Events

Published on April 23rd, 2021 | by anaras

0

Intentional Chance

โดย กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย

3 เมษายน–22 พฤษภาคม 2564
ณ SAC Gallery

ศิลปะนามธรรมอาจเรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่เคยล้าสมัย ด้วยความที่มันเกิดขึ้นมาจากอารมณ์ความรู้สึกของผู้สร้างโดยตรง รูปแบบของงานจึงอยู่เหนือไปจากบริบทของพื้นที่และเวลาในโลกแห่งความจริง การตัดขาดอย่างสิ้นเชิงจากสังคม ทำให้งานศิลปะนามธรรมมุ่งถ่ายทอดให้เห็นแต่เพียงสุนทรียภาพในจินตนาการเท่านั้น

กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย ศิลปินภาพพิมพ์ ภาพวาด สื่อผสม และภาพตัดปะ
ปัจจุบันอาศัยและทำงานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่

กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย เป็นทั้งศิลปินภาพพิมพ์และจิตรกรนามธรรมผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งหากว่ากันในหมู่จิตรกรไทยรุ่นกลางหรือใหม่แล้ว กิติก้องถือเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังคงยึดมั่นในแนวทางศิลปะนามธรรม โดยมีพัฒนาการในการสร้างสรรค์ผลงานในแนวนี้อย่างต่อเนื่อง ผลงานของเขามักสำรวจความเป็นไปได้ในการนำเสนอรูปธรรมของสภาวะอารมณ์ความรู้สึกผ่านทัศนธาตุแบบนามธรรมหลากหลายรูปแบบ สำหรับนิทรรศการล่าสุดนี้ สิ่งที่ถูกให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือ “รอยทีแปรง”

รอยทีแปรงถือเป็นทัศนธาตุที่มักปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้งในงานจิตรกรรมนามธรรม โดยเฉพาะงานศิลปะลัทธิ Abstract Expressionism ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ภายใต้กระบวนแบบศิลปะสมัยใหม่ ทีแปรงได้รับบทนำในการแสดงออกซึ่งตัวตนของศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นการคัดน้ำหนักอ่อนเบาหรือความหยาบของพื้นผิว ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงท่าทีที่มีพื้นฐานมาจากอารมณ์และความรู้สึกของผู้วาดโดยตรง

ผลงานของกิติก้องในนิทรรศการชุดนี้เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจในหลากหลายมิติ โดยแสดงถึงการทดลองใช้ทัศนธาตุใหม่ๆ เข้ามาผสมร่วมกับทีแปรง สะท้อนให้เห็นแนวทางของการแสดงออกที่เป็นความตั้งใจเฉพาะตัวศิลปิน ร่วมไปกับปล่อยให้ตัวงานเกิดขึ้นอย่างเป็นอิสระในแบบที่ไม่อาจควบคุมได้

เริ่มตั้งแต่พื้นผิวภายนอกของผลงานที่เราจะสังเกตได้ว่ามีความเงาวับเกือบทุกชิ้น นั่นเป็นเพราะกิติก้องได้ทำการเคลือบผิวภาพวาดบนผืนผ้าใบ ใบละหลายสิบชั้นทับลงไปเรื่อยๆ นอกจากจะทำให้สีสันที่ปรากฏดูสดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเคลือบผิวยังส่งผลให้ภาพวาดนั้นสามารถคงสภาพของสีและทีแปรงดั้งเดิมเอาไว้ได้เป็นเวลานานขึ้น

Midnight, 2020, Acrylic and lacquer on canvas, 155 × 155 cm
ภาพวาดที่ต้องเข้าไปใกล้ๆ ผู้ชมจึงจะเห็นสิ่งที่ศิลปินจงใจซ่อนเอาไว้ในความมืด
(เอื้อเฟื้อภาพโดย SAC Gallery)

ผลงานที่แสดงออกถึงบทบาทของการเคลือบผิวได้ดีที่สุด เห็นจะเป็นภาพวาดสีดำสนิทราวกระจกภาพนี้ ทว่าเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ เราจะเห็นว่าแท้จริงแล้วมันมีร่องรอยของทีแปรงซุกซ่อนอยู่ทั่วไป ซึ่งหากมองจากระยะไกลย่อมไม่อาจสังเกตได้ เทคนิคลวงตาอันน่าอัศจรรย์นี้ กิติก้องกล่าวว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานศิลปะที่เขาเคยเห็นเมื่ออยู่ต่างประเทศ จึงได้ลองนำมาสร้างสรรค์ในแบบของตนเอง

สำหรับผู้เขียนเอง เมื่อมองเข้าไปใกล้ๆ รอยทีแปรงเหล่านี้ช่างดูเหมือนป่าดงดิบที่มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น เช่นนี้แล้ว ผลงานที่เราเชื่อว่าเป็นภาพวาดนามธรรม จึงกลายสภาพไปเป็นงานที่มีเนื้อหาเรื่องราวที่เราเกือบจะเข้าใจได้ในทันที การเล่นกับมุมมองการรับรู้เชิงความหมายของผู้ชมคือลูกเล่นอีกอย่างของผลงานชิ้นนี้

Over Blue Sky, 2020 (ซ้าย) | Orange Dancing, 2020 (ขวา)
Oil on sa paper, 100 × 200 cm

นอกจากทีแปรงแล้ว ผลงานจำนวนหนึ่งในนิทรรศการนี้ยังเกิดขึ้นจากเทคนิคอื่นๆ ที่ไม่ใช่พู่กันด้วย อย่างการไดคัทแผ่นอะคริลิกให้เป็นรูปทรงที่ต้องการ แล้วใช้ลูกประคบมาประทับสีลงไปตามแนวให้เกิดเป็นรูปทรงขอบคมกริบจำนวนมาก ตัดทับกันไปมาบนพื้นผิวกระดาษสา เทคนิคนี้ดูละม้ายการทำงานภาพพิมพ์ที่ศิลปินถนัด นอกจากนี้ งานบางชิ้นยังปรากฏรอยนิ้วมือของลูกชายวัยซนของศิลปิน ที่บังเอิญคลานมาบนชิ้นงาน เปรียบเสมือนการปล่อยอิสระให้กับสิ่งใดก็ตามที่อาจเกิดขึ้นมาก็ได้นั่นเอง

Floating Elements, 2020
Mix media on acrylic, 60 × 60 cm

ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือสำหรับสร้างภาพ แผ่นอะคริลิกมีบทบาทมากขึ้นในผลงานที่ดูเหมือนทีแปรงสามมิติ ศิลปินใช้การทาสีลงไปด้านหลังแผ่นอะคริลิกรูปทรงอิสระหลายๆ แผ่น ก่อนจะนำมาประกอบเข้าด้วยกันเป็นงานชิ้นเดียว เกิดเป็นรูปทรงที่ดูลื่นไหลมีชีวิตชีวา เราอาจเรียกมันว่าเป็นงานประติมากรรมของทีแปรงแบบสามมิติก็ว่าได้

Flounce, 2020
Acrylic and lacquer on canvas, 33 × 28 cm

มาถึงตรงนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า Intentional Chance เป็นอีกหนึ่งนิทรรศการที่นำเสนอภาษาของศิลปะนามธรรมได้ค่อนข้างหลากหลายไม่น้อย แม้ว่าจะมีใจความสำคัญอยู่ที่ทีแปรง แต่เห็นได้ชัดว่าศิลปินพยายามถ่ายทอดความเป็นไปได้อย่างอื่นอีกมากมาย ลบภาพจำของงานนามธรรมที่มักจะมีวิธีสร้างสรรค์เหมือนๆ กันออกไปจนหมด กลายเป็นงานที่ผู้ชมสามารถเข้ามาร่วมจินตนาการต่อสิ่งที่เห็นได้อย่างกว้างขวาง อย่างที่ศิลปินได้กล่าวเอาไว้ในตอนท้ายว่า

“ผมอยากให้ทุกคนดูงานศิลปะแล้วใช้ความรู้สึก อย่าไปมองหาความหมายกับงานแอ็บแสตร็กส์ เพราะมันคือการพยายามสร้างรูปธรรมจากนามธรรมจริงๆ ความสุขหน้าตาเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ แต่เขา (ศิลปิน) พยายามถ่ายทอดออกมาให้เห็น ถ้าคุณรู้สึกได้ว่ามันสุข นั่นแสดงว่ารูปธรรมมันได้ผล ไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าคน ลูกโป่ง ดอกไม้ หรืออะไรก็ได้ แต่คุณจะสัมผัสมันได้จากทัศนธาตุต่างๆ ที่มาประกอบกัน”

A Curve, 2020
Oil on board, 61 × 44 cm
(เอื้อเฟื้อภาพโดย SAC Gallery)

บทความโดย สรณ วิริยะประสิทธิ์
ถ่ายภาพโดย น็อต เจนเขตรการณ์


About the Author

anaras



Back to Top ↑
  • Fine Art Magazine No.135

  • 10th UOB Painting of The Year

    10th UOB Painting of The Year

    นิทรรศการออนไลน์
    การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 10

  • International Biennial Print 2020 R.O.C

    International Biennial Print 2020 R.O.C

    Call for Submissions 2019.12.3 – 2020.2.5
    www.ntmofa.gov.tw

  • Sylvie Blum – Naked Beauty

  • Archives