ที่เขาใช้วาดรูปในวัยเด็ก ปัญจพลได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ของวัตถุเดิมแล้วทาทับด้วยสีขาวซึ่งอาจสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ ความว่างเปล่า หรืออาจเป็นสีของเฟรมผ้าใบก่อนที่ศิลปินจะเริ่มสร้างสรรค์ผลงาน ตัวอย่างผลงานบางส่วนที่ยกมาจากทั้งหมด 36 ชิ้น แสดงให้เห็นการแก้ปัญหาผ่านงานออกแบบที่ยังคงสื่อสารเรื่องราวและสุนรียะทางศิลปะ ตัวผลงานจึงแสดงคุณลักษณะของเครื่องประดับศิลป์ที่ต้องอาศัยการตีความตามประสบการณ์ของผู้ชม

Holy Hairy (brooch) (Box purchased in 2013), 2014, Memory objects from Prayut Sirikul (Thailand)

My Daisy (brooch), 2016, Memory objects from Laura Bradshaw-Heap (England)

                แม้ว่าโปรเจกต์ ‘JEWELLERY IS AT MY FEET’ จะเริ่มต้นมาเป็นเวลา 4 ปี (พร้อมๆ กับการเปิดพื้นที่จัดแสดงเครื่องประดับศิลป์ที่ช่วยเปิดมุมมองงานศิลปะแนวนี้ในประเทศไทย) และทำให้เกิดสังคมการแลกเปลี่ยนสิ่งของและข้อมูลจากผู้เข้าร่วมโครงการในหลายประเทศทั่วโลก แต่ปัญจพลเลือกแสดงนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกนี้ในประเทศไทย ส่วนหนึ่งอาจเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนไทยได้รู้จักเครื่องประดับศิลป์ร่วมสมัยมากขึ้น และอีกแง่หนึ่งยังเป็นการเผยแพร่ให้คนต่างชาติได้รู้จักกับศิลปินและพื้นที่แสดงเครื่องประดับศิลป์ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม นอกจากผลงานชุดนี้ที่นำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกแล้วยังมีผลงานในชุดอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่นชุด ‘Lost or Forgotten’ (2013) และ 7 Days a Week with Assoc Prof. Wipha’ (2014-2015) สร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างปัญจพลกับแม่ของเขาผู้สูญเสียความทรงจำและการควบคุมพฤติกรรมบางอย่างจากความผิดปกติของสมอง ทำให้เธอแต่งกายและใช้สิ่งของ รวมถึงเครื่องประดับตามสีประจำวันอันเป็นวัฒนธรรมความเชื่อที่ไทยได้รับอิทธิพลมาจากฮินดู ผลงานเครื่องประดับศิลป์ส่วนใหญ่ของปัญจพลจึงไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองทางความงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงแนวคิดและความสะเทือนใจที่เป็นแรงผลักดันในการสร้างสรรค์ศิลปะแบบศิลปิน อย่างไรก็ตาม นอกจากการสร้างสรรค์งานเครื่องประดับศิลป์เป็นการส่วนตัวแล้ว ปัญจพลยังเปิดสตูดิโอออกแบบของตกแต่งบ้าน ‘This Means That’ ที่มีแนวคิดชัดเจน รวมถึงการเป็นอาจารย์พิเศษที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อให้อยู่รอดได้ในฐานะศิลปิน หากผู้ชมสนใจติดตามผลงานของปัญจพลสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.panjapolkulp.info/ และ http://www.thismeansthatstudio.com/ แล้วคุณอาจเข้าใจความหมายของเครื่องประดับศิลป์ ศิลปะที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

…………………………………………………………..

The Restructure of what it was (brooch), 2016, Memory objects from Narate Jung (Thailand)

The New Hill (brooch), 2016, Memory objects from Zita Hsu (Taiwan)

1อัตตา แกลเลอรี (Atta Gallery) แกลเลอรีเฉพาะทางด้านเครื่องประดับศิลป์ร่วมสมัย (Contemporary Art Jewelry) ก่อตั้งโดยคุณอตินุช ตันติวิท เปิดทำการในปี พ.ศ. 2553 ด้วยความต้องการให้ประเทศไทยมีพื้นที่จัดแสดงงานเครื่องประดับศิลป์โดยเฉพาะ ปัจจุบันมีศิลปินที่ทำงานร่วมกันจำนวน 30 คน เกินครึ่งเป็นศิลปินต่างชาติ

 

 

 

 

 


About the Author

Chalotorn Anchaleesahakorn

ปิ๊งโกะ ชอบพูดชอบคุย เจ้าของสโลแกนผูกมิตรทั่วหล้า มักได้เพื่อนเพิ่มจากวงสนทนาใหม่ๆ เสมอ ชอบดื่มเบียร์มากกว่าเหล้า ชอบกินไอติมเป็นชีวิตจิตใจ อ่านหนังสือเวลาต้องเดินทางโดยรถสาธารณะ ชอบเดินแกลเลอรี ฝันอยากเดินทางรอบโลก



Back to Top ↑